ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 23, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 27 เม.ย.63 (ภาคบ่าย) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,705 1,692 1,678

แนวต้าน : 1,747 1,769 1,788

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

นายแอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กของสหรัฐกล่าวว่า รัฐนิวยอร์กอาจจะเริ่มเปิดการผลิตและการก่อสร้างอีกครั้งหลังวันที่ 15 พฤษภาคม สำหรับการผ่อนปรนมาตรการเข้มงวดตามนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ประกาศจะคลายมาตรการล็อคดาวน์ในหลายรัฐ เพื่อให้เศรษฐกิจกลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง ทางด้านนายจูเซปเป คอนเต นายกรัฐมนตรีอิตาลี กล่าวว่า อิตาลีจะเริ่มคลายมาตรการล็อกดาวน์ในวันที่ 4 พ.ค. เพื่อเริ่มเปิดเศรษฐกิจและให้ประชาชนดำเนินชีวิตตามปกติเช่นกัน ทั้งนี้ หากสหรัฐและประเทศต่างๆ สามารถเปิดประเทศจนกลับสู่ภาวะปกติโดยไม่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบ 2 คาดว่าจะทำให้ความต้องการลงทุนตลาดหุ้น และ สินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้น จนทองคำถูกลดความน่าสนใจลง อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำมีการเคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบ แม้ว่าตลาดหุ้นเอเชีย และตลาดหุ้นยุโรป จะเคลื่อนไหวในแดนบวก เนื่องจากยังคงมีความกังวลว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังคงดำเนินต่อไป และ จะส่งผลลบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจไปอีกระยะหนึ่ง ในระยะสั้น หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือบริเวณ 1,736-1,747 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจขายเพื่อลดความเสี่ยง โดยพิจารณาเข้าซื้ออีกครั้งหากราคาไม่ต่ำกว่าแนวรับโซน 1,711-1,705 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อรอจังหวะดีดตัวแล้วทำกำไรระสั้น แต่หากไม่สามารถรับความเสี่ยงได้มากนัก อาจชะลอการลงทุนออกไปก่อนเพื่อรอดูการตั้งฐานของราคา หากราคาหลุดแนวรับ 1,692 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวโน้ม Gold Spot: ราคาแกว่งตัวในกรอบหากราคาทองคำยังไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,736-1,747 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ทำให้เกิดการอ่อนตัวลงของราคา โดยประเมินแนวรับบริเวณที่ 1,711-1,705 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถยืนเหนือโซนดังกล่าวได้ราคามีโอกาสขยับลงทดสอบแนวรับถัดไปบริเวณ 1,692 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position ทยอยขายทำกำไรตามบริเวณแนวต้าน 1,736-1,747 ดอลลาร์ต่อออนซ์เพื่อลดความเสี่ยง แต่หากรับความเสี่ยงได้ให้รอดูบริเวณดังกล่าว หากสามารถยืนได้ให้ปิดสถานะในบริเวณ 1,769 ดอลลาร์ต่อออนซ์  

