ศุกร์. พ.ย. 22nd, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 28 ต.ค.62(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,491 1,480 1,464

แนวต้าน : 1,518 1,535 1,545

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  จีนเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ ตั้งแต่เศรษฐกิจที่ชะลอตัว ไปจนถึงความไม่สงบในฮ่องกง ซึ่งจีนแสดงความไม่พอใจหลายครั้งที่สหรัฐให้การสนับสนุนการชุมนุมประท้วงในฮ่องกง การเจราจาการค้าถูกนำไปเชื่อมโยงกับประเด็นดังกล่าว ทั้งนี้ พรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของจีนกำลังจัดการประชุมสำคัญตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดีนี้ โดยเป็นการรวมตัวของเหล่าผู้นำระดับสูงทั้งหมดของพรรคอย่างเป็นทางการ แนะนำจับตาท่าทีของผู้นำจีนว่าจะมีท่าทีอย่างไร ซึ่งอาจส่งผลต่อการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐ-จีนต่อจากนี้ เบื้องต้นราคาทองคำพยายามทรงตัว ยังมีโอกาสที่ราคาจะทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,518 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตาม หากราคาไม่สามารถขึ้นไปยืนได้ หรือ ไม่สามารถผ่านไปได้ต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรระยะสั้นออกมา อาจเห็นการปรับตัวลงของราคาทองคำ โดยประเมินแนวรับที่ 1,491-1,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาสามารถผ่านแนวต้านดังกล่าวไปได้ ประเมินว่าจะปรับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านถัดไปโซน 1,535 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: หากราคาทองคำไม่สามารถสร้างระดับสูงสุดครั้งใหม่จากวันก่อนหน้า หรือหากราคาทองคำขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 1,518 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ไม่สามารถขึ้นไปยืนได้ มีโอกาสที่ราคาจะอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับโซน 1,491 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถยืนเหนือแนวรับแรกอาจเห็นการย่อตัวกลับลงมา โดยประเมินแนวรับถัดไปโซน 1,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position แนะนำให้ปิดสถานะทำกำไรบางส่วน หากราคาไม่สามารถผ่านแนวต้าน 1,518 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ แต่หากสามารถผ่านไปได้ให้ชะลอไปปิดสถานะทำกำไรบริเวณแนวต้านถัดไปโซน 1,535 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position นักลงทุนสามารถปิดสถานะทำกำไรบริเวณแนวรับ 1,491 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาปรับตัวขึ้นยืนเหนือ 1,518ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจใช้เป็นจุดตัดขาดทุน

Open New นักลงทุนสามารถเข้ามาซื้อเก็งกำไรในบริเวณแนวรับ 1,491-1,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และ ปิดสถานะทำกำไรในบริเวณ 1,518-1,535 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามหากราคาหลุด 1,480 แนะนำให้ตัดขาดทุน

