ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 23, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 26 ก.พ.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นเก็งกำไรระยะสั้นเนื่องจากราคาแกว่งตัวผัวผวนการเข้าซื้อควรรอราคาอ่อนตัวลงบริเวณแนวรับ 1,625-1,616 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากราคาขยับขึ้นควรแบ่งขายทำกำไรบ้างส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านโซน 1,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าผ่านได้สามารถถือต่อเพื่อรอขายที่แนวต้านถัดไป

แนวรับ : 1,625 1,616 1,603 แนวต้าน : 1,650 1,664 1,678

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปรับตัวลดลง  22.12  ดอลลาร์ต่อออนซ์  ขณะที่ตลาดยังคงวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์การระบาดของ Covid-19 ที่ลุกลามไปแล้วในอีกเกือบ 30 ประเทศทั่วโลก  ล่าสุดผอ.ศูนย์ภูมิคุ้มกันและโรคทางเดินหายใจแห่งชาติของสหรัฐ  เตือนให้ชาวอเมริกันเตรียมรับมือกับการแพร่ระบาดของ Covid-19 และระบุต่ออีกว่า  สถานการณ์การแพร่ระบาดในสหรัฐอาจจะอยู่ในขั้นร้ายแรง  สถานการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดแรงขายต่อเนื่องในตลาดหุ้นสหรัฐ  ทำให้ทั้งดัชนีดาวโจนส์ และ S&P500 ดิ่งลงมากกว่า 3% วานนี้   ประกอบกับสกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าหลังการเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก CB และดัชนีภาคการผลิตจากเฟดริชมอนด์ที่ออกมาแย่เกินคาด  นอกจากนี้  ดอลลาร์ยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากการคาดการณ์มากขึ้นถึงโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะปรับ “ลด” อัตราดอกเบี้ยในปีนี้  เพื่อรับมือกับผลกระทบจากการระบาด Covid-19  แม้จะมีปัจจัยบวกแต่ราคาทองคำกลับถูกแรงขายกดดันให้ราคาร่วงลงแรง  เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนมีการขายทำกำไรเพื่อเติม margin call และชดเชยผลขาดทุนในตลาดหุ้น  ส่งผลให้ทองคำร่วงลงแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,624 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ก่อนจะมีแรงซื้อทองคำหนุนให้ราคาฟื้นตัวขึ้นในช่วงเช้าวันนี้  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่ม +6.15 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่ของสหรัฐ

จจัยทางเทคนิค :

ระหว่างวันหากราคาทองคำดีดตัวขึ้นไม่ผ่านแนวต้านโซน 1,650-1,664 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะมีโอกาสเกิดแรงขายกดดันให้ราคาอ่อนตัวลง โดยหากยืนเหนือแนวรับบริเวณ 1,625 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ราคาอาจมีการขยับขึ้นไปทดสอบแนวต้านอีกครั้ง แต่หากหลุดแนวรับแรก กรอบด้านล่างจะอยู่ที่ 1,616 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

เน้นการซื้อขายทำกำไรระยะสั้น โดยอาจใช้บริเวณ 1,625 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นจุดเสี่ยงซื้อ หากหลุดให้ชะลอการเข้าซื้อไปยังโซนแนวรับถัดไป 1,616 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่หากราคาดีดตัวขึ้นแนะนำทยอยแบ่งปิดสถานะทำกำไรตั้งแต่ราคา 1,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์แต่ถ้าผ่านได้สามารถถือต่อ

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) จนท.ศูนย์ควบคุมโรคสหรัฐเตือนชาวอเมริกันเตรียมรับมือไวรัสโควิด-19 อาจระบาดหนักในสหรัฐ  ดร.แนนซี เมสซันเนียร์ ผู้อำนวยการศูนย์ภูมิคุ้มกันและโรคทางเดินหายใจแห่งชาติของสหรัฐ ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐ (CDC) ได้ออกมาเตือนให้ชาวอเมริกันเตรียมพร้อมรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ในสหรัฐ โดยกล่าวว่า  สถานการณ์การแพร่ระบาดในสหรัฐอาจจะอยู่ในขั้นร้ายแรง
  • (+) รมช.สาธารณสุขอิหร่านติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ขณะจำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุดรองจากจีน  สำนักข่าว ILNA ของอิหร่านรายงานว่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขของอิหร่านได้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19  ข่าวดังกล่าวมีขึ้น หลังกระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยว่า อิหร่านมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 95 ราย ขณะที่มีผู้เสียชีวิต 16 ราย
  • (+) Conference Board เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐต่ำกว่าคาดในเดือนก.พ.  ผลสำรวจของ Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 130.7 ในเดือนก.พ. จากระดับ 130.4 ในเดือนม.ค. แต่ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 132.6
  • (+) ดาวโจนส์ปิดร่วง 879.44 จุด หลังจนท.CDC เตือนชาวอเมริกันรับมือโควิด-19 ระบาดหนัก  ดัชนีดาวโจนส์ปิดร่วงลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 เมื่อคืนนี้ (25 ก.พ.) โดยทั้งดัชนีดาวโจนส์ และ S&P500 ดิ่งลงมากกว่า 3% หลังจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐ (CDC) ได้ออกมาเตือนให้ชาวอเมริกันเตรียมพร้อมกับมือกับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ที่อาจแพร่ระบาดอย่างหนักในสหรัฐ ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้นักลงทุนวิตกกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบของการแพร่ระบาด ขณะที่รายงานล่าสุดระบุว่าขณะนี้ไวรัสโควิด-19 กำลังลุกลามไปยังหลายประเทศ ซึ่งรวมถึงสวิตเซอร์แลนด์  ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 27,081.36 จุด ร่วงลง 879.44 จุด หรือ -3.15% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,128.21 จุด ลดลง 97.68 จุด หรือ -3.03% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,965.61 จุด ดิ่งลง 255.67 จุด หรือ -2.77%
  • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก หลังตลาดคาดเฟดหั่นดอกเบี้ยรับมือผลกระทบไวรัสโควิด-19  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (25 ก.พ.) โดยได้รับแรงกดดันจากกระแสคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ เพื่อรับมือกับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2562 และยอดขายบ้านใหม่เดือนม.ค.  ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 110.12 เยน จากระดับ 110.75 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ  0.9761 ฟรังก์ จากระดับ 0.9796 ฟรังก์ นอกจากนี้  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0879 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0842 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3000 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2913 ดอลลาร์
  • (-) บอนด์ยีลด์สหรัฐดิ่งหนัก วิตกโควิด-19 ขณะเกิด inverted yield curve วันที่ 6 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐยังคงดิ่งลงในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนพากันเข้าซื้อพันธบัตรในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกต่อผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจโลกจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ร่วงลงแตะระดับ 1.32% ในวันนี้ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.2559 ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ทรุดตัวลงสู่ระดับ 1.7987% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์  นอกจากนี้ ตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเกิดภาวะ inverted yield curve เป็นวันที่ 6 ซึ่งเป็นภาวะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นอยู่สูงกว่าพันธบัตรระยะยาว โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 3 เดือนอยู่ที่ระดับ 1.538% โดยอยู่สูงกว่าพันธบัตรอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นการบ่งชี้ถึงแนวโน้มการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย