ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 23, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 26 ก.พ.63(ภาคบ่าย) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,634 1,625 1,616

แนวต้าน : 1,664 1,678 1,678

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  เจ้าหน้าที่สหรัฐเรียกร้องให้ชาวอเมริกันเตรียมพร้อมสำหรับการระบาดของ ไวรัส COVID-19 ภายในชุมชนของพวกเขา แม้ยังไม่มีผู้ติดเชื้อดังกล่าว แต่เมืองซานฟรานซิสโก ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินระดับท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนการเตรียมความพร้อมเรื่องไวรัส COVID-19 เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณชนเกี่ยวกับความเสี่ยงที่ว่า ไวรัสอาจแพร่กระจายในเมือง ความกังวลสถานการณ์การระบาดของไวรัส กดดันความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่การระบาดเริ่มแพร่กระจายอย่างรวดเร็วไปยังตะวันออกกลางและยุโรป ทำให้ดัชนีดาวโจนส์ล่วงหน้า ตลาดหุ้นสหรัฐในช่วงบ่ายกลับมาเคลื่อนไหวในแดนลบ หลังจากวันก่อนหน้าดัชนีดาวโจนส์ และ S&P500 ดิ่งลงมากกว่า 3% อย่างไรก็ตาม ช่วงก่อนหน้าราคาทองคำเคลื่อนไหวแกว่งตัวผันผวน ในระยะสั้นจึงแนะนำว่าหากราคาทองคำดีดตัวขึ้นแต่ไม่สามารถยืนเหนือแนวต้าน 1,664 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ นักลงทุนที่มีทองคำในมืออาจขายออกมาเพื่อทำกำไร แต่หากสามารถผ่านไปได้ให้รอไปขายบริเวณแนวต้านถัดไป โดยหากไม่สามารถผ่านไปได้อาจเห็นการย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับ แนะนำให้รอจังหวะเข้าซื้อบริเวณแนวรับ 1,634-1,625 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ดี นักลงทุนควรตัดขาดทุนหากหลุดแนวรับ 1,625 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ระดับต่ำสุดของวันก่อนหน้า)

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: หากราคาทองคำยืนเหนือโซน 1,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ มีโอกาสขยับขึ้นทดสอบแนวต้านโซน 1,664 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของวันก่อนหน้า แต่หากไม่ผ่าน อาจเห็นการย่อตัวลงอีกครั้ง โดยประเมินแนวรับไว้ที่ 1,634-1,625 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position แนะนำให้ปิดสถานะทำกำไรบางส่วนหากราคาไม่สามารถผ่านแนวต้าน 1,664 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ แต่หากสามารถผ่านไปได้ให้ชะลอไปปิดสถานะทำกำไรบริเวณแนวต้านถัดไป

Short Position แนะนำให้ปิดสถานะทำกำไรหากราคายืนเหนือแนวรับ 1,634-1,625 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ โดยเพิ่มความระมัดระวังหากราคายืนเหนือแนวต้านบริเวณ 1,664 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง

Open New แนะนำให้รอเปิดสถานะซื้อเพื่อลงทุนระยะสั้นหากราคาย่อตัวลงมาและไม่หลุดแนวรับ 1,634-1,625 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และขายทำกำไรทันทีหากราคาดีดตัวขึ้นไปไม่ผ่านแนวต้าน 1,664 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยลงทุนระยะสั้นจากการแกว่งตัว

