พฤหัส. ต.ค. 17th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 27 ส.ค.62(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (HGF)

จีนเสนอสหรัฐให้กลับมาเจรจาร่วมกันอีกครั้ง

วันนี้ติดตามประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

ราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบแคบ

  • ราคาทองคำเมื่อวานเคลื่อนไหวผันผวนมาก โดยในช่วงเช้าราคาทองคำปรับขึ้นแรงและทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 1,545 ดอลลาร์ เนื่องจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนตึงเครียดมากขึ้น หลังจากจีนประกาศจะเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐ 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งสหรัฐตอบโต้ด้วยการจะปรับขึ้นภาษีอีก 5% จากสินค้านำเข้าของจีนมูลค่าราว 5.50 แสนล้านดอลลาร์ แต่ในช่วงบ่ายทองคำเริ่มมีแรงเทขายออกมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีข่าวว่าจีนเสนอสหรัฐให้กลับมาเจรจาร่วมกันอีกครั้ง ทางด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเท่าเดิมเมื่อวาน หลังจากเข้าซื้อทองคำ 16.42 ตันในสัปดาห์ที่ผ่านมา
  • วันนี้ติดตามประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนต่อไป ขณะที่คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนส.ค. ตลาดคาดจะลดลงสู่ระดับ 130.0 จากระดับ 135.7 ในเดือนก.ค.
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบแคบ และคาดมีแรงเทขายออกมาบ้างเนื่องจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนตึงเครียดลดลง  โดยมีแนวต้านที่ 1,540 ดอลลาร์ ถ้าผ่านขึ้นไปได้มีแนวต้านถัดไปที่ 1,550 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับ 1,520 ดอลลาร์ และมีแนวรับถัดไปที่ 1,500 ดอลลาร์ 

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,527.10 +0.36 1,520/1,500 1,540/1,550

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
22,150 +100 22,050/21,850 22,250/22,350

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
22,250 -10 22,200/22,000 22,400/22,500

การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำเมื่อราคาทองคำ Spot ปรับลงมาที่บริเวณ 1,520 ดอลลาร์ (GF 22,200 บาท) และ1,500 ดอลลาร์ (GF 22,000 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,490 ดอลลาร์ (GF 21,900 บาท)

โกลด์ฟิวเจอร์สออนไลน์

Close chg Support Resistance
1,533.00 -0.60 1,525/1,505 1,545/1,555

การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำเมื่อราคา GOU19 ปรับลงมาที่บริเวณ 1,525 ดอลลาร์ และ 1,505 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,495 ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ :ดอลล์แข็งเทียบเยน,ฟรังก์ นลท.รุกซื้อสินทรัพย์เสี่ยงหลังคลายกังวลสงครามการค้า

          ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินเยนและฟรังก์สวิส ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (26 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนพากันเข้าซื้อดอลลาร์ซึ่งเป็นสินทรัพย์เสี่ยง หลังคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีน อันเนื่องมาจากถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ซึ่งระบุว่า สหรัฐและจีนจะกลับมาเจรจาการค้ากันอีกครั้ง นักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ซึ่งเป็นสินทรัพย์เสี่ยง หลังจากปธน.ทรัมป์กล่าวในการแถลงข่าวที่ฝรั่งเศสเมื่อวานนี้ว่า สหรัฐจะเริ่มเจรจาการค้ากับจีนอย่างจริงจัง พร้อมกับระบุด้วยว่า จีนได้ติดต่อทางโทรศัพท์มายังสหรัฐและเสนอให้กลับมาเจรจาร่วมกัน

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดลบ 40 เซนต์ นลท.ขายสินทรัพย์ปลอดภัยหลังตลาดหุ้นพุ่ง

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดขยับลงเมื่อคืนที่ผ่านมา (26 ส.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และจากการที่นักลงทุนเทขายสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งเมื่อคืนนี้ อันเนื่องมาจากข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ส่งสัญญาณคลี่คลายสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 40 เซนต์ หรือ 0.03% ปิดที่ 1,537.20 an oun ดอลลาร์/ออนซ์          สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 22.8 เซนต์ หรือ 1.31% ปิดที่ 17.641 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ :น้ำมัน WTI ปิดลบ 53 เซนต์ หลังความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านส่งสัญญาณคลี่คลาย

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (26 ส.ค.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า เขาเปิดกว้างต่อการพบปะกับผู้นำอิหร่าน เพื่อแก้ไขความขัดแย้งทางด้านนิวเคลียร์ โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้นักลงทุนมองว่า ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านอาจคลี่คลายลง และอาจเปิดทางให้อิหร่านกลับมาส่งออกน้ำมันได้มากขึ้น สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 53 เซนต์ หรือ 1% ปิดที่ 53.64 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 64 เซนต์ หรือ 1.1% ปิดที่ 58.70 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ: ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 269.93 จุด หลัง”ทรัมป์”เผยสหรัฐ-จีนเตรียมเจรจาการค้ารอบใหม่

