ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 20, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 28 เม.ย.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

นักลงทุนที่มีทองคำในมือ อาจแบ่งขายบางส่วนหากราคาไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,720-1,728 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาอ่อนตัวลงสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,694 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้แนะนำให้เข้าซื้อเพื่อลงทุนระยะสั้น

แนวรับ : 1,694 1,678 1,657 แนวต้าน : 1,728 1,7479 1,769

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวลดลง 10.72  ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันหลังจากนักลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยง(Risk on) ขานรับหลายรัฐในสหรัฐและหลายปท.ทั่วโลกเริ่มผ่อนคลายมาตรการ Lockdown   ทั้งนี้ อิตาลีเตรียมเสนอแผนอนุญาตให้ธุรกิจเปิดทำการอีกครั้งในวันที่ 4 พ.ค.นี้ ขณะที่หลายรัฐในสหรัฐ อาทิ รัฐอลาสกา, จอร์เจีย, เซาธ์ แคโรไลนา, เทนเนสซี และเท็กซัส ได้เริ่มให้ร้านอาหารกลับมาเปิดให้บริการแก่ลูกค้า  โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐนิวยอร์กที่เป็นศูนย์กลางการระบาดในสหรัฐจะเริ่มเปิดเศรษฐกิจแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยจะมีการเปิดภาคการก่อสร้างและการผลิตในเฟสแรก  นอกจากนี้ยังมีบางรัฐของออสเตรเลีย เช่น ควีนส์แลนด์ จะเริ่มผ่อนคลายกฎ Social Distancingในสัปดาห์นี้  ความหวังที่ว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลกจะทยอยกลับมาเป็นปกตินั้นส่งผลให้นักลงทุนกลับเข้าซื้อหุ้นจนหนุนให้ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น  358.51 จุด หรือ +1.51% พร้อมกดดันการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย  สะท้อนจากการร่วงลงของทั้งราคาทองคำ, ดัชนีดอลลาร์ และราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ  อย่างไรก็ดี  ราคาทองคำยังทรงตัวอยู่เหนือ 1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์จากคาดการณ์ว่าธนาคารกลางทั่วโลกจะดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการเงินเพิ่มเติม  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ  อาทิ  สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่ง, ดัชนีราคาบ้านโดย S&P/CS, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากCB และดัชนีภาคการผลิตจากเฟดริชมอนด์

จจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำยังไม่หลุดต่ำกว่าแนวรับโซน 1,694 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก็ยังมีโอกาสลุ้นขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,720-1,728 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุดต่ำกว่าแนวรับแรกราคาทองคำอาจย่อลงมาที่ 1,678-1,657 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งต้องระวังหากราคาทองคำปรับตัวลงเข้าใกล้โซนดังกล่าว

กลยุทธ์การลงทุน :

เปิดสถานะขายบริเวณ 1,720-1,728 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่านไปได้ให้ตัดขาดทุน และชะลอการขายไปยังบริเวณ 1,736-1,747 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่หากราคาอ่อนตัวและกลับมายืนเหนือแนวรับ 1,694 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจพิจารณาเปิดสถานะซื้อเพื่อหวังทำกำไรจากการแกว่งตัว

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) WHO เตือนการระบาดของโควิด-19 ไม่ยุติลงในเร็วๆนี้ นายแพทย์ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังไม่มีแนวโน้มที่จะยุติลงในเร็วๆนี้”การแพร่ระบาดจะยังไม่ยุติลงในเร็วๆนี้ และ WHO ยังคงกังวลต่อแนวโน้มการระบาดที่เพิ่มขึ้นในแอฟริกา ยุโรปตะวันออก ละตินอเมริกา และบางประเทศในเอเชีย” นายแพทย์ทีโดรสกล่าว  นอกจากนี้ นายแพทย์ทีโดรสยังระบุว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตที่มีการรายงานในบางประเทศอยู่ในระดับต่ำกว่าความเป็นจริง อันเนื่องจากประสิทธิภาพในการตรวจหาผู้ป่วยอยู่ในระดับต่ำ
  • (+) ที่ปรึกษาทำเนียบขาวคาดเศรษฐกิจสหรัฐหดตัว 30% ใน Q2/63 จากพิษโควิด  นายเควิน แฮสเซทท์ ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐอาจหดตัวลงรุนแรงที่สุดในไตรมาส 2 นับตั้งแต่เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ โดยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  นายแฮสเซทท์กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะหดตัวลงในไตรมาสแรก และจะรุนแรงมากขึ้นในไตรมาส 2 โดยอาจหดตัวลงถึง 20-30%  ผลการสำรวจของสำนักข่าว CNBC ระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะหดตัว 5.3% ในไตรมาสแรก และ 29% ในไตรมาส 2  นายแฮสเซทท์ยังคาดว่า อัตราการว่างงานในเดือนเม.ย.จะพุ่งแตะระดับ 16-17%  อย่างไรก็ดี นายแฮสเซทท์คาดว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็วทันทีที่รัฐต่างๆเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ หลังจากที่มั่นใจว่ารัฐบาลสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
  • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก นักลงทุนเปิดรับความเสี่ยงหลังสหรัฐ-ยุโรปเริ่มคลายล็อกดาวน์  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (27 เม.ย.) โดยนักลงทุนเริ่มเข้าซื้อสกุลเงินที่เป็นสินทรัพย์เสี่ยง เช่นยูโรและเงินปอนด์ หลังจากมีรายงานว่า ยุโรปและสหรัฐเริ่มคลายมาตรการล็อกดาวน์ ขณะเดียวกันนักลงทุนรอดูผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์นี้  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0832 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0797 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2422 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2351 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.6465 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6382 ดอลลาร์สหรัฐ  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.24 เยน จากระดับ 107.42 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.4039 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.4104 ดอลลาร์แคนาดา แต่หากเทียบกับฟรังสวิส ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 0.9755 ฟรังก์ จากระดับ 0.9749 ฟรังก์
  • (-) บอนด์ยีลด์สหรัฐดีดตัวรับสหรัฐ,ยุโรปผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์  อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวขึ้นในวันนี้ ขานรับการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ของสหรัฐและยุโรป  ณ เวลา 23.59 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ดีดตัวสู่ระดับ 0.649% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 1.234%  ราคาพันธบัตร และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับตัวในทิศทางตรงกันข้ามกัน  นายแอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก เปิดเผยว่า รัฐนิวยอร์กจะเริ่มเปิดเศรษฐกิจอีกครั้ง หลังจากที่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว โดยจะใช้กลยุทธ์เปิดเศรษฐกิจแบบค่อยเป็นค่อยไป
  • (+/-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 358.51 จุด ขานรับสหรัฐคลายมาตรการล็อกดาวน์  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (27 เม.ย.) ขานรับรายงานที่ว่า หลายรัฐในสหรัฐเริ่มคลายมาตรการล็อกดาวน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐนิวยอร์กที่จะเริ่มเปิดเศรษฐกิจอีกครั้ง หลังจากที่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงเฟซบุ๊กและแอปเปิล รวมทั้งรอดูผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์นี้ด้วย  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,133.78 จุด เพิ่มขึ้น 358.51 จุด หรือ +1.51% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,878.48 จุด เพิ่มขึ้น 41.74 จุด หรือ +1.47% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,730.16 จุด เพิ่มขึ้น 95.64 จุด หรือ +1.11%