ข้ามไปยังทูลบาร์
พฤศจิกายน 26, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 27 ต.ค.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

ยังมีลุ้นที่ราคาอาจไปทดสอบแนวต้านโซนที่ 1,910-1,914 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคายืนไม่ได้อาจเกิดแรงขายทำกำไรระยะสั้นออกมา เมื่อราคาทองคำอ่อนตัวลงจะมีแนวรับบริเวณ 1,890-1,881 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,881 1,872 1,862  แนวต้าน : 1,914 1,926 1,934

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดทรงตัวแทบไม่เปลี่ยนแปลง  แม้ว่าในระหว่างวันราคาทองคำจะร่วงลงไปทดสอบระดับต่ำสุดบริเวณ 1,890.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงเช้าของตลาดเอเชีย  โดยได้รับแรงกดดันสำคัญจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์  ท่ามกลางแรงซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัยจากความวิตกเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ในสหรัฐที่พุ่งขึ้นทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่  รวมไปถึงความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ  อย่างไรก็ดี  ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นหลังจากนั้น  เพราะส่วนหนึ่งราคาทองคำได้รับแรงหนุนหลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่ “ลดลงเกินคาด” สู่ระดับ 959,000 ยูนิตในเดือนก.ย. สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.025 ล้านยูนิต  นอกจากนี้  ราคาทองคำยังสามารถทรงตัวรักษาระดับไว้ได้โดยไม่ถูกแรงขายออกมา  แม้ว่าตลาดหุ้นสหรัฐจะดิ่งลงอย่างหนักก็ตาม  สะท้อนว่านักลงทุนบางส่วนยังคงเลือกที่จะถือครองทองคำเอาไว้เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่กำลังจะมาถึง  รวมไปถึงความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเส้นทางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหลังจากมีหลายประเทศในยุโรปรวมถึงสหรัฐกำลังเผชิญกับการระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่  ปัจจัยดังกล่าวหนุนให้ราคาทองคำปิดตลาดเหนือ 1,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้  แม้ว่าการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์จะสกัดช่วงบวกของราคาทองคำไว้ก็ตาม  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลง  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน, ดัชนีราคาบ้านจาก S&P/CS, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก CB และดัชนีภาคการผลิตจากเฟดสาขาริชมอนด์

จจัยทางเทคนิค :

ราคาทองคำยังไม่สามารถยืนเหนือ 1,910-1,914 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ส่งผลให้แรงซื้อยังคงถูกจำกัด สำหรับวันนี้ประเมินแนวต้านระยะสั้นในโซน 1,910-1,914 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่านไปได้แนวต้านถัดไปจะอยู่ในบริเวณ 1,926-1,934 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แนวรับนั้นยังประเมินในโซน 1,890-1,881 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

