พุธ. ธ.ค. 11th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 26 พ.ย.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นทำกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว แต่จำเป็นต้องตั้งจุดทำกำไรและจุดตัดขาดทุน โดยอาจรอเสี่ยงซื้อในโซน 1,447-1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากราคาหลุด 1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์)

แนวรับ : 1,445 1,437 1,428  แนวต้าน : 1,463 1,479 1,487

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 7.52 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันหลักจากทัศนะเชิงบวกเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่  โกลบอล ไทม์ส ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษในสังกัดพรรคคอมมิวนิสต์จีน เปิดเผยผ่านทวิตเตอร์ @globaltimesnews อ้างอิงข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลจีนว่า “ขณะนี้จีนและสหรัฐใกล้บรรลุข้อตกลงการค้า Phase one แล้ว” และจีนยังยินดีที่จะเจรจาข้อตกลงการค้าต่อไปในอีกหลาย Phase ตามมา  นอกจากนี้รายงานข่าวยังระบุอีกว่าทั้ง 2 ประเทศยังได้ตกลงที่จะเลิกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าอีกด้วย  บรรยากาศเชิงบวกดังกล่าวกระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์ส่งผลให้ทั้งดัชนีดาวโจนส์, S&P500 และ Nasdaq ปิดพุ่งขึ้นทำระดับสูงสุดครั้งใหม่  พร้อมกับหนุนสกุลเงินดอลลาร์ให้แข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดรอบ 1 สัปดาห์เมื่อเทียบกับเยน  ดังนั้นทั้งการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์รวมถึงการปรับตัวขึ้นสินทรัพย์เสี่ยงจึงเป็นปัจจัยหลักที่กดดันให้ราคาทองคำร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์บริเวณ 1.453.93  ดอลลาร์ต่อออนซ์  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่มวานนี้ +4.69 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่ง, ดัชนีราคาบ้าน, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ย.จาก CB, ยอดขายบ้านใหม่ และดัชนีภาคการผลิตจากเฟดริชมอนด์

จจัยทางเทคนิค :

ราคาทองคำอาจชะลอการปรับตัวลงหลังมีราคาอ่อนตัวลงเข้าใกล้กรอบด้านล่างบริเวณโซน 1,447-1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ก็มีแรงซื้อเข้าพยุงราคาไว้ เบื้องต้น หากราคาไม่สามารถยืนเหนือแนวต้าน 1,460-1,463 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มีโอกาสที่จะเผชิญแรงขายกดดันให้ราคาอ่อนตัวลงสู่แนวรับอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

ยังเน้นเก็งกำไรตามกรอบแนวรับแนวต้าน การเข้าซื้อยังแนะนำรอพิจารณาบริเวณ 1,447-1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์(ตัดขาดทุนหากยืนเหนือแนวรับไม่ได้) หากราคาดีดตัวขึ้นไม่ผ่านแนวต้านพิจารณาปิดสถานะทำกำไรบริเวณ 1,460-1,463 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่านได้สามารถถือต่อ

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) อิหร่านโวยสหรัฐอยู่เบื้องหลังม็อบประท้วงน้ำมันแพง  กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านกล่าวหาว่าสหรัฐให้การสนับสนุนม็อบที่ออกมาประท้วงราคาน้ำมันแพงทั่วประเทศตั้งแต่เมื่อช่วงกลางเดือนพ.ย. นายอับบาส มูซาวี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวระหว่างการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ในวันนี้ว่า สหรัฐต้องการให้การประท้วงในอิหร่าน “วุ่นวายและรุนแรง” มากกว่านี้ พร้อมกับกล่าวประณาม “สหรัฐและต่างชาติ” ที่เข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของอิหร่าน สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า รัฐบาลอิหร่านได้ประกาศขึ้นราคาน้ำมันเมื่อวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากไม่พอใจและรวมตัวกันประท้วงจนกลายเป็นเหตุจลาจลและความรุนแรงในหลายเมืองทั่วประเทศ
  • (-) ทัศนะบวกการค้าหนุนดอลลาร์แตะระดับสูงสุดรอบ 1 สัปดาห์เทียบเยน  ข่าวเชิงบวกเกี่ยวกับการค้าจีน-สหรัฐช่วยหนุนความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงในวันจันทร์ ซึ่งหนุนดอลลาร์ขึ้นสู่ระดับสูงสุดรอบ 1 สัปดาห์ เมื่อเทียบกับเยน ขณะที่ปอนด์ปรับขึ้น ในขณะที่โพลล์การเลือกตั้งอังกฤษในช่วงสุดสัปดาห์ ยังคงแสดงว่า พรรคอนุรักษ์นิยมมีคะแนนนำอย่างมาก  นสพ. โกลบอล ไทม์สของจีนรายงานเมื่อวานนี้ว่า จีนและสหรัฐใกล้อย่างมากที่จะบรรลุข้อตกลงการค้า “ระยะที่ 1” โดยปฏิเสธรายงานจากสื่อ “ในเชิงลบ”  เมื่อเทียบกับเยน ดอลลาร์ปรับขึ้น 0.29% มาที่ 108.95 เยน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดรอบ 1 สัปดาห์  ข่าวในช่วงสุดสัปดาห์ที่ว่า จีนต้องการเพิ่มเพดานค่าปรับการล่วงละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างมาก ช่วยหนุนความต้องการสินทรัพย์เสี่ยง นักวิเคราะห์ของมอร์แกน สแตนลีย์ กล่าวว่า “นั่นอาจจะเป็นผลดีต่อการเจรจาการค้าสหรัฐ-จีน”  ทัศนะบวกเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าลดอุปสงค์สำหรับพันธบัตร  “ผมไม่ตื่นเต้นนัก เนื่องจากสิ่งนี้ได้เกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว” นักวิเคราะห์กล่าว   “ความเชื่อมั่นในเชิงสร้างสรรค์ในตลาดอิงตามพื้นฐานที่เปราะบาง เราคาดว่า เยนจะยังคงได้แรงหนุนในช่วงขาลง ขณะความตึงเครียดทางการค้ายังคงอยู่” นักวิเคราะห์กล่าว  ดัชนีดอลลาร์ปรับขึ้น 0.03% มาที่ 98.298  นักลงทุนมองว่า สหรัฐอยู่ในสถานะที่ค่อนข้างดีในการฝ่าฟันสงครามการค้า หากเกิดสงครามการค้าแบบเต็มรูปแบบ  ข้อมูลจากคณะกรรมาธิการการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ (CFTC) ของสหรัฐแสดงว่า นักเก็งกำไรเพิ่มการเข้าซื้อสุทธิในดอลลาร์ สู่ระดับสูงสุดรอบ 5 สัปดาห์ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดในวันที่ 19 พ.ย.
  • (-) สื่อจีนเผยใกล้บรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับสหรัฐแล้ว หวังเจรจาต่อเนื่องหลายเฟส  โกลบอล ไทม์ส ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษในสังกัดพรรคคอมมิวนิสต์จีน เปิดเผยผ่านทวิตเตอร์ @globaltimesnews ว่า ขณะนี้จีนและสหรัฐใกล้บรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกแล้ว และจีนยังคงมีความยินดีที่จะเจรจาข้อตกลงการค้าต่อไปในอีกหลายเฟสตามมา อย่างไรก็ดี รายงานข่าวของโกลบอล ไทม์ส เป็นการอ้างความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลจีนเท่านั้น รายงานข่าวระบุว่า ทั้งสองฝ่ายได้มีฉันทามติร่วมกันสำหรับข้อตกลงเฟสแรก ทั้งยังได้ตกลงที่จะเลิกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าด้วย แต่ไม่ได้ตกลงในรายละเอียดหรือตัวเลขที่จะปรับลด
  • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 190.85 จุด ทำนิวไฮ รับความหวังการค้าสหรัฐ-จีนคืบหน้า  ดัชนีดาวโจนส์, S&P500 และ Nasdaq ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ต่างก็ปิดพุ่งขึ้นทำนิวไฮเมื่อคืนนี้ (25 พ.ย.) หลังจากมีสัญญาณบ่งชี้ถึงความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งรวมถึงการที่สื่อในสังกัดพรรคคอมมิวนิสต์จีนรายงานว่า จีนใกล้บรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับสหรัฐ และรายงานข่าวที่ว่า รัฐบาลจีนได้ออกนโยบายเพิ่มโทษการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องที่สำคัญจากสหรัฐ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,066.47 จุด พุ่งขึ้น 190.85 จุด หรือ +0.68% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,133.64 จุด เพิ่มขึ้น 23.35 จุด หรือ +0.75% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,632.49 จุด เพิ่มขึ้น 112.60 จุด หรือ +1.32%