วิเคราะห์ราคาทองคำ 28 ส.ค.62(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,526 1,517 1,508

แนวต้าน : 1,555 1,569 1,576

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป มูดี้ส์ ซึ่งเป็นสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ปรับลดแนวโน้มสำหรับวาณิชธนกิจทั่วโลก (GIB) จาก “เชิงบวก” สู่ “มีเสถียรภาพ” จากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอลงและอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงหรืออัตราดอกเบี้ยติดลบ โดยประเมินว่าความสามารถในการทำกำไรของ GIB เหล่านี้ ซึ่งรวมถึง Goldman Sachs, J.P. Morgan, HSBC และ Deutsche Bank จะลดลง เนื่องจากตกอยู่ภายใต้แรงกดดันมากขึ้นในช่วง 12 – 18 เดือนข้างหน้า และวาณิชธนกิจจะเผชิญกับกิจกรรมของลูกค้าในระดับต่ำจากความไม่แน่นอนทั่วโลก รายงานดังกล่าวสร้างแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำเพิ่มเติม ขณะที่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสงครามการค้าจีน-สหรัฐ ทำให้ตลาดเงิน ตลาดทุนต่างๆ ระมัดระวังการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน จากความไม่แน่ใจมากขึ้นว่าทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงการค้าได้ในระยะใกล้ จึงส่งผลให้เมื่อราคาทองคำปรับตัวขึ้นยังคงมีแรงขายทำกำไรสลับเข้ามา ทั้งนี้ในช่วงบ่ายราคาทองคำค่อยๆปรับตัวขึ้น แต่หากยังไม่สามารถผ่านโซน 1,544 ดอลลาร์ต่อออนซ์ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของวันก่อนหน้าได้ ยังคงต้องระมัดระวังแรงขาย แต่หากสามารถยืนได้มั่นคง ราคาจะขยับขึ้นต่อทดสอบแนวต้านสำคัญบริเวณ 1,555 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งนักลงทุนอาจแบ่งทองคำออกขายทำกำไรบางส่วน ซึ่งหากราคาไม่สามารถยืนได้อย่างแข็งแกร่ง  เพราะยังมีโอกาสที่ราคาจะอ่อนตัวลงเพื่อสะสมแรงซื้ออีกครั้ง  และนักลงทุนสามารถเข้าซื้อเมื่อราคามีการย่อตัว โดยประเมินแนวรับบริเวณ 1,530-1,526 ดอลลาร์ต่อออนซ์เพื่อรอขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: หากราคาสามารถทรงตัวรักษาได้จะเห็นราคาค่อยๆปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 1,555 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านได้ ประเมินว่าราคาทองคำจะอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับบริเวณ 1,530-1,526 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position แนะนำให้ทยอยปิดสถานะทำกำไบริเวณแนวต้าน 1,555 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อรอจังหวะเข้าซื้อหากราคาย่อตัวลงมาและไม่หลุดแนวรับ 1,530-1,526 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position รอดูบริเวณแนวรับ 1,530-1,526 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาไม่หลุดแนวดังกล่าวและยืนได้อย่างแข็งแกร่งแนะนำให้ปิดสถานะ

Open New รอเข้าซื้อบริเวณแนวรับ 1,530-1,526 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และ แต่หากราคาหลุด 1,524 ดอลลาร์ต่อออนซ์แนะนำว่าสถานะซื้อควรตัดขาดทุน ทั้งนี้ อาจแบ่งทองคำออกขายทำกำไรเมื่อราคาขยับขึ้นไม่ผ่านโซน 1,555 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (สถานะขายตัดขาดทุนหากยืนเหนือ 1,555 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้)

