พฤหัส. ต.ค. 17th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 26 ส.ค.62(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,520 1,511 1,500

แนวต้าน : 1,543 1,555 1,569

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป UBS Group AG ระบุว่า ราคาทองคำจะปรับขึ้นต่อเนื่อง ในขณะที่การเผชิญหน้าด้านการค้าระหว่างสหรัฐและจีนสร้างความเสียหายต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ, เสี่ยงที่จะทำให้เกิดภาวะชะลอตัวมากขึ้น และทำให้ธนาคารกลางผ่อนคลายมากขึ้น โดย UBS ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคำว่า อาจแตะ 1,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในเวลา 3 เดือน อย่างไรก็ตาม เมื่อราคาทองคำปรับตัวขึ้น มีแรงขายทำกำไรสลับออกมาอย่างชัดเจน  หลังจากดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดีดตัวขึ้นทันที เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ กล่าวนอกรอบการประชุม G7 ว่า จีนต้องการที่จะกลับมาเจรจาในประเด็นการค้าใหม่อีกรอบ ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ กล่าวว่า สหรัฐได้รับการติดต่อจากจีน 2 ครั้ง และเราจะออกแถลงการณ์เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องจีน อย่างไรก็ดี ประเด็นดังกล่าวยากต่อการคาดการณ์ล่วงหน้า ดังนั้นนักลงทุนควรเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน หรือการเข้าซื้อควรรอราคาทองคำอ่อนตัวลงจึงค่อยเข้าซื้อ โดยประเมินแนวรับที่ 1,520-1,511 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยืนได้อาจเกิดการขยับขึ้นของราคาในลักษณะดีดตัวขึ้นระยะสั้น โดยประเมินแนวต้านที่ 1,543 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และบริเวณแนวต้าน 1,555 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นแนวต้านสำคัญไป หากไม่สามารถผ่านได้น่าจะเห็นการอ่อนตัวลงอีกครั้ง

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot:  โดยคาดการณ์ว่าระยะสั้นราคามีการเคลื่อนไหวในทิศทางขาขึ้น แม้ว่าจะมีแรงขายทำกำรสลับออกมา หากการย่อตัวลงของราคาทองคำยังไม่หลุดแนวรับบริเวณ 1,520-1,511 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจเห็นแรงซื้อเก็งกำไรกลับเข้ามา และทำให้ราคาทองคำมีโอกาสดีดกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 1,543-1,555 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position  ให้ขายทำกำไรเมื่อราคาทองคำดีดตัวกลับไปทดสอบแนวต้าน 1,543-1,555 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาทองคำหลุดจากแนวรับ 1,511 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำให้ขายเพื่อตัดขาดทุน

Short Position  จับตามองบริเวณแนวรับโซน 1,520-1,511 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากมีการย่อตัวลงมาและราคาทองคำไม่หลุดจากระดับดังกล่าว แนะนำให้ปิดสถานะทำกำไร

 Open New   แนะนำให้รอเปิดสถานะซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงมาและไม่หลุดบริเวณแนวรับ 1,520-1,511 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ปิดสถานะทำกำไรหากราคาดีดตัวขึ้นไปและไม่ผ่านโซน 1,543-1,555 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากสามารถผ่านไปได้ให้ชะลอไปปิดสถานะทำกำไรตามบริเวณแนวต้านถัดไป

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) ผลสำรวจ”BAML”ชี้นลท.แห่ซื้อพันธบัตรรัฐบาลจากวิตกสงครามการค้า,ศก.ถดถอย นักเศรษฐศาสตร์สหรัฐเตือนว่า นโยบายการค้าของสหรัฐนั้นไม่มีทิศทาง และเสี่ยงที่จะทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยซึ่งรัฐบาลสหรัฐกลัวที่สุด  วินเซนต์ สมิธ อาจารย์ต่างชาติเต็มเวลาที่สำนักวิจัยของสถาบันวิสาหกิจแห่งอเมริกา (AEI) กล่าวถึงสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่ยืดเยื้อว่า “เป็นความโง่เขลาทางเศรษฐกิจ”  นายสมิธ กล่าวกับสำนักข่าวซินหัวว่า “การกระทำดังกล่าวเป็นนโยบายการค้าที่ไม่มีทิศทาง และสงครามการค้าที่ไม่มีผู้ชนะ”  สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนยังคงสร้างความสับสนวุ่นวายอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดสหรัฐได้ยั่วยุจีนในระหว่างการประชุมสุดยอด G7 ที่ฝรั่งเศส เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐถูกถามว่า เสียใจหรือไม่ที่ทำสงครามการค้ากับจีน ซึ่งปธน.ทรัมป์ตอบว่า ตนคิดทบทวนในทุกๆเรื่อง ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่าเป็นการส่งสัญญาณผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ  อย่างไรก็ตาม เพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อมาทำเนียบขาวก็ได้ออกแถลงการณ์ว่า ความหมายของคำว่า “คิดทบทวน” ของปธน.ทรัมป์หมายความว่า ปธน.ทรัมป์เสียใจที่ไม่ขึ้นภาษีให้สูงกว่านี้ 
  • (+) IMF ชี้ยากขึ้นที่จะเห็นจุดสดใสในเศรษฐกิจโลกขณะแนวโน้มศก.อ่อนแอต่อเนื่อง นางกีตา โกพินาธ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่า แนวโน้มสำหรับเศรษฐกิจโลกอ่อนแอมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง นางโกพินาธกล่าวต่อนายสตีฟ ลีสแมน ประจำสถานีโทรทัศน์ CNBC ว่า “ในขณะที่เวลาผ่านไป เป็นการยากขึ้นที่จะเห็นจุดสดใส มีความเป็นไปได้ของการฟื้นตัว และเรายังคาดการณ์ถึงสิ่งนั้นสำหรับหลายส่วนของโลก…แต่ดิฉันต้องยอมรับว่า เป็นการยากมากขึ้นที่จะได้เห็นสิ่งนั้น” ความเห็นของนางโกพินาธมีขึ้น ในขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจในต่างประเทศชะลอตัว โดยในเยอรมนี ภาคการผลิตหดตัว ในขณะเดียวกัน เศรษฐกิจของจีนเติบโตในระดับชะลอตัวที่สุดในรอบ 27 ปีในไตรมาสก่อนหน้า ภาวะชะลอตัวดังกล่าวเกิดขึ้น ในขณะที่จีนและสหรัฐทำสงครามการค้าซึ่งกันและกัน
  • (-) “ทรัมป์”เผยจีนติดต่อจนท.สหรัฐเรียกร้องเริ่มเจรจาการค้าอีกครั้ง วันนี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐระบุว่า จีนเรียกร้องให้สหรัฐเริ่มการเจรจาการค้าอีกครั้ง ท่ามกลางการทวีความร้อนแรงระลอกล่าสุดในสงครามการค้าระหว่างสองประเทศ และเสริมว่า เขาคาดว่าการเจรจาดังกล่าวจะ “เริ่มต้นขึ้นในไม่ช้า” ในการกล่าวก่อนการประชุมกับประธานาธิบดีอับเดล ฟัตตาห์ อัล-ซีซี ของอียิปต์นอกรอบการประชุมสุดยอด G7 ปธน.ทรัมป์ระบุว่า จีนติดต่อเจ้าหน้าที่เจรจาการค้าสหรัฐและแสดงความพร้อมในการเริ่มการเจรจาการค้าอีกครั้ง เขากล่าวว่า นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่า จีนต้องการที่จะ “ทำข้อตกลง” จริงๆ และย้ำว่าเขา “เคารพอย่างมาก” ต่อการดำเนินการของจีน รวมทั้งสำหรับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน
  • (-) ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดีดขึ้นทันที หลัง “ทรัมป์”เผยจีนต้องการเจรจาการค้าใหม่อีกครั้ง ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดีดตัวขึ้นทันที หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ กล่าวนอกรอบการประชุม G7 ว่า จีนต้องการที่จะกลับมาเจรจาในประเด็นการค้าใหม่อีกรอบ ณ เวลา 14.11 น. ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดีดตัวขึ้น 60 จุด หรือ 0.23% แตะที่ระดับ 25,730 จุด
  • (+/-) “ทรัมป์-มาครง” เตรียมแถลงข่าวสื่อมวลชนหลังประชุม G7 ที่ฝรั่งเศสปิดฉากวันนี้ ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนร่วมกับประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสในวันนี้ หลังสิ้นสุดการประชุม G7 ที่ประเทศฝรั่งเศส การแถลงข่าวดังกล่าวจะมีขึ้นที่เมืองบิอาร์ริตซ์ ณ เวลา 15.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 20.30 น.ตามเวลาไทย  หลังเสร็จสิ้นการประชุม G7 อย่างไรก็ดี ทำเนียบขาวไม่ได้ให้รายละเอียดอื่น ๆ เพิ่มเติม ปธน.ทรัมป์ ซึ่งสร้างความอลหม่านในการประชุม G7 เมื่อปีที่แล้ว ได้เน้นย้ำเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า เขาสามารถเข้ากันได้ดีกับผู้นำประเทศอื่น ๆ อาทิ อังกฤษ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และญี่ปุ่น  อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่อ่อนไหวอื่นๆ เช่น การทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน รวมถึงการใช้อาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านและเกาหลีเหนือ และคำถามที่ว่าประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน จะได้รับการอนุญาตให้กลับเข้าร่วมกลุ่มหรือไม่