ข้ามไปยังทูลบาร์
ตุลาคม 23, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 29 ก.ย.63(ภาคเช้า) by HGF

Spread the love

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

ทองคำปรับขึ้นแรง จากเงินดอลลาร์อ่อนค่า

คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ย.

แนวโน้มราคาทองคำคาดปรับขึ้นได้ต่อ แนวต้าน 1,900 ดอลลาร์

  • ราคาทองคำ Spotเมื่อวานปรับขึ้นแรง เนื่องจากเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง และความคืบหน้าเกี่ยวกับการออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ หลังจากนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐส่งสัญญาณว่ามีแนวโน้มบรรลุข้อตกลงในการออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่ วงเงิน 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19ทางด้านกองทุน SPDRGold Trust ซื้อทองคำ2.05ตันเมื่อวาน
  • คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ย. โดย Conference Boardตลาดคาดจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 90.0 จากระดับ 84.8 ในเดือนส.ค. ส่วนคืนพรุ่งนี้สหรัฐจะประกาศการจ้างงานภาคเอกชน ADP เดือนก.ย.
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดปรับขึ้นได้ต่อ เนื่องจากความคาดหวังเรื่องมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ โดยมีแนวต้านสำคัญทางจิตวิทยา 1,900 ดอลลาร์ถ้าผ่านขึ้นไปได้จะมีแนวต้านถัดไปที่ 1,920 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1,850 ดอลลาร์และ1,820 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,880.10+20.11,850/1,8201,900/1,920

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
27,85027,700/27,30028,350/28,600

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
28,290+29027,880/27,47028,530/28,780

สำหรับนักลงทุนที่ซื้อไว้แนะนำถือต่อไป (Let Profit Run) เพื่อขายทำกำไรที่ราคาทอง Spot 1,900 ดอลลาร์ (GF 28,780บาท) การเปิดสถานะซื้อรอให้ราคาทอง Spot ปรับลงมาที่ 1,850 ดอลลาร์  (GF 27,880 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,840 ดอลลาร์(GF 27,700 บาท)

การลงทุนในทองแท่งแนะนำแบ่งเงินทยอยซื้อสะสมที่ราคาทองคำ Spot 1,845-1,850 ดอลลาร์ และ1,800-1,820 ดอลลาร์

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,887.00+28.601,855/1,8251,905/1,925

สำหรับนักลงทุนที่ซื้อไว้แนะนำถือต่อไป (Let Profit Run) เพื่อขายทำกำไรที่ราคาGOZ201,905ดอลลาร์ การเปิดสถานะซื้อรอให้ราคาGOZ20ปรับลงมาที่ 1,855 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,845 ดอลลาร์

เงินบาท

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดแข็งค่าขึ้นโดยเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ เนื่องจากนักลงทุนลดการถือครองดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กเพิ่มขึ้นกว่า 400 จุด ซึ่งUSD Futures เดือนธ.ค.63คาดจะมีแนวรับที่ 31.50 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 31.75 บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ: ดอลล์อ่อนเหตุนักลงทุนขายสินทรัพย์ปลอดภัยหลังตลาดหุ้นพุ่ง

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (28 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัยหลังจากตลาดหุ้นนิวยอร์กพุ่งขึ้นขานรับความหวังเกี่ยวกับการออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐขณะที่เงินปอนด์พุ่งขึ้นหลังมีสัญญาณบวกว่าอังกฤษจะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหภาพยุโรป (EU) ภายในเดือนต.ค.  ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงินลดลง 0.39% แตะที่ 94.2730 เมื่อคืนนี้

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ:ทองปิดบวก 16 ดอลลาร์เหตุดอลล์อ่อนหนุนแรงซื้อ

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (28 ก.ย.) เนื่องจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดให้กับราคาทองคำนอกจากนี้ความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัยสัญญาทองคำตลาดCOMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 16 ดอลลาร์หรือ 0.86% ปิดที่ 1,882.3 ดอลลาร์/ออนซ์สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 51.1 เซนต์หรือ 2.21% ปิดที่ 23.604 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ:น้ำมันWTI ปิดบวก 35 เซนต์รับความหวังสหรัฐออกมาตรการเยียวยาศก.

