พฤหัส. ต.ค. 17th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 27 ส.ค.62(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,520 1,511 1,500

แนวต้าน : 1,543 1,555 1,569

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป นักเศรษฐศาสตร์และนักกลยุทธ์ตลาดชั้นนำของวอลล์สตรีท ระบุว่า ความขัดแย้งทางการค้าที่ปะทุขึ้นอีกครั้งระหว่างสหรัฐและจีนเพิ่มความเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยในช่วงปีหน้า โดยนายเชทาน อาห์ยา หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Morgan Stanley ระบุว่า เศรษฐกิจโลกอาจเข้าสู่ภาวะถดถอยในช่วง 6 – 9 เดือนข้างหน้า หลังจากที่สหรัฐและจีนบังคับใช้ภาษีรอบใหม่ สอดคล้องกับความเคลื่อนไหวในตลาดพันธบัตรที่เกิดภาวะผกผันชองเส้นอัตราผลตอบแทน (inverted yield curve) ระหว่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปีอีกครั้ง ซึ่งตามปกติแล้วการ inverted yield curve ถือเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยกำลังใกล้เข้ามา สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ทองคำได้รับอานิสงส์เชิงบวก ทั้งนี้ ราคาทองคำตลาดโลกเคลื่อนไหวในกรอบและทรงตัวในระดับสูง หากขยับขึ้นให้จับตาแนวต้าน 1,543 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากทดสอบบริเวณดังกล่าวครั้งที่ผ่านมายังไม่สามารถขึ้นไปยืนได้ นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อยอาจแบ่งขายบางส่วน ในระยะสั้นหากราคาปรับตัวลงมาไม่หลุดแนวรับสามารถซื้อเก็งกำไรระยะสั้นโดยประเมินแนวรับ 1,520-1,511 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ช่วงบ่ายราคาทองคำขยับขึ้นบ้างหลังจากสามารถทรงตัวได้ ซึ่งราคายังมีโอกาสดีดตัวขึ้นอาจทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,543 แต่หากราคาไม่สามารถผ่านไปได้ อาจเกิดแรงขายทำกำไรออกมาทำให้ราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 1,520-1,511 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position แนะนำให้ทยอยขายทำกำไรตามบริเวณแนวต้าน 1,543 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากมีสถานะอยู่แล้วอาจชะลอการลงทุนเพิ่มถ้าราคาไม่อ่อนตัวลง

Short Position ปิดสถานะหากราคายังสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,520 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดโซน 1,511 ดอลลาร์ต่อออนซ์สามารถรอทำกำไรบริเวณแนวรับถัดไป

Open New สำหรับนักลงทุนระยะสั้น ยังเน้นให้รอจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาบริเวณแนวรับ 1,520-1,511 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นหรือบริเวณแนวต้าน 1,543 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกทั้งควรวางแผนการลงทุนเผื่อไว้หากราคาทะลุกรอบด้านใดด้านหนึ่ง

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) ปิดฉากจี7ไร้แถลงการณ์ร่วม สะท้อนความขัดแย้งหลายประเด็น ผู้นำประเทศสมาชิกจี7 ปิดฉากการประชุมสุดยอดตลอด 3 วันที่ผ่านมาแล้วเมื่อวานนี้ที่ประเทศฝรั่งเศส โดยไม่ได้มีการออกแถลงการณ์ร่วมกันแต่อย่างใด ซึ่งปกติเป็นธรรมเนียมที่ต้องมีแถลงการณ์ร่วมตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา โดยสถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มประเทศจี7 ยังคงมีความขัดแย้งในประเด็นต่างๆ ทั้งการค้า ความพยายามด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน และภาวะโลกร้อน อย่างไรก็ดี กลุ่มจี7 ได้มีการออก “คำประกาศ” สั้นๆ เพื่อสรุปสิ่งที่ได้หารือกันใน 5 ประเด็นหลัก ๆ ได้แก่ประเด็นการค้า ฮ่องกง อิหร่าน ยูเครน และลิเบีย ซึ่งเป็นคำประกาศที่ค่อนข้างแตกต่างเมื่อเทียบกับคำประกาศที่ทางกลุ่ม จี7 ได้เผยแพร่ออกมานับตั้งแต่การประชุมสุดยอดครั้งแรกเมื่อปี 2518 สำนักข่าวเกียวโดรายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นรายหนึ่งว่า ผู้นำสมาชิกจี7 หลายรายได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในฮ่องกง ท่ามกลางความวิตกกังวลที่ว่าจีนอาจใช้กำลังทหารเพื่อปิดฉากการประท้วงอันรุนแรง เจ้าหน้าที่รายดังกล่าว เปิดเผยว่า กลุ่มจี7 ได้ยืนยันที่จะเรียกร้องให้จีน “ดำเนินบทบาทในทางสร้างสรรค์ต่อประชาคมโลก” หลังก่อนหน้านี้ไม่นาน เจ้าหน้าที่ตำรวจฮ่องกงได้ยิงอาวุธเตือนเป็นครั้งแรกในการประท้วงที่ยืดเยื้อในฮ่องกงมานานหลายเดือนนี้
  • (-) เศรษฐกิจเยอรมันหดตัวจากการส่งออกอ่อนแอลงใน Q2 ข้อมูลแสดงในวันนี้ว่า การส่งออกที่อ่อนแอลงเป็นเหตุผลหลักสำหรับภาวะเศรษฐกิจหดตัวของเยอรมนีในไตรมาส 2 ซึ่งยืนยันตัวเลขขั้นต้นถึงการหดตัว 0.1% ต่อไตรมาส สำนักงานสถิติรัฐบาลกลางเยอรมันระบุว่า การส่งออกปรับลงมากกว่าการนำเข้าจากเดือนเม.ย.ถึงมิ.ย. ซึ่งหมายความว่า การค้าสุทธิถ่วงการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยรวม 0.5%
  • (-) ฝรั่งเศส-สหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงประณีประนอมเก็บภาษีบริษัทเทคโนโลยี สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครอง ของฝรั่งเศสตกลงที่จะยุติข้อขัดแย้งเรื่องภาษีที่ฝรั่งเศสต้องการเรียกเก็บจากบริษัทอินเตอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ฝรั่งเศสได้ผ่านกฎหมายในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาเพื่อจะเก็บภาษีร้อยละ 3 จากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ประมาณ 30 บริษัท โดยภาษีร้อยละ 3 นี้จะมีผลกับบริษัทที่มีรายได้ต่อปีจาก “การให้บริการด้านดิจิตัล” ในฝรั่งเศสมากกว่า 25 ล้านยูโร หรือประมาณ 848 ล้านบาท และมีรายได้ต่อปีทั่วโลกมากกว่า 750 ล้านยูโร หรือประมาณ 25,450 ล้านบาท เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ วิจารณ์ว่าการเก็บภาษีของฝรั่งเศสไม่เป็นธรรมต่อบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ อย่างเฟสบุ๊ก กูเกิล และแอมะซอน ซึ่งจ่ายภาษีน้อยกว่านั้น ในประเทศอย่างไอร์แลนด์ ลักเซมเบิร์ก ไม่ว่ารายได้ของบริษัทจะมาจากแหล่งใดก็ตาม ข้อขัดแย้งเรื่องภาษีเกือบจะกลายเป็นประเด็นความขัดแย้งใหม่ระหว่างกรุงวอชิงตันและสหภาพยุโรป ในขณะที่ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างทั้งสองฝ่ายไม่หวานชื่นเหมือนก่อน การบรรลุข้อตกลงครั้งนี้ จะทำให้ฝรั่งเศสต้องจ่ายเงินส่วนต่างคืนให้กับบริษัทเหล่านั้น ประธานาธิบดีทรัมป์ เคยขู่ว่าจะโต้ตอบโดยการขึ้นภาษีไวน์จากฝรั่งเศส แต่หลังจากที่ทั้งสองผู้นำตกลงกันได้เรื่องภาษีบริษัทเทคโนโลยี ทรัมป์กลับปฏิเสธที่จะบอกว่าเขาจะยกเลิกแผนขึ้นภาษีไวน์ฝรั่งเศสตามที่เคยขู่ไว้หรือไม่
  • (+/-) นายกฯอังกฤษเผยพร้อมเจรจาเบร็กซิทจนถึงนาทีสุดท้ายก่อนเส้นตาย 31 ต.ค. นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษระบุว่า เขาพร้อมในการเจรจาเบร็กซิทกับสหภาพยุโรป (EU) จนถึงช่วงนาทีสุดท้ายก่อนกำหนดเส้นตายการแยกตัวในวันที่ 31 ต.ค. และในการตัดสินใจแยกตัวโดยปราศจากข้อตกลงในวันนั้นถ้าจำเป็น นายกฯจอห์นสันมีเวลา 68 วันในการโน้มน้าว EU สำหรับการทำข้อตกลงเบร็กซิทใหม่กับเขา ในขณะที่จนถึงขณะนี้ไม่มีฝ่ายใดเต็มใจประนีประนอมต่อประเด็นที่มีการโต้เถียงกันมากที่สุด หากเขาไม่ได้ข้อตกลง เขาระบุว่า อังกฤษจะแยกตัวจาก EU ตามแผน นั่นทำให้อังกฤษ ซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 5 ของโลก มุ่งสู่การแยกตัวจาก EU แบบยุ่งเหยิง ซึ่งนักวิจารณ์กังวลว่า อาจนำไปสู่ภาวะขาดแคลนอาหารและการติดขัดด้านพรมแดนครั้งใหญ่ในระยะสั้น และบั่นทอนความรุ่งโรจน์ของประเทศในระยะยาว