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) “มูดี้ส์”ปรับลดแนวโน้มสำหรับวาณิชธนกิจทั่วโลก  มูดี้ส์ ซึ่งเป็นสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ปรับลดแนวโน้มสำหรับวาณิชธนกิจทั่วโลก (GIB) เมื่อวานนี้ จาก “เชิงบวก” สู่ “มีเสถียรภาพ” จากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอลงและอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงหรืออัตราดอกเบี้ยติดลบ  มูดี้ส์ระบุว่า GIB เหล่านี้ ซึ่งได้รวมถึง Goldman Sachs, J.P. Morgan, HSBC และ Deutsche Bank จะพบว่า ความสามารถในการทำกำไรของพวกเขาตกอยู่ภายใต้แรงกดดันมากขึ้นในช่วง 12 – 18 เดือนข้างหน้า นอกจากนั้น พวกเขาจะเผชิญกับกิจกรรมของลูกค้าในระดับต่ำจากความไม่แน่นอนทั่วโลก  นางอนา อาร์ซอฟ กรรมการผู้จัดการของบริษัทมูดี้ส์ระบุว่า “แนวโน้มที่มีเสถียรภาพสำหรับวาณิชธนกิจทั่วโลกสะท้อนถึงคาดการณ์ของเราที่ว่า ความสามารถในการทำกำไรสำหรับ GIB อาจแตะระดับสูงสุดแล้วสำหรับวงจรเศรษฐกิจนี้”  ธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลกเปลี่ยนทิศทางนโยบายทางการเงิน, ลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นการปล่อยกู้ในประเทศ อย่างไรก็ตาม อัตราดอกเบี้ยที่ลดลงจำกัดความสามารถของธนาคารในการทำกำไร ในขณะเดียวกัน อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นดีสำหรับธนาคาร เนื่องจากทำให้พวกเขาสามารถปล่อยเงินกู้แก่นักลงทุนด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ทำกำไร
  • (+) พรรคฝ่ายค้านของอังกฤษรวมตัวกดดันนายกฯเลื่อนเบร็กซิท  พรรคการเมืองฝ่ายค้านอังกฤษระบุว่า พวกเขาจะพยายามผ่านกฎหมายที่จะกดดันให้นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษเลื่อนการแยกตัวของอังกฤษจากสหภาพยุโรป (EU) และยับยั้งการแยกตัวแบบไร้ข้อตกลงที่อาจจะยุ่งเหยิงในช่วงสิ้นเดือนต.ค.  อังกฤษมีแนวโน้มมุ่งสู่วิกฤติด้านรัฐธรรมนูญภายในประเทศและการเผชิญหน้ากับ EU ในขณะที่นายกฯจอห์นสันสัญญาว่า จะแยกตัวออกจาก EU ในเวลา 66 วันโดยปราศจากข้อตกลงเว้นแต่ว่าสหภาพยุโรปตกลงจะเจรจาข้อตกลงเบร็กซิทอีกครั้ง  จุดติดขัดคือแผน backstop  ซึ่งเป็นนโยบายรับประกันว่าจะป้องกันการกลับคืนสู่การคุมเข้มพรมแดนบนเกาะไอร์แลนด์
  • (+) ภาวะตลาดหุ้นจีน: เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดลบ 8.43 จุด นลท.จับตาแนวโน้มเจรจาการค้า  ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดตลาดวันนี้อ่อนตัวลง ในขณะที่นักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ   สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตอ่อนตัว 8.43 จุด หรือ 0.29% ปิดที่ 2,893.76 จุด   เจ้าหน้าที่รายหนึ่งของจีนเปิดเผยกับสื่อต่างประเทศว่า หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ส่งสัญญาณที่สร้างความสับสนในช่วงที่ผ่านมา ความน่าเชื่อถือของปธน.ทรัมป์ได้กลายเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับจีนในการบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายกับสหรัฐ  เจ้าหน้าที่กล่าวว่า มีผู้เจรจาเพียงไม่กี่รายในจีนที่คาดว่า อาจจะมีการบรรลุข้อตกลงก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2563 เนื่องจากเป็นเรื่องอันตรายสำหรับเจ้าหน้าที่ใดๆ ที่จะแนะนำให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ลงนามในข้อตกลงซึ่งปธน.ทรัมป์อาจละเมิดในท้ายที่สุด
  • (+/-) คาดจีนลดดอกเบี้ยตั้งแต่ก.ย.แต่อาจเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป  ความสัมพันธ์ทางการค้าจีน-สหรัฐที่ย่ำแย่ลงและการปฏิรูปอัตราดอกเบี้ยกระตุ้นคาดการณ์ที่ว่า จีนจะเริ่มลดดอกเบี้ยตั้งแต่เดือนหน้า แต่เจ้าหน้าที่ธนาคารคาดว่า อัตราดอกเบี้ยจะปรับลดลงแบบค่อยเป็นค่อยไปเท่านั้น ซึ่งเป็นแรงหนุนในวงจำกัดสำหรับเศรษฐกิจจีนที่กำลังชะลอตัว  เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายจีนจำเป็นต้องเริ่มกระตุ้นการลงทุนเพื่อรักษาการจ้างงาน แต่การลดอัตราดอกเบี้ยครั้งใหญ่อาจกระตุ้นการก่อหนี้เพิ่มเติมและกดดันกำไรของธนาคาร ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของภาคการเงิน  อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เศรษฐกิจชะลอตัว นักวิเคราะห์ระบุว่า การปฏิรูปครั้งสำคัญที่เปิดตัวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ปูทางสำหรับการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของจีนครั้งแรกในรอบ 4 ปี โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีแนวโน้มเกิดขึ้นภายในช่วงกลางเดือนก.ย. ในช่วงใกล้เคียงกับการผ่อนคลายที่คาดไว้จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)