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (28 ก.ย.) ขานรับสัญญาณบวกที่ว่าสภาคองเกรสและทำเนียบขาวมีแนวโน้มที่จะบรรลุข้อตกลงการออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่อย่างไรก็ดีนักลงทุนยังคงกังวลว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกที่ยังไม่มีแนวโน้มบรรเทาลงนั้นอาจขัดขวางการเติบโตของเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมันในตลาดโลกสัญญาน้ำมันดิบWTI ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 35 เซนต์หรือ 0.9% ปิดที่ 40.60 ดอลลาร์/บาร์เรลสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 51 เซนต์หรือ 1.2% ปิดที่ 42.43 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ:ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 410.10 จุดขานรับมาตรการเยียวยาศก.คืบหน้า

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุนนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา (28 ก.ย.) ขานรับความคืบหน้าเกี่ยวกับการออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐนอกจากนี้ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าช้อนซื้อหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคารหลังจากหุ้นทั้งสองกลุ่มร่วงลงอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,584.06 จุดพุ่งขึ้น 410.10 จุดหรือ +1.51% ขณะที่ดัชนีS&P500 ปิดที่ 3,351.60 จุดเพิ่มขึ้น 53.14 จุดหรือ +1.61% ส่วนดัชนีNasdaq ปิดที่ 11,117.53 จุดเพิ่มขึ้น 203.97 จุดหรือ +1.87%

สื่อมะกันแฉ “ทรัมป์” แทบไม่เสียภาษีให้ประเทศอ้างธุรกิจขาดทุนหนัก

หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์รายงานโดยอ้างข้อมูลรายการเสียภาษีว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์แห่งสหรัฐแทบจะไม่เสียภาษีเงินได้ให้กับประเทศเนื่องจากปธน.ทรัมป์อ้างว่าธุรกิจของตนขาดทุนอย่างหนักแม้จะมีรายได้มากก็ตามรายงานข่าวระบุว่าปธน.ทรัมป์เสียภาษีเงินได้เพียง750ดอลลาร์ในปี2559และ2560และในช่วง15ปีที่ผ่านมานั้นมีถึง10ปีที่ไม่ได้เสียภาษีเลยแม้แต่ดอลลาร์เดียวแม้ธุรกิจของเขามีรายได้รวมกันประมาณ430ล้านดอลลาร์นับจนถึงปี2561ทั้งนี้ปธน.ทรัมป์ปฏิเสธที่จะเปิดเผยข้อมูลการขอคืนภาษีตลอดระยะเวลาหาเสียงและหลังจากได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งในปี2559โดยอ้างเหตุผลว่าข้อมูลการขอคืนภาษีของเขาอยู่ในระหว่างการตรวจสอบอย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหลายรายลงความเห็นว่าปธน.ทรัมป์ไม่ได้ถูกห้ามให้เปิดเผยข้อมูลระหว่างการตรวจสอบนอกจากนี้นายไมเคิลโคเฮนอดีตทนายความของปธน.ทรัมป์ยังเคยให้การต่อสภาคองเกรสด้วยว่าตนไม่เชื่อว่าปธน.ทรัมป์ถูกตรวจสอบแต่อาจใช้ข้ออ้างดังกล่าวเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบในภายหลัง

“โกลบอลไทม์ส” ชี้จีนต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อลดการพึ่งพาสหรัฐ

