ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 22, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 25 ส.ค.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นการซื้อขายเก็งกำไรระยะสั้น โดยเข้าซื้อในบริเวณ 1,911-1,897 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากหลุด 1,897 ดอลลาร์ต่อออนซ์) พิจารณาขายเพื่อทำกำไรช่วงสั้นหากไม่ผ่านแนวต้าน 1,950-1,963 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,911 1,897 1,885 แนวต้าน : 1,963 1,981 2,006

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 14.16 ดอลลาร์ต่อออนซ์  หลังจากระหว่างวันราคาทองคำพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดบริเวณ  1,962.18 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ในช่วงต้น  ขณะที่นักลงทุนกำลังรอสุนทรพจน์ของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันพฤหัสบดีนี้  อย่างไรก็ดี  ราคาทองคำไม่สามารถรักษาช่วงบวกไว้ได้โดยได้รับแรงกดดันจากแรงขายทำกำไรทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  ท่ามกลางความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงที่ทะยานขึ้น  ขานรับการที่สำนักงานอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ได้อนุมัติให้ใช้พลาสมาที่มีโปรตีนภูมิคุ้มกัน (convalescent plasma) ในการรักษาผู้ป่วย COVID-19 ข่าวดังกล่าวกระตุ้นความหวังว่าความคืบหน้าเกี่ยวกับการรักษา COVID-10 จะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ  จนหนุนให้ดัชนีดาวโจนส์ปิดระดับเหนือ 28,000 จุดเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน  ขณะที่ดัชนี Nasdaqและ S&P500 ต่างก็ปิดทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์  ประกอบกับสกุลเงินดอลลาร์พลิกจากการอ่อนค่ามาปิดระดับดัวยการแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจึงเป็นปัจจัยที่กลับมากดดันราคาทองคำเพิ่มเติม  สถานการณ์กล่าวส่งผลให้ราคาทองร่วงลงแรงเกือบ 40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากระดับสูงสุดในระหว่างวันสู่ระดับต่ำสุดบริเวณ 1,923.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลง  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีราคาบ้านจากS&P/CS, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค จาก CB, ยอดขายบ้านใหม่ และดัชนีภาคการผลิตจากเฟดสาขาริชมอนด์

จจัยทางเทคนิค :

ราคาเคลื่อนไหวในกรอบ หลังจากราคาทองคำทดสอบแนวรับโซน 1,911 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ระดับต่ำสุดของสัปดาห์ก่อนหน้า) แล้วสามารถยืนได้จึงเกิดแรงซื้อพยุงราคาไว้ อย่างไรก็ตาม หากการปรับตัวขึ้นของราคาไม่ผ่านโซนแนวต้านระยะสั้นอยู่ที่ 1,950-1,963 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น ทั้งนี้ ประเมินแนวรับโซน 1,911-1,897 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

ซื้อขายเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว โดยเปิดสถานะซื้อในบริเวณ 1,911-1,897 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ลดพอร์ตการลงทุนหากราคาหลุด 1,897 ดอลลาร์ต่อออนซ์) หากราคาดีดตัวขึ้นให้พิจารณาโซน 1,950-1,963 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นจุดปิดสถานะทำกำไร

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) WHO เตือนความเสี่ยงจากการใช้พลาสมารักษาผู้ป่วยโควิด  องค์การอนามัยโลก (WHO) มีท่าทีระมัดระวังต่อข่าวที่ว่า สหรัฐให้การอนุมัติต่อการใช้พลาสมาที่มีโปรตีนภูมิคุ้มกัน (convalescent plasma) ในการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 โดยพลาสมาเหล่านี้มาจากผู้ที่เคยป่วยด้วยโรคโควิด-19 แต่ได้รับการรักษาจนหายดี  WHO ระบุว่า ที่ผ่านมา การรักษาผู้ป่วยโควิด-19 โดยการใช้พลาสมา ยังคงมีประสิทธิภาพต่ำ  นายซอมยา สวามินาธาน หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของ WHO กล่าวว่า การทดลองทางคลินิกพบว่า การรักษาผู้ป่วยโควิด-19 โดยการใช้พลาสมา ประสบความสำเร็จเพียงไม่กี่ครั้ง และควรมีการใช้ในการทดลองเท่านั้น เพื่อทำการประเมินผลต่อไป แทนที่จะมีการใช้รักษาในวงกว้าง  ทางด้านนายบรู๊ซอายล์เวิร์ด ที่ปรึกษาอาวุโสของ WHO กล่าวว่า   การรักษาโดยใช้พลาสมายังเสี่ยงต่อความปลอดภัย โดยผู้ที่ได้รับพลาสมาอาจมีผลข้างเคียง ซึ่งทำให้มีไข้ และอาจมีการบาดเจ็บที่ปอดอย่างรุนแรง หรืออาจเกิดปัญหาด้านการไหลเวียนของโลหิต
  • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 378.13 จุด ขานรับการรักษาโควิดคืบหน้า  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทะลุแนว 28,000 จุดเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือนเมื่อคืนนี้ (24 ส.ค.) ขณะที่ดัชนี Nasdaqและ S&P500 ต่างก็ปิดทำนิวไฮ หลังจากสำนักงานอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ได้อนุมัติให้ใช้พลาสมาที่มีโปรตีนภูมิคุ้มกัน (convalescent plasma) ในการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 โดยข่าวดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นกลุ่มที่เป็นความหวังว่าจะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงหุ้นกลุ่มสายการบิน และกลุ่มอุตสาหกรรม  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,308.46 จุด เพิ่มขึ้น 378.13 จุด หรือ +1.35% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,431.28 จุด เพิ่มขึ้น 34.12 จุด หรือ +1.00% และดัชนี Nasdaqปิดที่ 11,379.72 จุด เพิ่มขึ้น 67.92 จุด หรือ +0.60%
  • (-) WHO เผย 172 ประเทศร่วมโครงการ COVAX ระดมเงินทุนซื้อวัคซีนต้านโควิด นายแพทย์ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่า ประเทศต่างๆทั่วโลกจำนวน 172 ประเทศได้เข้าร่วมโครงการ COVAX ของ WHO ในการระดมเงินทุนเพื่อจัดซื้อวัคซีนต้านโควิด-19 เพื่อรับประกันว่าประเทศสมาชิกจะสามารถเข้าถึงวัคซีนที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย  นายแพทย์ทีโดรสกล่าวว่า ขณะนี้มีวัคซีน 9 ตัวในโครงการ COVAX และ WHO กำลังประเมินวัคซีนที่อาจมีการเพิ่มในโครงการอีก 9 ตัว
  • (-) ดอลล์แข็งค่าเล็กน้อย นลท.จับตา”พาวเวล”แถลงที่แจ็กสันโฮล ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (24 ส.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุมประจำปีของเฟดซึ่งจะจัดขึ้นที่เมืองแจ็กสัน โฮล นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2563 และยอดขายสินค้าคงทนเดือนก.ค.  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ขยับลง 0.06% แตะที่ 93.3009 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 105.96 เยน จากระดับ 105.81 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3232 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3189 ดอลลาร์แคนาดา แต่เมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ดอลลาร์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 0.9112 ฟรังก์ จากระดับ 0.9122 ฟรังก์  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1790 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1787 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.3056 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3093 ดอลลาร์
  • (+/-) “รีพับลิกัน”เสนอชื่อ”ทรัมป์”เป็นตัวแทนพรรคชิงเก้าอี้ปธน.สหรัฐอย่างเป็นทางการ  พรรครีพับลิกันประกาศเสนอชื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์เป็นตัวแทนของพรรคเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอย่างเป็นทางการในการประชุมใหญ่ของพรรคในวันนี้  การประชุมดังกล่าวมีขึ้นในรัฐนอร์ทแคโรไลนา โดยจะใช้เวลา 4 วัน และไฮไลท์จะอยู่ที่การกล่าวสุนทรพจน์ของปธน.ทรัมป์ที่ทำเนียบขาวในวันพฤหัสบดีนี้เพื่อตอบรับการเสนอชื่อดังกล่าว  ขณะนี้ ผลการสำรวจของทุกสำนักต่างฟันธงว่า โจไบเดน ตัวแทนพรรคเดโมแครต จะมีชัยชนะเหนือปธน.ทรัมป์ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 3 พ.ย.นี้ และหากปธน.ทรัมป์ประสบความพ่ายแพ้จริง เขาก็จะเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนแรกที่ดำรงตำแหน่งเพียงวาระเดียว นับตั้งแต่อดีตประธานาธิบดีจอร์จเอช ดับเบิลยู บุช ซึ่งพ่ายแพ้ต่ออดีตประธานาธิบดีบิล คลินตันจากพรรคเดโมแครตในปี 2535