จันทร์. พ.ย. 18th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 28 ต.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เก็งกำไรระยะสั้น โดยอาจต้องพิจารณาโซน 1,491-1,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นจุดซื้อ อย่างไรก็ตามหากราคาปรับตัวขึ้นไปและสามารถยืนเหนือ 1,518 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจเลือกลดสถานะขายลง

แนวรับ : 1,491 1,480 1,464  แนวต้าน : 1,518 1,535 1,545

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดทรงตัวแทบไม่เปลี่ยนแปลง  หลังจากในระหว่างวันราคาพุ่งขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์บริเวณ  1,517.95  ดอลลาร์ต่อออนซ์โดยได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับ Brexit  ซึ่งช่วยกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  รวมไปถึงการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 29-30 ต.ค.นี้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยหนุนราคาทองคำเช่นกัน  อย่างไรก็ดีราคาทองคำไม่สามารถรักษาช่วงบวกไว้ได้  โดยได้รับแรงกดดันหลังจากสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ออกแถลงการณ์ระบุว่า “สหรัฐและจีนมีความคืบหน้าในการเจรจาการค้า และใกล้ที่จะเสร็จสิ้นการทำข้อตกลง Phase 1”  ส่วนกระทรวงพาณิชย์จีนออกมาระบุสอดคล้องกันในวันเสาร์ว่า นายหลิว เหอ รองนายกจีนได้หารือทางโทรศัพท์กับนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้า และนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐเมื่อคืนวันศุกร์ และทั้งสองประเทศยืนยันว่า การหารือทางเทคนิคเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าบางส่วนได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว  ซึ่งความคืบหน้าเชิงบวกเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐส่งผลให้นักลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยง(Risk on) อีกครั้งจนกดดันการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งของสหรัฐ

จจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำสามารถยืนเหนือโซน 1,491 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ มีผลให้ราคาดีดตัวขึ้นต่อ โดยอาจขึ้นมาถึงบริเวณกรอบแนวต้านโซน 1,518-1,535 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เบื้องต้นคาดจะมีแรงขายทำกำไรออกมา แต่หากตลอดทั้งวันยังสามารถยืนเหนือแนวรับแรกได้ คาดจะเกิดแรงซื้อกลับลงมาอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

เน้นเก็งกำไรระยะสั้น โดยอาจรอให้มีแรงขายลงมายังบริเวณแนวรับในบริเวณ 1,491-1,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์   จึงทยอยเข้าซื้อเก็งกำไร แต่หากราคาหลุด 1,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์อาจต้องชะลอการซื้อออกไปก่อน ขณะที่การเปิดสถานะขาย  อาจต้องชะลออออกไปหากราคาปรับตัวขึ้นไปเหนือบริเวณ 1,518 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) จับตาประชุมเฟดวันที่ 29-30 ต.ค.นี้ ขณะตลาดคาดเฟดหั่นดอกเบี้ยอีก 0.25%  นักลงทุนในตลาดการเงินทั่วโลกจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 29-30 ต.ค.นี้ ขณะที่ตลาดคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 0.25% ในการประชุมครั้งนี้  ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาส 93.5% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมนโยบายการเงินในเดือนนี้ 
  • (+) ผลสำรวจม.มิชิแกนชี้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐต่ำกว่าคาดในเดือนต.ค.  ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นขั้นสุดท้ายของผู้บริโภคสหรัฐลดลงสู่ระดับ 95.5 ในเดือนต.ค. จากตัวเลขเบื้องต้นที่ระดับ 96.0 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 96.0 แต่ปรับตัวขึ้นจากระดับ 93.2 ในเดือนก.ย.  ผลสำรวจพบว่า ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นลดลงต่อเศรษฐกิจทั้งในปัจจุบัน และในอนาคต 
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 152.53 จุด นลท.ปรับตัวรับผลประกอบการ,ข้อมูลศก.ไร้ทิศทาง  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อวันศุกร์ (25 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนปรับตัวรับการเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 3 ที่เป็นไปอย่างไร้ทิศทาง รวมถึงการเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นขั้นสุดท้ายของผู้บริโภคสหรัฐที่ลดลงในเดือนต.ค. ขณะที่นักลงทุนขานรับความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,958.06 จุด เพิ่มขึ้น 152.53 จุด หรือ +0.57% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,022.55 จุด เพิ่มขึ้น 12.26 จุด หรือ +0.41% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,243.12 จุด เพิ่มขึ้น 57.32 จุด หรือ +0.70%
  • (-) USTR เผยสหรัฐ-จีนคืบหน้าเจรจาการค้า ขณะใกล้เสร็จสิ้นการทำข้อตกลงเฟสแรก  สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ออกแถลงการณ์ระบุว่า สหรัฐและจีนมีความคืบหน้าในการเจรจาการค้า และใกล้ที่จะเสร็จสิ้นการทำข้อตกลงบางส่วนในขั้นแรก   “เจ้าหน้าที่มีความคืบหน้าในหลายประเด็น และทั้งสองฝ่ายใกล้เสร็จสิ้นเนื้อหาบางส่วนในข้อตกลงดังกล่าว และการหารือจะยังคงดำเนินไปในระดับรัฐมนตรีช่วย ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรีจะเจรจากันทางโทรศัพท์ในอนาคตอันใกล้” แถลงการณ์ระบุ 
  • (-) กระทรวงพาณิชย์จีนแถลงยืนยันการหารือด้านเทคนิคเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าจีน-สหรัฐเสร็จสมบูรณ์แล้ว  กระทรวงพาณิชย์จีนระบุในแถลงการณ์วันนี้ว่า นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีนได้หารือทางโทรศัพท์กับนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้า และนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐเมื่อคืนวันศุกร์ และทั้งสองประเทศยืนยันว่า การหารือทางเทคนิคเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าบางส่วนได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว  ทั้งสองฝ่ายยังได้ตกลงที่จะแก้ไขข้อกังวลหลักของกันและกันอย่างเหมาะสมด้วย   แถลงการณ์ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายยืนยันว่า สหรัฐจะนำเข้าสัตว์ปีกปรุงสุกและผลิตภัณฑ์ปลาดุกจีน ในขณะที่จีนจะยกเลิกการห้ามนำเข้าสัตว์ปีกของสหรัฐ   นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังได้เห็นพ้องกันเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ระบบข้อมูลสาธารณสุขสำหรับผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์
  • (-) ดอลล์สหรัฐแข็งค่าเทียบเงินปอนด์ ขณะตลาดกังวล Brexit  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินปอนด์ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (25 ต.ค.) ขณะที่นักลงทุนรอดูความคืบหน้าเกี่ยวกับกระบวนการถอนตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit)  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.20% สู่ระดับ 97.8311 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.68 เยน จากระดับ 108.61 เยน และ ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9941 ฟรังก์ จากระดับ 0.9920 ฟรังก์ แต่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3061 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3071 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.1080 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1107 ดอลลาร์, เงินปอนด์อ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.2829  ดอลลาร์ จากระดับ 1.2863 ดอลลาร์ และ ดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.6820 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6821 ดอลลาร์สหรัฐ