หนังสือพิมพ์โกลบอลไทม์สซึ่งเป็นสื่อของพรรคคอมมิวสต์จีนตีพิมพ์บทความแสดงความเห็นจากผู้เขียนนิรนามว่าจีนต้องเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากสหรัฐหลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐประกาศมาตรการควบคุมการส่งออกอุปกรณ์ให้กับบริษัทเซมิคอนดักเตอร์แมนูแฟคเจอริ่งอินเตอร์เนชันแนลคอร์ปอเรชัน (SMIC) ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของจีนโดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงบทความดังกล่าวระบุว่าการที่สหรัฐครอบครองห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์นั้นถือเป็นภัยคุกคามอย่างยิ่งต่อจีนแม้บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนอย่างเทนเซ็นต์ (Tencent) และไบต์แดนซ์ (ByteDance) จะสามารถผลิตเทคโนโลยีใหม่ๆได้แต่นั่นก็ต้องอาศัยเทคโนโลยีชิปของสหรัฐซึ่งหมายความว่ารากฐานของอุตสาหกรรมทั้งหมดยังคงอยู่ในมือของสหรัฐด้วยเหตุนี้จีนจึงต้องพัฒนาภาคเทคโนโลยีอย่างเร่งด่วนเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของบริษัทจีนความเคลื่อนไหวของโกลบอลไทม์สมีขึ้นหลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐประกาศมาตรการควบคุมการส่งออกอุปกรณ์ให้กับSMIC โดยอ้างเหตุว่ามีความเสี่ยงที่อุปกรณ์ที่ส่งออกไปนั้นจะถูกนำไปใช้เพื่อการทหารโดยมาตรการดังกล่าวทำให้ซัพพลายเออร์ของสหรัฐที่จะส่งอุปกรณ์ให้กับSMIC จะต้องขอใบอนุญาตการส่งออกสินค้าแต่ละรายการทางด้านทางด้านSMIC เปิดเผยว่าทางบริษัทไม่เคยได้รับการแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการเรื่องมาตรการดังกล่าวและยืนยันว่าSMIC ไม่มีสายสัมพันธ์ใดๆกับกองทัพจีนนอกจากนี้SMIC ยังย้ำว่าบริษัทผลิตเซมิคอนดักเตอร์เพื่อการใช้งานพลเรือนและเชิงพาณิชย์เท่านั้นทั้งนี้SMIC เป็นบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำรายล่าสุดของจีนที่สหรัฐประกาศใช้มาตรการควบคุมการส่งออกโดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงหลังก่อนหน้านี้หัวเว่ยเทคโนโลยี่และZTE ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ด้านอุปกรณ์โทรคมนาคมของจีนรวมถึงบริษัทHikvisionซึ่งเป็นผู้ผลิตกล้องวงจรปิดของจีนต่างก็ถูกสหรัฐขึ้นบัญชีดำด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง

สื่อเผยอังกฤษเล็งประกาศล็อกดาวน์ในกรุงลอนดอนเพื่อสกัดโควิดระบาดรอบสอง

หนังสือพิมพ์เดอะไทมส์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่ารัฐบาลอังกฤษกำลังวางแผนที่จะประกาศมาตรการล็อกดาวน์ในกรุงลอนดอนและพื้นที่ส่วนใหญ่ทางภาคเหนือของประเทศเพื่อสกัดโควิด-19 ระบาดระลอก 2 โดยเบื้องต้นจะมีการสั่งปิดผับบาร์และร้านอาหารเป็นเวลา 2 สัปดาห์รายงานระบุว่ามาตรการล็อกดาวน์รอบล่าสุดนี้เบื้องต้นคาดว่าจะมีการสั่งปิดผับบาร์และร้านอาหารเป็นเวลา 2 สัปดาห์และสั่งห้ามไม่ให้ประชาชนพบปะกันในสถานที่ที่เป็นพื้นที่ปิดในร่มส่วนโรงเรียนและร้านค้ารวมถึงบริษัทต่างๆที่ไม่สามารถให้พนักงานทำงานจากที่บ้านได้นั้นยังคงได้รับอนุญาตให้เปิดทำการตามปกตินายจอห์นสันยังเตือนว่ารัฐบาลจะบังคับใช้มาตรการดังกล่าวเป็นเวลา 6 เดือนหากยังไม่มีความคืบหน้าใหม่ๆในด้านการพัฒนาวัคซีนต้านโควิด-19 และรัฐบาลจะใช้มาตรการที่เข้มงวดขึ้นหากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นอย่างไรก็ดีนายจอห์นสันปฏิเสธที่จะประกาศมาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศอย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งที่ 2 เหมือนที่เคยดำเนินการในเดือนมี.ค