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) คาดการผละงานประท้วงของพนง.”GM”จะกระทบการจ้างงานสหรัฐในต.ค. ข้อมูลของรัฐบาลสหรัฐแสดงว่า การผละงานประท้วงของพนักงานบริษัท General Motors (GM) อาจถ่วงการเติบโตด้านการจ้างงานของสหรัฐในเดือนต.ค. รายงานการผละงานประท้วงรายเดือนของกระทรวงแรงงานสหรัฐแสดงว่า พนักงานของบริษัท General Motors จำนวน 46,000 คนผละงานประท้วงที่โรงงานต่างๆของผู้ผลิตรถยนต์แห่งนี้ในรัฐมิชิแกนและเคนตักกี้ระหว่างการนับการจ้างงานเดือนต.ค. พนักงานที่ผละงานประท้วงซึ่งไม่ได้รับค่าจ้างระหว่างช่วงดังกล่าว จะได้รับพิจารณาว่าว่างงาน ตัวเลขที่เผยแพร่โดยรัฐบาลสหรัฐพิจารณาเพียงแค่พนักงานที่ผละงานประท้วง การผละงานประท้วงของ GM โดยสมาชิกสหภาพ United Auto Workers (UAW) เริ่มต้นในวันที่ 16 ก.ย. โดยส่งผลกระทบเป็นทอดๆต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ระบุว่า ได้ทำให้จำนวนการขอรับสวัสดิการว่างงานเพิ่มขึ้นในต้นเดือนต.ค. การผละงานประท้วงดังกล่าวถ่วงผลผลิตภาคการผลิตในเดือนก.ย.
  • (+) นายกฯอังกฤษเตรียมไฟเขียว”Huawei”เข้าสู่เครือข่าย 5G ของอังกฤษ เมื่อวานนี้หนังสือพิมพ์ Sunday Times รายงานว่า นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษกำลังเตรียมการอนุญาตให้บริษัท Huawei Technologies Co Ltd ของจีนเข้าสู่เครือข่ายโทรคมนาคม 5G ในอนาคตของอังกฤษ แหล่งข่าวจากรัฐบาลและบริการด้านความมั่นคงระดับสูงระบุว่า อังกฤษกำลังดำเนินการไปสู่การตัดสินใจซึ่งจะอนุญาตให้ Huawei สามารถเข้าถึงส่วนที่ “ไม่มีความขัดแย้ง” ของเครือข่ายดังกล่าว ซึ่งจะสร้างรอยร้าวกับสหรัฐ เนื่องจากสหรัฐคว่ำบาตรบริษัทแห่งนี้จากความกังวลที่ว่า Huawei ใกล้ชิดกับสำนักงานด้านข่าวกรองของจีนมากเกินไป
  • (-) ตลาดหุ้นจีน: หุ้นจีนแข็งแกร่งขณะทัศนะบวกการค้าหนุนความเชื่อมั่น หุ้นจีนปรับตัวสูงขึ้นในวันนี้ โดยได้แรงหนุนจากการบวกขึ้นของหุ้นรายใหญ่กลุ่มเทคโนโลยี หลังจากที่จีนยืนยันที่จะสนับสนุนมากขึ้นสำหรับภาคดังกล่าว ท่ามกลางความหวังที่ว่า ผู้เจรจาจีน-สหรัฐมีความคืบหน้าในการเจรจาการค้า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของจีนปิดที่ 2,980.05 บวก 25.12 จุดหรือ +0.85% ขณะที่ดัชนีหุ้นบลูชิพ CSI300 ปิดที่ 3,926.58 บวก 29.79 จุดหรือ +0.76%
  • (+/-) อียู เตรียมยื่นข้อเสนอขยายเวลา Brexit ออกไปถึงวันที่ 31 ม.ค.2020 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สหภาพยุโรป (อียู) ได้เตรียมยื่นข้อเสนอในการขยายกำหนดเส้นตาย Brexit ให้กับอังกฤษออกไปอีก 3 เดือน เป็นวันที่ 31 มกราคมปี 2020 อย่างไรก็ตามการขยายเส้นตายดังกล่าว ต้องผ่านความเห็นชอบจากเอกอัครราชทูต 27 ประเทศสมาชิก EU ซึ่งจะประชุมร่วมกันที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม ในวันนี้ (28ต.ค.)  โดยข้อเสนอการขยายระยะเวลาเส้นตาย Brexit ฉบับนี้ได้ระบุว่า อังกฤษสามารถออกจากการเป็นสมาชิกของอียูได้ก่อนในวันที่ 30 พ.ย. และ 31 ธ.ค.นี้ ในกรณีที่ทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงได้ตามเวลาที่กำหนด ซึ่งไม่รวมถึงการเจรจาการถอนเงินและกำหนดให้อังกฤษต้องปฎิบัติตามพันธกรณีของอียู อย่างเต็มที่ระหว่างการขยายเส้นตาย การประชุมของเอกอัครราชทูตทั้ง 27 ประเทศสมาชิก EU ที่จะมีขึ้นในวันนี้นั้น  จะมีขึ้นก่อนที่นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษจะยื่นเรื่องต่อรัฐสภาอังกฤษ เพื่อให้มีการลงมติเพื่อขอความเห็นชอบในการจัดการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ในวันที่ 12 ธันวาคมนี้  อย่างไรก็ตามการยื่นขอจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่ของผู้นำอังกฤษ อาจไม่ใช่เรื่องง่ายนักเนื่องจากรัฐบาลอังกฤษต้องการเสียงสองในสามของสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด  ซึ่งนายเจเรมี่ คอร์บิ้น หัวหน้าพรรคแรงงาน ซึ่งเป็นผู้นำฝ่ายค้านยืนยันว่าจะไม่สนับสนุนให้มีการเลือกตั้งใหม่ จนกว่านายจอห์นสัน จะยกเลิกการผลักดันการออกจาก Brexit แบบไม่มีข้อตกลงอย่างเด็ดขาด