ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 24, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 27 พ.ค.63 (ภาคบ่าย) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,700 1,690 1,680

แนวต้าน : 1,725 1,739 1,754

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  คณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐเปิดตัวโครงการที่ชื่อว่า “Operation Warp Speed” เพื่อเร่งการวิจัยและพัฒนาวัคซีน ความหวังดังกล่าว เพิ่มแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจากการผ่อนปรนมาตรการปิดเมืองและการฟื้นคืนสู่ภาวะปกติของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งหนุนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น จากความหวังว่าจะมียารักษาหรือวัคซีนไวรัสโควิด-19 ซึ่งกระตุ้นการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงจนกดดันราคาทองคำ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนติดตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และนโยบายการเงินที่อาจผ่อนคลายต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่เศรษฐกิจจีนยังคงฟื้นตัวอย่างช้าๆจากภาวะตกต่ำจากโควิด-19 ในเดือนพ.ค. แม้ว่าผลกำไรของบริษัทอุตสาหกรรมจีนร่วงในอัตราที่ชะลอลงในเดือนเม.ย. แต่เศรษฐกิจเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง เนื่องจากกิจกรรมและอุปสงค์ยังคงอ่อนแอ แนวโน้มดังกล่าว จึงสร้างแรงซื้อพยุงทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยไว้ ทั้งนี้ แนะนำจับตาแนวรับโซนบริเวณ 1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ถ้าสามารถยืนได้แนะนำเสี่ยงเข้าซื้อเพื่อทำกำไรระยะสั้นจากการดีดตัวขึ้น และเมื่อราคาทองคำปรับตัวขึ้นให้แบ่งขายทำกำไร เพื่อลดความเสี่ยงหากราคาปรับตัวขึ้นไม่ผ่านแนวต้านโซน 1,722-1,725 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพราะหากยืนไม่ได้อาจทำให้มีแรงขายเข้ามากดดันให้ราคาอ่อนตัวลงอีกครั้ง

แนวโน้ม Gold Spot: ราคาทองคำพยายามทรงตัว หรือ หากราคาอ่อนตัวลงสามารถยืนเหนือแนวรับบริเวณ 1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ และหากไม่ถูกแรงขายออกมาก่อน อาจมีโอกาสขึ้นชนบริเวณ 1,722-1,725 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาไม่สามารถ break out กรอบราคาด้านบนอาจเกิดแรงขายกดดันราคาอ่อนตัวลงอีกครั้ง

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position หากราคาไม่สามารถฝ่าแนวต้าน 1,722-1,725 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ แนะนำให้ขายทำกำไรออกมา และรอซื้อเก็งกำไรครั้งต่อไปเมื่อราคามีการย่อตัวลงมายืนเหนือแนวรับ 1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position ถ้าราคาขึ้นไปยืนเหนือแนวต้าน 1,725 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแรง ให้ปิดสถานะเพื่อลดความเสี่ยง แต่หากยังไม่ผ่านแนวต้านแรก แนะนำให้รอทำกำไรบริเวณ 1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New เมื่อเกิดการปรับตัวลงมา แนะนำเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้นที่แนวรับแรกโซน 1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากหลุด)เพื่อรอจังหวะดีดตัวและหากราคาทองคำไม่ผ่านโซน 1,722-1,725 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจแบ่งทองคำออกขายเพื่อทำกำไร