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) ผลกระทบทางศก.จากไวรัสแพร่กระจายนอกจีนไปยังปท.อื่นๆในเอเชีย  ผลสำรวจภาคเอกชนระบุว่า ผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโคโรนามีแนวโน้มจะสะท้อนไปไกลกว่าจีน ขณะที่คาดว่าเศรษฐกิจประเทศรายใหญ่ส่วนใหญ่ในภูมิภาคจะชะลอตัวอย่างหนัก, หยุดนิ่ง หรือหดตัวในไตรมาสปัจจุบัน  หลายประเทศในเอเชีย ซึ่งเพิ่งฟื้นคืนสู่การเติบโตจากผลกระทบของความขัดแย้งทางการค้า 18 เดือนระหว่างสหรัฐและจีน เผชิญกับผลกระทบอีกครั้งจากการระบาดของไวรัสโคโรนา ซึ่งทำให้มีการปิดธุรกิจและเมืองต่างๆ  ในขณะที่การระบาดบั่นทอนห่วงโซ่อุปทานโลก ซึ่งประเทศส่วนใหญ่พึ่งพาสำหรับการค้าและพาณิชย์ กิจกรรมทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มจะชะลอตัว แต่ในระดับที่แตกต่างกันออกไป  คาดการณ์จากนักเศรษฐศาสตร์ที่รวบรวมในวันที่ 19-25 ก.พ. แสดงว่า คาดว่าออสเตรเลีย, เกาหลีใต้, ไต้หวัน, สิงคโปร์ และไทย จะทำผลงานอ่อนแอที่สุดในรอบหลายปีในไตรมาสแรก โดยมีเพียงแค่อินโดนีเซียที่คาดว่ายังคงค่อนข้างไม่ได้รับผลกระทบ   คาดว่าเศรษฐกิจไทยและไต้หวันจะขยายตัวที่ 0.2% และ 1.3% ในไตรมาสปัจจุบัน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบครึ่งทศวรรษ
  • (+) ฮั่งเส็งปิดลบ 196.74 จุด วิตกไวรัสโควิด-19 ระบาดหนัก  ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดวันนี้ปรับตัวลดลง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ขณะที่รัฐบาลฮ่องกงได้เผยแผนกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.2 แสนล้านดอลลาร์ฮ่องกง เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงอย่างรุนแรงอันเนื่องมาจากการประท้วงที่ยืดเยื้อและการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  ดัชนีฮั่งเส็งลดลง 196.74 จุด หรือ -0.73% ปิดวันนี้ที่ 26,696.49 จุด
  • (+) ขุนคลังฮ่องกงคาดศก.ขยายตัวในกรอบ –1.5% ถึง 0.5% ปีนี้ เหตุไวรัสระบาดกระทบความเชื่อมั่น  นายพอล ชาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของเขตปกครองพิเศษฮ่องกง (HKSAR) คาดการณ์ว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจฮ่องกงจะอยู่ในกรอบ -1.5% ถึง 0.5% ในปีนี้  สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การคาดการณ์ดังกล่าวมีขึ้นขณะนายพอล ชาน แถลงงบประมาณประจำปีในวันนี้ โดยกล่าวว่า “เศรษฐกิจฮ่องกงเผชิญกับความท้าทายมากมายในปีนี้ และแนวโน้มในระยะใกล้ยังไม่ค่อยสดใส”  รมว.คลังฮ่องกง เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ได้ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นในฮ่องกง และกล่าวว่า “ภาคส่วนที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวและการบริโภค ซึ่งเดิมได้รับผลกระทบจากการประท้วงอยู่ก่อนหน้าแล้ว กำลังเดือดร้อนจากสถานการณ์ที่รุนแรงยิ่งกว่า”  รมว.คลังฮ่องกง ระบุว่า ผลกระทบที่การแพร่ระบาดครั้งนี้มีต่อเศรษฐกิจอาจร้ายแรงกว่าการแพร่ระบาดของโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (SARS) เมื่อปี 2546 และเน้นย้ำว่า ตลาดแรงงานกำลังเผชิญกับแรงกดดันครั้งสำคัญ
  • (+) ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดปรับตัวลง เหตุวิตกโควิด-19 ระบาดในยุโรป  ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดวันนี้ปรับตัวลง เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ในยุโรป    ดัชนี Stoxx Europe 600 ปรับตัวลง 0.8% หลังเปิดตลาดไม่นาน  ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสเปิดวันนี้ที่ 5,646.14 จุด ลดลง 33.54 จุด, -0.59% ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันเปิดที่ 12,682.16 จุด ลดลง 108.33 จุด, -0.85%  นายฌอง-บัปติสต์ เจบารี รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมฝรั่งเศส เรียกร้องให้ชาวฝรั่งเศสที่วางแผนจะเดินทางเยือนอิตาลีเลื่อนการเดินทางออกไปก่อน เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19   
  • (-) สหรัฐเผยจีนเริ่มทำตามสัญญาด้านการเกษตรในข้อตกลงการค้าสหรัฐ-จีน  นายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) และนายซอนนี เพอร์ดิว รัฐมนตรีเกษตรสหรัฐเปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า จีนได้เริ่มปฏิบัติตามสัญญาจากข้อตกลงการค้าระยะที่ 1 ที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตรกรรมผ่าน “การดำเนินการต่างๆ”  มาตรการที่ดำเนินการโดยรัฐบาลจีนได้รวมถึง การอนุญาตการนำเข้ามันฝรั่งจากสหรัฐ, การยกเลิกคำสั่งห้ามนำเข้าสัตว์ปีก และการยกเลิกข้อจำกัดต่อการนำเข้าอาหารทะเล, อาหารสัตว์ และสารเติมแต่งในอาหารสัตว์  แถลงการณ์จากเจ้าหน้าที่สหรัฐทั้ง 2 ยังระบุว่า จีนได้ยกเลิกและลดภาษีตอบโต้บางส่วนต่อสินค้าเกษตร ซึ่งสอดคล้องกับข้อตกลงระยะที่ 1