ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 24, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 25 มี.ค.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

หากราคายืนเหนือแนวรับแรก 1,607 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ยังมีลุ้นที่ราคาอาจไปทดสอบแนวต้านโซนที่ 1,644-1,671 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคายืนเหนือแนวรับแรกไม่ได้อาจเกิดแรงขายทำกำไรระยะสั้นออกมาเพิ่ม เมื่อราคาทองคำอ่อนตัวลงจะมีแนวรับบริเวณ 1,585-1,548 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,607 1,585 1,548 แนวต้าน : 1,644 1,671 1,689

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ทะยานขึ้น  74.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ +4.8%  โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยหลายทาง  ได้แก่  (1.) ความวิตกว่าการอัดฉีด QE ในวงเงิน “ไม่จำกัด” ของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะกระตุ้น “ภาวะเงินเฟ้อ” ส่งผลหนุนทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อ  (2.) การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์  ทั้งจากการผ่อนคลายนโยบายการเงินของเฟด  และการเปิดเผยตัวเลขดัชนี PMI รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐที่ปรับตัวลงเกินคาด (3.) ความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงฟื้นตัว จากการอัดฉีด QE ของเฟด และการคาดการณ์ว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 2 ล้านล้านดอลล์จะผ่านการอนุมัติจากคองเกรส ซึ่งช่วยบรรเทาความวิตกในตลาดและลดความต้องการดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย และ (4.) อุปทาน (Supply) ทองคำทั่วโลกได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 หลังการขนส่งทองคำทางเครื่องบินชะงัก ด้าน Valcambi, Pamp และ Argor-Heraeus ซึ่งเป็นโรงสกัดทอง(refineries) รายใหญ่ของโลกต้องระงับการผลิตชั่วคราว  สถานการณ์ดังกล่าวกระตุ้นแรงซื้อทองคำจนทองคำทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดบริเวณ 1,635 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างการซื้อขายของวานนี้  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่ม +11.99 ตัน  สำหรับวันนี้จับตา “มติ” ดอกเบี้ยจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คาดกนง.ลดดอกเบี้ยอีก 0.25%ซึ่งอาจกดดันเงินบาทให้อ่อนค่าได้  รวมถึงติดตามการเปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ

จจัยทางเทคนิค :

แม้ว่าราคาจะสร้างระดับสูงใหม่จากวันก่อนหน้าแต่แรงขายทำกำไรก็เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ หากแรงขายไม่เพิ่มขึ้นจนราคาทองคำสามารถยืนเหลือแนวรับแรก 1,607 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ราคาอาจเกิดแรงซื้อดันให้ราคาดีดตัวขึ้นอีกครั้ง เบื้องต้นหากการดีดตัวกลับไม่มาก หรือไม่สามารถยืนเหนือ 1,644 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มีโอกาสเกิดแรงขายกลับลงมา

กลยุทธ์การลงทุน :

เสี่ยงเปิดสถานะซื้อเล่นสั้นในบริเวณ 1,607 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ลดพอร์ตการลงทุนหากราคาหลุด 1,607 ดอลลาร์ต่อออนซ์) ขณะที่หากราคาดีดตัวขึ้นให้พิจารณาโซน 1,644 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นจุดปิดสถานะซื้อเพื่อทำกำไร หากผ่านถือสถานะซื้อต่อ

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก หลังเฟดประกาศทำ QE โดยไม่จำกัดวงเงิน  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (24 มี.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศมาตรการรับมือผลกระทบโควิด-19 ซึ่งรวมถึงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) โดยไม่จำกัดวงเงินและเวลา  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 111.46 เยน จากระดับ 111.50 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9831 ฟรังก์ จากระดับ 0.9840 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.4492 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.4522 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0757 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0733 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.1748 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1528 ดอลลาร์
  • (+) “มาร์กิต”เผยดัชนี PMI รวมภาคผลิต-บริการสหรัฐหดตัวเดือนที่ 2 เซ่นพิษโควิด-19  ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 40.5 ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ จากระดับ 49.6 ในเดือนก.พ.
  • (-) สหรัฐเผยยอดขายบ้านใหม่ลดลงในเดือนก.พ. แต่ยังสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์  กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่ลดลง 4.4% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 765,000 ยูนิต แต่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 750,000 ยูนิต หลังจากแตะระดับ 800,000 ยูนิตในเดือนม.ค.
  • (-) อินเดียห้ามประชากร 1,300 ล้านคนออกนอกบ้าน เปิดฉากล็อกดาวน์ครั้งใหญ่สุดของโลก  นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย มีคำสั่งในวันนี้ให้ชาวอินเดียทุกคนอยู่แต่ในบ้านเป็นเวลา 21 วัน เพื่อระงับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19   คำสั่งดังกล่าวจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในช่วงเที่ยงคืนนี้ต่อประชากรชาวอินเดียจำนวน 1,300 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 5 ของประชากรโลก และนับเป็นการล็อกดาวน์ครั้งใหญ่ที่สุดในโลก 
  • (+/-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 2,112.98 จุด รับความหวังสภาคองเกรสไฟเขียวแผนเยียวยาโควิด-19  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทะยานขึ้นกว่า 2,000 จุดเมื่อคืนนี้ (24 มี.ค.) ทำสถิติพุ่งขึ้นในวันเดียวที่แข็งแกร่งสุดนับตั้งแต่ปี 2476 โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนคาดหวังว่า สภาคองเกรสสหรัฐจะสามารถบรรลุข้อตกลงในการใช้มาตรการเยียวยาชาวอเมริกันและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 20,704.91 จุด พุ่งขึ้น 2,112.98 จุด หรือ +11.37% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,417.86 จุด เพิ่มขึ้น 557.18 จุด หรือ +8.12% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,447.33 จุด เพิ่มขึ้น 209.93 จุด หรือ +9.38%
  • (+/-)”ทรัมป์”ลั่นต้องการเปิดเศรษฐกิจสหรัฐช่วงอีสเตอร์ แม้จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 พุ่ง  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า เขาต้องการให้เศรษฐกิจสหรัฐกลับมาเปิดอีกครั้งภายในเทศกาลอีสเตอร์นี้ แม้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังคงพุ่งขึ้นในสหรัฐ  ทั้งนี้ เทศกาลอีสเตอร์คือวันอาทิตย์ที่ 12 เม.ย. ซึ่งหมายความว่าปธน.ทรัมป์ต้องการเปิดเศรษฐกิจสหรัฐภายในเวลาไม่ถึง 3 สัปดาห์  “เราจะเปิดประเทศนี้อีก เพราะเราต้องทำเช่นนั้น และผมต้องการเปิดประเทศภายในช่วงอีสเตอร์” ปธน.ทรัมป์กล่าว
  • (+/-) “เพโลซี”เชื่อมั่นเดโมแครต-รีพับลิกันจับมืออนุมัติข้อตกลงเยียวยาโควิด-19  นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ แสดงความเชื่อมั่นว่า สมาชิกพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันจะสามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับมาตรการของทำเนียบขาวในการเยียวยาชาวอเมริกันและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19  “ดิฉันคิดว่าเราสามารถมองในแง่ดีได้ว่าเราจะสามารถทำบางสิ่งบางอย่างสำเร็จภายในเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมง” นางเพโลซีกล่าว และเสริมว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวกำลังมีความคืบหน้าเป็นอย่างดี