ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 19, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 28 ม.ค.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

หากราคาทองคำสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,575-1,568 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง สามารถรอขายทำกำไรบางส่วนหากไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,589 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าฝ่าไปได้ให้รอขายบริเวณแนวต้านถัดไป

แนวรับ : 1,568 1,557 1,546  แนวต้าน : 1,589 1,603 1,612

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 12.29  ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากความวิตกว่า  การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นั้นจะกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจทั่วโลก  ดังเช่นที่เคยเกิดในช่วงที่ไวรัสซาร์ระบาดในปี 2003  ซึ่งกระทบต่อ GDP จีนในปี 2003 มากกว่า -1% และกระทบต่อ GDP โลกราว -0.1%  สถานการณ์ดังกล่าวกดดันให้เกิดแรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยงจนส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์ปิดร่วงลงกว่า 400 จุดเมื่อคืนนี้  พร้อมกับกระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยในวงกว้าง  สะท้อนจากการทะยานขึ้นของราคาทองคำ  สกุลเงินเยนที่แข็งค่า  และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีที่ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 เดือน  นอกจากนี้ทองคำยังได้รับแรงหนุนเพิ่มจากการเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่ของสหรัฐที่ออกมาแย่เกินคาดอีกด้วย  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ  อาทิ  ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน, ดัชนีราคาบ้านโดย S&P/CS , ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก CB และดัชนีภาคการผลิต จากเฟดริชมอนด์  Updates เช้านี้เวลา 8.45 น.ตามเวลาไทย  SCMP รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 106 คน ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 4,235 คน  อีกทั้งมีการพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในอีกหลายประเทศ  อาทิ  กัมพูชา และเยอรมนี  จึงยังคงต้องจับตาการแพร่ระบาดของโรคอย่างใกล้ชิดThailand, Vietnam, Japan, South Korea, Singapore

จจัยทางเทคนิค :

ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบและทรงตัวในระดับสูงเพื่อสะสมแรงซื้อ โดยราคาพยายามขึ้นไปทดสอบแนวต้านในโซน 1,589 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แสดงถึงแรงเข้าซื้อในระยะสั้น หากยืนได้แข็งแกร่งมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปต่อเพื่อทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 1,603 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แนวรับนั้นอยู่ในบริเวณ 1,575-1,568 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

เปิดสถานะซื้อหากราคาอ่อนตัวลงมาในโซน 1,575-1,568 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พร้อมลดการลงทุนหากราคาหลุด 1,557 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ อาจพิจารณาแบ่งทองคำออกขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,589-1,603 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) สหรัฐเผยยอดขายบ้านใหม่ลดลงในเดือนธ.ค. สวนทางคาดการณ์  กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่ลดลง 0.4% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 694,000 ยูนิต ซึ่งเป็นการปรับตัวลงเป็นเดือนที่ 3 สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 730,000 ยูนิต หลังจากแตะระดับ 697,000 ยูนิตในเดือนพ.ย.
  • (+) ดาวโจนส์ปิดร่วง 453.93 จุด วิตกไวรัสโคโรนาฉุดเศรษฐกิจโลก  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 400 จุดเมื่อคืนนี้ (27 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง เช่น หุ้นกลุ่มสายการบิน โรงแรม และสถานกาสิโน ต่างก็ดิ่งลงอย่างหนัก หลังจากรัฐบาลจีนขยายเวลาวันหยุดในเทศกาลตรุษจีนและมีคำสั่งห้ามทัวร์จีนเดินทางออกนอกประเทศ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าว  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,535.80 จุด ร่วงลง 453.93 จุด หรือ -1.57% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,243.63 จุด ลดลง 51.84 จุด หรือ -1.57% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,139.31 จุด ลดลง 175.60 จุด หรือ -1.89%
  • (+) เยอรมนียืนยันพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่รายแรกในรัฐบาวาเรีย  เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขรัฐบาวาเรียของเยอรมนียืนยันการพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่รายแรกเมื่อคืนนี้ โดยระบุว่า ชายที่ติดเชื้อดังกล่าวมาจากเมืองสตาร์นเบิร์ก ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองมิวนิคไปทางตะวันเฉียงใต้ราว 30 กิโลเมตร  ทั้งนี้ คณะทำงานด้านโรคติดเชื้อของสำนักงานความปลอดภัยด้านสุขภาพและอาหารของรัฐบาวาเรียระบุว่า ผู้ป่วยดังกล่าวได้ถูกแยกตัวเพื่อเฝ้าติดตามอาการ ขณะที่เขายังคงอยู่ในอาการที่ดี ส่วนผู้ที่ติดต่อใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อดังกล่าวนั้นได้รับการตรวจร่างกายและอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว พร้อมทั้งได้รับแจ้งให้ทราบถึงอาการที่เป็นไปได้ มาตรการด้านสุขอนามัย และช่องทางการแพร่เชื้อ
  • (-) เฟดดัลลัสเผยดัชนีภาคการผลิตเท็กซัสดีดตัวขึ้นในเดือนม.ค.  ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาดัลลัส เปิดเผยผลสำรวจระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตรัฐเท็กซัสดีดตัวสู่ระดับ 10.5 ในเดือนม.ค. จากระดับ 3.6 ในเดือนธ.ค.
  • (-) ดอลล์แข็งเทียบยูโร,ปอนด์ เหตุนลท.ซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยหลังไวรัสโคโรนาระบาด  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโร ปอนด์ และดอลลาร์ออสเตรเลีย ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (27 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและทำให้เกิดความวิตกกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรับ ที่ระดับ 1.1016 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1029 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.3048 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3078 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.6757 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6822 ดอลลาร์สหรัฐ  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.92 เยน จากระดับ 109.27 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์ ที่ระดับ 0.9696 ฟรังก์ จากระดับ 0.9708 ฟรังก์
  • (+/-) จับตา”ทรัมป์”เตรียมแถลงนโยบายประจำปีต่อสภาคองเกรส 4 ก.พ.  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เตรียมแถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) ต่อสภาคองเกรสในวันที่ 4 ก.พ. ตามคำเชิญของนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ  ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์จะกล่าวสุนทรพจน์ในวันที่ 4 ก.พ.เวลา 21.00 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับช่วงเช้าวันที่ 5 ก.พ.เวลา 09.00 น.ตามเวลาไทย  การกล่าวสุนทรพจน์ของปธน.ทรัมป์ต่อสภาคองเกรสในครั้งนี้ ซึ่งเป็นการแถลงนโยบายของเขาต่อวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเป็นครั้งที่ 3 ของเขา ได้รับความสนใจจากสื่อทั่วโลก โดยจะมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ต่อชาวสหรัฐทั่วประเทศ ขณะที่สำนักข่าว CNN จะออกอากาศสดไปทั่วโลกเช่นกัน