Short Position ปิดสถานะบางส่วนหากราคายังสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,705 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ แต่หากราคาหลุดโซนดังกล่าวสามารถรอทำกำไรบริเวณ แนวรับถัดไปที่ 1,692 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New บริเวณ 1,736-1,747 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือแนวดังกล่าวได้ อาจเปิดสถานะขายโดยมีเป้าหมายทำกำไรระยะสั้นที่บริเวณ 1,711-1,705 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุดและรับความเสี่ยงได้มากอาจชะลอการทำกำไรออกที่แนวรับบริเวณ 1,692 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) ผู้ว่าฯแบงก์ชาติญี่ปุ่นลั่นพร้อมผ่อนคลายการเงินเพิ่มอีกหากจำเป็น ขณะจับตาผลกระทบโควิด-19  นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้จัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในวันนี้ โดยระบุว่า BOJ จะดำเนินการผ่อนคลายการเงินเพิ่มอีก หากพิจารณาแล้วเห็นว่าจำเป็น ในช่วงเวลาที่ไวรัสโควิด-19 ยังคงแพร่ระบาด  นายคุโรดะยังกล่าวด้วยว่า การที่อัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นจะดีดตัวขึ้นแตะระดับเป้าหมายของ BOJ ที่ 2% นั้น ต้องใช้เวลามากขึ้น  ทั้งนี้ นายคุโรดะกล่าวว่า ไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น โดยทำให้เศรษฐกิจและเงินเฟ้อมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับภาวะขาลง ซึ่ง BOJ จะจับตาผลกระทบของโควิด-19 อย่างใกล้ชิด  นายคุโรดะยังกล่าวด้วยว่า BOJ จะเดินหน้าผ่อนคลายนโยบายการเงินเพื่อผลักดันให้เงินเฟ้อปรับตัวขึ้นสู่เป้าหมาย  ถ้อยแถลงของนายคุโรดะมีขึ้นหลังจากที่ประชุม BOJ มีมติ BOJ) ผ่อนคลายการเงินเพิ่มในวันนี้ ซึ่งรวมถึงการยกเลิกเพดานการซื้อพันธบัตรรัฐบาล และเดินหน้าขยายโครงการซื้อสินทรัพย์ โดยมีเป้าหมายที่จะลดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 
  • (+) “S&P” ปรับลดแนวโน้มเครดิตแบงก์ใหญ่ 3 แห่งของญี่ปุ่น  สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&P Global Ratings ทบทวนปรับลดแนวโน้มเครดิตของกลุ่มธนาคารรายใหญ่ของญี่ปุ่น 3 แห่งสู่ “มีเสถียรภาพ” จาก “เชิงบวก” ขณะที่ภาวะความตึงเครียดทางเศรษฐกิจจากการระบาดของโควิด-19 ดันต้นทุนสินเชื่อขึ้นและเสี่ยงที่จะบั่นทอนรายได้ของกลุ่มธนาคารเหล่านั้น  การทบทวนปรับดังกล่าวส่งผลกระทบต่อธุรกิจหลักในเครือของกลุ่มธนาคารรายใหญ่ 3 แห่งของญี่ปุ่นและบริษัทโฮลดิ้ง ซึ่งได้แก่ Mitsubishi UFJ Financial Group, Sumitomo Mitsui Financial Group และ Mizuho Financial Group   “เราทบทวนปรับแนวโน้ม เนื่องจากเราคาดว่าความตึงเครียดทางเศรษฐกิจจากการระบาดของโควิด-19 จะสร้างแรงกดดันยาวนานต่อคุณภาพสินทรัพย์และรายได้ของกลุ่มธนาคารเหล่านั้น” S&P ระบุในแถลงการณ์
  • (-) เกาหลีใต้เล็งกระชับสัมพันธ์เกาหลีเหนือ หวังใช้โควิด-19 เป็นใบเบิกทาง  นายมูน แจอิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า รัฐบาลเกาหลีใต้จะหาแนวทางที่สมเหตุสมผลและปฏิบัติได้จริงในการยกระดับความร่วมมือกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี หรือ เกาหลีเหนือ โดยหวังใช้วิกฤติโควิด-19 เป็นโอกาส  สำนักข่าวซินหิวรายงานว่า ผู้นำเกาหลีใต้ได้มีถ้อยแถลงดังกล่าวในการประชุมร่วมกับกลุ่มผู้ช่วยระดับอาวุโส ในวันครบรอบปีที่สองของปฏิญญาปันมุนจอม ซึ่งผู้นำเกาหลีใต้ได้ลงนามไว้กับนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ในการประชุมสุดยอดครั้งแรกระหว่างทั้งสองเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2561 ที่หมู่บ้านปันมุนจอม บริเวณชายแดนเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ 
  • (+/-) ฮั่งเส็งปิดพุ่ง 448.81 จุด ขานรับหลายประเทศเตรียมผ่อนคลายล็อกดาวน์  ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดวันนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังมีรายงานว่าบางรัฐของสหรัฐเตรียมที่จะผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ขณะที่หลายประเทศในยุโรปก็เตรียมผ่อนคลายมาตรการควบคุมในช่วงการระบาดของโควิด-19 เช่นกัน  ดัชนีฮั่งเส็งเพิ่มขึ้น 448.81 จุด หรือ +1.88% ปิดวันนี้ที่ 24,280.14 จุด   ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังขานรับข่าวธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติผ่อนคลายการเงินเพิ่มเติมในการประชุมวันนี้ ซึ่งรวมถึงการยกเลิกเพดานการซื้อพันธบัตรรัฐบาล และเดินหน้าขยายโครงการซื้อสินทรัพย์ โดยมีเป้าหมายที่จะลดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
  • (+/-) เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดบวกเพียง 6.96 จุด หลังกำไรภาคอุตสาหกรรมร่วง  ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดตลาดวันนี้ปรับตัวขึ้นเพียงเล็กน้อย ภายหลังจากที่สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานว่า ผลกำไรของบริษัทอุตสาหกรรมจีนในเดือนมี.ค. ร่วงลง 34.9%   สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตบวก 6.96 จุด หรือ 0.25% ปิดที่ 2,815.49 จุด  สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานว่า ผลกำไรของบริษัทอุตสาหกรรมจีนในเดือนมี.ค. ร่วงลง 34.9% เทียบรายปี แตะที่ 3.70668 แสนล้านหยวน เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ  ส่วนในไตรมาสแรกปีนี้ ผลกำไรของบริษัทอุตสาหกรรมจีน ร่วงลง 36.7% เทียบรายปี แตะที่ 7.8145 แสนล้านหยวน