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) ผลศึกษาเตือนยอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ของบราซิลอาจพุ่งขึ้น 5 เท่าภายในส.ค.  ขณะนี้บราซิลมีอัตราการเสียชีวิตรายวันจากโควิด-19 สูงที่สุดในโลก และการศึกษาใหม่เพิ่มความกังวลว่า บราซิลอาจกลายเป็นศูนย์กลางแห่งใหม่ในการระบาดของโควิด-19  การศึกษาของ University of Washington คาดการณ์ว่า ยอดผู้เสียชีวิตทั้งหมดของบราซิลอาจทะยานขึ้น 5 เท่าจากในขณะนี้ และแตะ 125,000 คนภายในต้นเดือนส.ค. ประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนาโรของบราซิลปฏิเสธที่จะดำเนินมาตรการปิดเมืองในประเทศ
  • (+) โพลล์ชี้แนวโน้มเศรษฐกิจโลกอ่อนแอลง, การฟื้นตัวล่าช้า  คาดการณ์เศรษฐกิจสำหรับประเทศที่พัฒนาแล้วในปีนี้อ่อนแอลงอีกครั้งในเดือนที่ผ่านมา ขณะที่การระบาดของโควิด-19 แพร่กระจายจากเอเชียไปยังทวีปอเมริกา โดยนักเศรษฐศาตร์น้อยกว่า 1 ใน 5 ในการสำรวจของภาคเอกชนคาดการณ์ถึงการฟื้นตัวอย่างมากในรูปตัว “V”  ในขณะที่หลายประเทศเริ่มผ่อนปรนมาตรการปิดเมืองที่บังคับใช้เพื่อยับยั้งการแพร่กระจายของโควิด-19 ซึ่งทำให้มีผู้ติดเชื้อกว่า 5.5 ล้านคนทั่วโลก ตลาดหุ้นทะยานขึ้นจากความหวังสำหรับการหวนคืนสู่ความแข็งแแกร่งและความรุ่งเรืองอย่างรวดเร็ว  แต่ความอ่อนแอในกิจกรรมเศรษฐกิจจะรุนแรงขึ้นและการฟื้นตัวมีแนวโน้มใช้เวลายาวนานกว่าที่คาดการณ์เอาไว้เมื่อไม่นานมานี้ ส่วนหนึ่งเพราะการระบาดของโควิด-19 แพร่กระจายไปทั่วโลกเป็นระยะและกระทบประเทศต่างๆในเวลาที่แตกต่างกันออกไป  ผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์กว่า 250 คนของภาคเอกชนที่จัดทำในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาแสดงว่า ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปีนี้ในประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ส่วนใหญ่จะรุนแรงกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้
  • (+) ตำรวจฮ่องกงยิงกระสุนพริกไทยขณะการประท้วงปะทุขึ้นในย่านใจกลางทางการเงิน  วันนี้ตำรวจปราบจลาจลฮ่องกงยิงกระสุนพริกไทยเพื่อสลายการชุมนุมของผู้ประท้วงในย่านใจกลางของศูนย์การเงินโลก ซึ่งร่างกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติของจีนทำให้การชุมนุมต่อต้านรัฐบาลเริ่มขึ้นอีกครั้ง  ตำรวจประจำการรอบอาคารสภานิติบัญญัติ ท่ามกลางความตึงเครียดที่ทวีความร้อนแรงจากความรู้สึกถึงภัยคุกคามต่อเสรีภาพของฮ่องกง ขณะที่นักเคลื่อนไหวเรียกร้องการประท้วงต่อต้านร่างกฎหมายดำเนินคดีอาญาต่อการไม่เคารพเพลงชาติจีน
  • (-) ผู้นำจีนเร่งผลักดันผลิตวัคซีนโควิด-19 หวังผลิตเป็นกลุ่มแรกของโลก  รัฐบาลของประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนให้การสนับสนุนผู้พัฒนาวัคซีนโควิด-19 ของประเทศ ขณะที่ทั่วโลกแข่งขันกันผลิตวัคซีนโควิด-19  ความพยายามครั้งใหญ่และความรวดเร็วของจีนเพิ่มแรงกดดันต่อสหรัฐ ซึ่งคณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐเปิดตัวโครงการที่ชื่อว่า “Operation Warp Speed” เพื่อเร่งการวิจัยและพัฒนาวัคซีน ปธน.สีสัญญาว่าจะแบ่งปันวัคซีนใดๆที่ประสบความสำเร็จแก่ทั่วโลกและประธานาธิบดีจีนจะบรรลุเป้าทางการเมืองระหว่างประเทศครั้งใหญ่หากประเทศของเขาผลิตวัคซีนโควิด-19 ได้เป็นกลุ่มแรกของโลก
  • (-) อังกฤษไฟเขียวใช้ยา”remdesivir”ของ”Gilead”รักษาผู้ป่วยโควิด-19  อังกฤษอนุมัติการใช้ยาต้านไวรัส “remdesivir” ของบริษัท Gilead Sciences Inc สำหรับผู้ป่วยที่รักษาตัวในโรงพยาบาลจากโควิด-19 บางรายหลังการศึกษาแสดงว่า ยาดังกล่าวทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วขึ้น  สำนักงานกำกับกฎระเบียบยาและสาธารณสุขอังกฤษ (MHRA) อนุมัติยา “remdesivir” ภายโต้โครงการเข้าถึงยาเบื้องต้น ยาดังกล่าวได้รับการอนุมัติก่อนหน้านี้ในเดือนนี้ในสหรัฐภายใต้โครงการใช้งานฉุกเฉินลักษณะเดียวกัน ท่ามกลางการขาดแคลนยารักษาที่เชื่อถือได้สำหรับต่อสู้โควิด-19  เมื่อวานนี้รัฐบาลอังกฤษระบุว่า “นี่คือความคิดเห็นตามหลักวิทยาศาสตร์และไม่ควรถูกมองว่าเป็นยาที่ให้อนุญาตโดย MHRA หรือเป็นพันธสัญญาในอนาคตของ MHRA ในการออกใบอนุญาตให้ยาดังกล่าว”
  • (+/-)ทำเนียบขาวเผยสหรัฐเตรียมจัดการประชุม G7 ปลายเดือนมิ.ย.นี้  นางเคย์ลีห์ แมคเอแนนี โฆษกหญิงประจำทำเนียบขาวเปิดเผยว่า สหรัฐมีกำหนดจัดการประชุมสุดยอด G7 ในช่วงปลายเดือนมิ.ย.นี้  นางเคย์ลีห์แถลงต่อสื่อมวลชนว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะจัดการประชุม G7 ที่ทำเนียบขาว และจะจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนมิ.ย พร้อมกับกล่าวว่า จนถึงขณะนี้ บรรดาผู้นำของประเทศสมาชิก G7 ต่างเห็นพ้องกับที่จะจัดการประชุม และทำเนียบขาวจะเป็นสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการประชุมดังกล่าว  ก่อนหน้านี้ ปธน.ทรัมป์เคยวางแผนว่าจะจัดการประชุม G7 ที่แคมป์เดวิด ซึ่งเป็นการประชุมทางไกล เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  ศูนย์วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมเชิงระบบ (CSSE) แห่งมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ รายงานว่า ขณะนี้สหรัฐมียอดผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 สูงที่สุดในโลก โดยยอดผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 1,680,680 ราย และยอดเสียชีวิตอยู่ที่ 98,902 ราย