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา (26 ส.ค.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐเปิดเผยว่า สหรัฐและจีนจะเริ่มเจรจาการค้ารอบใหม่ ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้าระหว่างสองประเทศ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากรายงานยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐที่พุ่งขึ้นแข็งแกร่งสุดในรอบเกือบ 1 ปี ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,898.83 จุด พุ่งขึ้น 269.93 จุด หรือ +1.05% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,878.38 จุด เพิ่มขึ้น 31.27 จุด หรือ +1.10% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,853.74 จุด เพิ่มขึ้น 101.97 จุด หรือ +1.32%

สื่อเผยจีนเตรียมพร้อมรับมือกับความสัมพันธ์ที่แย่ที่สุดกับสหรัฐ

          นายหู สีจิน หัวหน้ากองบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ Global Times เปิดเผยว่า จีนเตรียมพร้อมรับมือกับความสัมพันธ์ที่แย่ที่สุดกับสหรัฐ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศเพิ่มการเก็บภาษีนำเข้าจากจีน และเรียกร้องให้บริษัทสหรัฐย้ายการดำเนินธุรกิจออกจากจีน หลังจากที่จีนประกาศเก็บภาษีสินค้าสหรัฐวงเงิน 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ปธน.ทรัมป์ระบุว่า สหรัฐจะปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนวงเงิน 2.50 แสนล้านดอลลาร์เป็น 30% จาก 25% ในปัจจุบัน โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันครบรอบ 70 ปีของการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน นายหูกล่าวในทวิตเตอร์ว่า สหรัฐ “เริ่มที่จะพ่ายแพ้แก่จีน” โทรคมนาคมอย่างหัวเว่ย รวมถึงพฤติกรรมสนับสนุนฮ่องกงและไต้หวัน

โฆษกทำเนียบขาวเผย “ทรัมป์” ไม่ได้เสียใจที่ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีน วอนสื่ออย่าเข้าใจผิด

          สเตฟานี กริสแฮม โฆษกประจำทำเนียบขาว ออกมาชี้แจงว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ไม่ได้รู้สึกเสียใจที่ได้ประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีน แต่ปธน.ทรัมป์รู้สึก “ลังเล” ว่าตนควรเล่นงานจีนให้มากกว่านี้ พร้อมขอให้สื่ออย่าตีความถ้อยแถลงของปธน.ทรัมป์ผิดไปจากที่เขาตั้งใจไว้ โดยเขาถูกสื่อถามว่าตนรู้สึกลังเลที่ได้ทำสงครามการค้ากับจีนหรือไม่ ซึ่งปธน.ทรัมป์ ตอบว่า “ใช่ ผมรู้สึก ทำไมจะรู้สึกไม่ได้ล่ะ” และได้ตอบอีกครั้งว่า “ผมก็รู้สึกลังเลกับทุกเรื่องแหละครับ”ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ดำเนินมาตรการตอบโต้จีนในการทำสงครามการค้าครั้งล่าสุดด้วยการประกาศปรับขึ้นภาษีอีก 5% จากสินค้านำเข้าของจีนมูลค่ารวมทั้งสิ้นราว 5.50 แสนล้านดอลลาร์ ปธน.ทรัมป์ประกาศมาตรการล่าสุดดังกล่าวในทวิตเตอร์ หลังจากที่จีนประกาศเก็บภาษีสินค้าสหรัฐวงเงิน 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์  ปธน.ทรัมป์ระบุว่า สหรัฐจะปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนวงเงิน 2.50 แสนล้านดอลลาร์เป็น 30% จาก 25% ในปัจจุบัน โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันครบรอบ 70 ปีของการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน  สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐได้ยืนยันถึงวันบังคับใช้ภาษีนำเข้าใหม่ดังกล่าว แต่ระบุว่า จะกำหนดช่วงเวลาในการขอความเห็นสาธารณะก่อนที่จะเริ่มเก็บภาษีนำเข้าที่ระดับ 30% ในวันที่ 1 ต.ค.  นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังได้ประกาศปรับขึ้นภาษีที่ได้วางแผนไว้สำหรับสินค้าจีนวงเงิน 3 แสนล้านดอลลาร์ เป็น 15% จาก 10% ด้วย โดยจะเริ่มเก็บภาษีผลิตภัณฑ์บางส่วนตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. และเลื่อนการเก็บภาษีสินค้าดังกล่าวราวครึ่งหนึ่งไปเป็นวันที่ 15 ธ.ค.

ญี่ปุ่นชี้การบรรลุข้อตกลงการค้าสหรัฐมีค่ามาก ยันไม่ได้ยอมถอยมากเกินไป

          นายโยชิฮิเดะ สึกะ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น ออกโรงปฏิเสธคำวิจารณ์ว่าญี่ปุ่นยอมลงให้สหรัฐมากเกินไปในการเจรจาข้อตกลงการค้าระหว่าง 2 ประเทศ นายสึกะระบุว่า การที่สหรัฐและญี่ปุ่นสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้นั้นมีค่าอย่างมาก อย่างไรก็ตาม นายสึกะปฏิเสธให้ความเห็นใด ๆ เนื่องจากการเจรจายังดำเนินอยู่ ทั้งนี้ สหรัฐและญี่ปุ่นกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาข้อตกลงการค้า โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันในเรื่ององค์ประกอบหลักของข้อตกลงแล้ว ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นต่างหวังว่าจะสามารถลงนามข้อตกลงดังกล่าวได้ในเดือนหน้า