การลงทุนยังคงเน้นการทำกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว หากยังไม่สามารถผ่าน 1,910-1,914 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ แนะนำเปิดสถานะขาย (ตั้งจุดตัดขาดทุน 1,914 ดอลลาร์ต่อออนซ์เพื่อรอขายใหม่ในโซน 1,926-1,934 ดอลลาร์ต่อออนซ์)  แล้วเข้าซื้อคืนเพื่อปิดสถานะขายทำกำไรหากราคาทองคำยืนเหนือแนวรับบริเวณ 1,890-1,881 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) จีนสั่งสื่อสหรัฐ 6 แห่งรายงานการดำเนินงานในปท.ภายใน 7 วัน  กระทรวงการต่างประเทศจีนสั่งให้สื่อสหรัฐ 6 แห่งรายงานการดำเนินงานในประเทศภายในเวลา 7 วัน หลังจากที่สหรัฐกำหนดให้บริษัทสื่อของจีนอีก 6 แห่งในสหรัฐมีสถานะเป็นคณะภารกิจต่างชาติ  ข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศจีนเมื่อวานนี้ระบุว่า บริษัทสื่อสหรัฐที่ได้รับผลกระทบได้แก่  American Broadcasting Corporation (ABC), the Los Angeles Times, Newsweek, Feature Story News, the Bureau of National Affairs และ Minnesota Public Radio  นายจ้าว หลี่เจียน โฆษกกระทรวงประกาศเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า จีนจะตอบโต้การดำเนินการของสหรัฐ ซึ่งประกาศโดยนายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐและตามหลังการควบคุมสื่อจีนในสหรัฐในเบื้องต้นเมื่อเดือนมี.ค.
  • (+) สหรัฐเผยยอดขายบ้านใหม่ลดลงในเดือนก.ย. สวนทางคาดการณ์  กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่ลดลง 3.5% สู่ระดับ 959,000 ยูนิตในเดือนก.ย. สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดการณ์ยอดขายเพิ่มขึ้น 2.8% สู่ระดับ 1.025 ล้านยูนิต  ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ยังได้ปรับลดยอดขายบ้านใหม่ในเดือนส.ค.สู่ระดับ 994,000 ยูนิต จากเดิมรายงานที่ระดับ 1.011 ล้านยูนิต
  • (+) ตัวแทนอียูเดินทางถึงลอนดอน หวังบรรลุข้อตกลงการค้ากับอังกฤษ  นายมิเชล บาร์นิเยร์ หัวหน้าผู้แทนการเจรจาการค้าฝ่ายสหภาพยุโรป (EU) ได้เดินทางถึงกรุงลอนดอนในวันนี้ เพื่อหาทางบรรลุข้อตกลงการค้าก่อนที่ช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านของอังกฤษในการแยกตัวจาก EU จะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ธ.ค.  นายบาร์นิเยร์และคณะจะอยู่ในกรุงลอนดอนจนถึงวันพุธ หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายจะทำการเจรจาที่กรุงบรัสเซลส์จนถึงสุดสัปดาห์นี้  ก่อนหน้านี้ นายบาร์นิเยร์กล่าวว่า การบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่าง EU และอังกฤษยังคงมีความเป็นไปได้
  • (+) สหรัฐติดเชื้อโควิดรายใหม่เฉลี่ยพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์  สื่อรายงานว่า สหรัฐมีจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่เฉลี่ยพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ก่อนเข้าสู่ช่วงฤดุหนาว  ทั้งนี้ จากการคำนวณของสำนักข่าว CNBC พบว่า ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา สหรัฐมีผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่เฉลี่ย 68,767 รายต่อวัน ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และสูงกว่าช่วง 7 วันก่อนหน้านี้ถึง 22% 
  • (-) ดอลล์แข็ง เหตุวิตกโควิดหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (26 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่พุ่งขึ้นในสหรัฐ รวมทั้งความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.29% แตะที่ระดับ 93.0472  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 104.84 เยน จากระดับ 104.73 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9073 ฟรังก์ จากระดับ 0.9044 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3201 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3144 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1812 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1857 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.3018 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3034 ดอลลาร์
  • (-) “เพโลซี”-“มนูชิน”ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกระตุ้นศก.สหรัฐในเจรจาวานนี้  เมื่อวานนี้นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐและนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ล้มเหลวอีกครั้งในการลดความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันต่อมาตรการกระตุ้นฉบับใหม่สำหรับเศรษฐกิจสหรัฐที่กำลังเผชิญการทะยานขึ้นอีกครั้งของยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19  นายดรูว์ แฮมมิลล์ โฆษกของนางเพโลซีระบุว่า ในการหารือทางโทรศัพท์ครั้งแรกนับตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เจรจาสำคัญ 2 คนดังกล่าวยังไม่สามารถแก้ปัญหาเกี่ยวกับเนื้อหาโครงการตรวจหาเชื้อและติดตามโควิด-19 ระดับประเทศ  เขากล่าวผ่านทวิตเตอร์เมื่อวานนี้ว่า “เรายังรอคอยการยอมรับของคณะบริหารสหรัฐต่อเนื้อหาด้านสุขภาพของเรา” ซึ่งรวมถึงกลยุทธ์การตรวจหาเชื้อ” เขาระบุว่า นางเพโลซีและนายมนูชินเจรจากันนาน 52 นาที
  • (+/-) ดาวโจนส์ปิดร่วง 650.19 จุด วิตกโควิด,แผนกระตุ้นศก.ไม่คืบ  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 600 จุดเมื่อคืนนี้ (26 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่พุ่งขึ้นในสหรัฐและยุโรป รวมทั้งความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงแอปเปิล และอัลฟาเบท  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,685.38 จุด ร่วงลง 650.19 จุด หรือ -2.29% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,400.97 จุด ลดลง 64.42 จุด หรือ -1.86% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,358.94 จุด ลดลง 189.34 จุด หรือ -1.64%