พฤหัส. ต.ค. 17th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 26 ส.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ

เน้นเก็งกำไรฝั่งซื้อระยะสั้นโดยมีแนวรับบริเวณ 1,531 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากราคาขยับขึ้นควรแบ่งขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านโซน 1,555 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าผ่านได้สามารถถือต่อ

แนวรับ : 1,531 1,520 1,511  แนวต้าน : 1,555 1,569 1.580

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาทะยานขึ้น 28.94  ดอลลาร์ต่อออนซ์  ท่ามกลางสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมาก  หลังจากจีนประกาศเก็บภาษีนำเข้า 5-10%ต่อสินค้าสหรัฐในวงเงิน 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ จีนจะเรียกเก็บภาษี 25% ต่อรถยนต์นำเข้าจากสหรัฐ และเก็บภาษี 5% ต่อชิ้นส่วนรถยนต์สหรัฐ โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 ธ.ค.  ขณะที่ ปธน.ทรัมป์ตอบโต้อย่างทันควัน ด้วยการทวีตข้อความสั่งให้  บริษัทสหรัฐรีบถอนตัวออกจากจีนโดยทันทีและให้กลับมาผลิตสินค้าในสหรัฐ  ไม่เพียงแค่นั้นปธน.ทรัมป์ ยังประกาศจะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนเพิ่มอีก 5% บนสินค้าจีนวงเงิน 5.5 แสนล้านดอลลาร์ ทำให้สินค้าจีนวงเงิน 2.5 แสนล้านดอลลาร์จะถูกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นเป็น 30% จากเดิม 25% โดยจะมีผลบังคับใช้ 1 ต.ค.นี้  ขณะที่สินค้าจีนส่วนที่เหลืออีก 3 แสนล้านดอลลาร์ จะถูกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นเป็น 15% จากเดิมที่ 10% โดยจะมีผลบังคับใช้ 1 ก.ย.นี้  เรียกได้ว่าสงครามการค้าที่ดุเดือดระหว่าง  2 ประเทศได้กดดันดอลลาร์ให้อ่อนค่าลง  พร้อมกับกระตุ้นแรงขายในสินทรัพย์เสี่ยงทำให้ทองคำที่อยู่ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้รับแรงหนุน  ในส่วนของสุนทรพจน์นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แม้ไม่ได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก  แต่การที่พาวเวลระบุว่า  จะดำเนินการตามความเหมาะสมเพื่อรักษาการขยายตัวทางเศรษฐกิจพร้อมระบุว่ามีความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญทั้งทางเศรษฐกิจและทางภูมิรัฐศาสตร์  นั่นถือเป็นถ้อยแถลงที่เอนเอียงไปในเชิงพิราบ  จึงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยหนุนราคาทองคำ  ปัจจัยที่กล่าวมาทั้งหมดหนุนให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นเกือบ 2% ในวันศุกร์  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่ม +4.99 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน

จจัยทางเทคนิค :

ระหว่างวันหากราคาทองคำไม่หลุด 1,538-1,531 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะมีโอกาสดีดตัวขึ้นต่อ โดยหากยืนเหนือระดับสูงสุดของวันนี้บริเวณ 1,555 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ การขยับขึ้นจะมีแนวต้านถัดไปที่ 1,566-1,569 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่หลุดแนวรับแรกแสดงว่าแรงซื้อยังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง

กลยุทธ์การลงทุน :

แนะนำเปิดสถานะซื้อ โดยอาจใช้บริเวณ 1,531ดอลลาร์ต่อออนซ์ในการเข้าซื้อ แต่หากหลุดให้ชะลอการเข้าซื้อไปยังโซนแนวรับถัดไป ขณะที่หากราคาดีดตัวขึ้นแนะนำทยอยแบ่งปิดสถานะทำกำไรตั้งแต่ราคา 1,555 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อรอเข้าซื้อใหม่เมื่อราคาอ่อนตัว  แต่ถ้าผ่านได้สามารถถือต่อ

