วิเคราะห์ราคาทองคำ 28 ส.ค.62(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (HGF)

โฆษกจีนยืนยันจีนไม่ได้เสนอสหรัฐให้กลับมาเจรจาร่วมกันอีกครั้ง

กองทุน SPDR ซื้อทองคำสูงถึง 13.49 ตัน

ราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways up  

  • ราคาทองคำเมื่อวานปรับขึ้นแรงอีกรอบและกลับไปที่จุดสูงสุดของปีที่ 1,545 ดอลลาร์ เนื่องจากโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวยืนยันเมื่อวานนี้ว่า ไม่ได้รับทราบข่าวที่ว่าเจ้าหน้าที่จีนเสนอสหรัฐให้กลับมาเจรจาร่วมกันอีกครั้งตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แถลงก่อนหน้านี้ ทำให้การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนยังมีความไม่แน่นอน นอกจากนี้ตลาดพันธบัตรสหรัฐเกิดภาวะ Inverted yield curve ทำให้กังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย ทางด้านกองทุน SPDR ซื้อทองคำสูงถึง 13.49 ตันเมื่อวาน
  • วันนี้ติดตามประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนต่อไป ว่าจะมีข่าวจากทางสหรัฐและจีนเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้าและการเจรจาการค้าหรือไม่ ขณะที่คืนนี้สหรัฐไม่มีประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways up  โดยมีแนวต้านสำคัญที่ 1,545-1,550 ดอลลาร์ ถ้าผ่านขึ้นไปได้จะมีแนวต้านถัดไปที่ 1,560 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับ 1,530 ดอลลาร์ และแนวรับถัดไปที่ 1,520 ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,542.60 +15.5 1,530/1,525 1,550/1,560

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
22,150 22,250/22,200 22,450/22,550

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
22,450 +200 22,400/22,350 22,570/22,680

โกลด์ฟิวเจอร์สออนไลน์

Close chg Support Resistance
1,546.60 +12.50 1,535/1,530 1,555/1,565

สำหรับนักลงทุนที่ซื้อไว้แนะนำถือต่อไป (Let Profit Run) เพื่อขายทำกำไรเมื่อราคา GOU19 ปรับขึ้นมาที่ 1,555 ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ :เงินดอลล์อ่อน หลังข้อมูลศก.ซบเซา,ตลาดบอนด์สหรัฐส่งสัญญาณศก.ถดถอย

          ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยนและเงินบางสกุล ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (27 ส.ค.) หลังจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐ นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังอ่อนค่าลงหลังจากตลาดพันธบัตรสหรัฐเกิดภาวะ inverted yield curve หรือภาวะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นสูงกว่าอัตราผลตอบแทนระยะยาว ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มเศรษฐกิจถดถอย

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ :ทองปิดพุ่ง $14.60 นลท.แห่ซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยหลังตลาดหุ้นร่วง

        สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา (27 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนแห่ซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐร่วงลง ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน นอกจากนี้ สัญญาทองคำยังได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 14.60 ดอลลาร์ หรือ 1% ปิดที่ 1,551.80 ดอลลาร์/ออนซ์       สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 51.2 เซนต์ หรือ 2.9% ปิดที่ 18.153 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ :น้ำมัน WTI ปิดพุ่ง $1.29 รับคาดการณ์สต็อกน้ำมันดิบลดลงต่อเนื่อง

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 2% เมื่อคืนที่ผ่านมา (27 ส.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐจะลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 2 รวมทั้งรายงานที่ว่า สมาชิกกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ได้ให้ความร่วมมือมากขึ้นในการปฏิบัติตามข้อตกลงการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน  สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 1.29 ดอลลาร์ หรือ 2.4% ปิดที่ 54.93 ดอลลาร์/บาร์เรล  สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 81 เซนต์ หรือ 1.4% ปิดที่ 59.51 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ: ดาวโจนส์ปิดลบ 120.93 จุด วิตกเจรจาการค้า

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (27 ส.ค.) หลังจากตลาดพันธบัตรสหรัฐเกิดภาวะ inverted yield curve หรือภาวะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นสูงกว่าอัตราผลตอบแทนระยะยาว ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มเศรษฐกิจถดถอย นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากถ้อยแถลงของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนออกมาสวนทางกับที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ให้ความหวังกับตลาดไว้ก่อนหน้านี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,777.90 จุด ลดลง 120.93 จุด หรือ -0.47% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,869.16 จุด ลดลง 9.22 จุด หรือ -0.32% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,826.95 จุด ลดลง 26.79 จุด หรือ -0.34%