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) จีนตอบโต้สหรัฐ ประกาศเก็บภาษีสินค้า 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ รวมทั้งรถยนต์สหรัฐ  จีนประกาศเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐวงเงิน 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ รวมทั้งเดินหน้าเก็บภาษีต่อรถยนต์สหรัฐ  ทั้งนี้ สภาแห่งรัฐของจีน ซึ่งเป็นคณะรัฐมนตรีจีน แถลงว่า จีนจะเรียกเก็บภาษี 5-10% ต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐวงเงิน 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ในการเก็บภาษี 2 รอบ โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ก.ย. และ 15 ธ.ค.  นอกจากนี้ จีนจะเรียกเก็บภาษี 25% ต่อรถยนต์นำเข้าจากสหรัฐ และเก็บภาษี 5% ต่อชิ้นส่วนรถยนต์สหรัฐ โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 ธ.ค. 
  • (+) “ทรัมป์”เรียกประชุมทีมที่ปรึกษาทางการค้า หลังสั่งบริษัทสหรัฐถอนตัวจากจีน  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เรียกประชุมทีมที่ปรึกษาทางการค้าในวันนี้ที่ทำเนียบขาว หลังจากที่เขาได้สั่งให้บริษัทสหรัฐรีบถอนตัวออกจากจีนโดยทันที  ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ทวีตข้อความในวันนี้ ระบุว่า เขาได้สั่งให้บริษัทสหรัฐรีบถอนตัวออกจากจีนโดยทันที เพื่อหาแหล่งผลิตใหม่ โดยให้กลับมาผลิตสินค้าในสหรัฐ  นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังสั่งให้บริษัทรับส่งพัสดุภัณฑ์ทั้งหมดของสหรัฐ ซึ่งรวมถึง FedEx, UPS, อเมซอน และสำนักงานไปรษณีย์สหรัฐ ปฏิเสธการส่งยา Fentanyl (ยาบรรเทาอาการปวด และมีความแรง 50-100 เท่าของมอร์ฟีน) จากประเทศจีน หรือจากประเทศอื่นๆ เข้าสู่สหรัฐ
  • (+) ดอลล์ร่วงเทียบสกุลเงินหลัก เหตุวิตกสงครามการค้าสหรัฐ-จีนรุนแรงขึ้น  ดอลลาร์สหรัฐร่วงลงอย่างหนักเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (23 ส.ค.) ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับความตึงเครียดด้านการค้าระหว่างสหรัฐและจีน  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.55% สู่ระดับ 97.6408 ในการซื้อขายเมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 105.29 เยน จากระดับ 106.41 เยน และ อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9742 ฟรังก์ จากระดับ 0.9836 ฟรังก์ นอกจากนี้  สกุลเงินยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1145 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1085 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.2284 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2257 ดอลลาร์
  • (+) ดาวโจนส์ปิดร่วง 623.34 จุด เหตุนลท.วิตกความตึงเครียดด้านการค้า  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (23 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกับการที่จีนประกาศมาตรตอบโต้สหรัฐด้วยการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐมูลค่า 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ นักลงทุนยังผิดหวังที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ได้ส่งสัญญาณที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในการกล่าวสุนทรพจน์ที่แจ็กสัน โฮล  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,628.90 จุด ร่วงลง 623.34 จุด หรือ -2.37%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,847.11 จุด ร่วง 75.84 จุด หรือ -2.59% และ ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,751.77 จุด ร่วง 239.62 จุด หรือ -3.00%
  • (+/-)”พาวเวล”ย้ำเฟดรักษาการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ แต่ไม่ได้ส่งสัญญาณดบ.  นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมเศรษฐกิจประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิ่ง ในวันนี้ โดยย้ำว่า เฟดจะดำเนินการเพื่อให้เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัวต่อไป ขณะที่ยอมรับว่า การทำสงครามการค้า และปัจจัยอื่นๆ กำลังทำให้เศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวลง  ทั้งนี้ การประชุมที่เมืองแจ็กสัน โฮล ในปีนี้ มีขึ้นในระหว่างวันที่ 22-24 ส.ค. ภายใต้หัวข้อ “ความท้าทายสำหรับนโยบายการเงิน” หรือ Challenges for Monetary Policy  อย่างไรก็ดี นายพาวเวลไม่ได้ส่งสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยในการกล่าวสุนทรพจน์วันนี้ โดยเขากล่าวแต่เพียงว่า เฟดจะดำเนินการอย่างเหมาะสมเพื่อรักษาการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ  นอกจากนี้ นายพาวเวลไม่ได้ระบุถึงการเกิดภาวะ inverted yield curve ในสุนทรพจน์ของเขา รวมทั้งไม่ได้ระบุถึงการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐ  นายพาวเวลกล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐโดยรวมยังคงปรับตัวได้ดี แม้เผชิญความท้าทายจากปัจจัยหลายประการ โดยแนวโน้มเศรษฐกิจโลกได้ย่ำแย่ลงนับตั้งแต่กลางปีที่แล้ว ขณะที่ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าได้ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก และทำให้ภาคการผลิต และการใช้จ่ายทุนได้อ่อนแอลงในสหรัฐ