ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 22, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 25 มิ.ย.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

ราคาทองคำยังไม่สามารถฝ่าแนวต้านบริเวณ 1,770-1,779 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ดังนั้นให้ระมัดระวังแรงขายเพิ่มและมีโอกาสที่ราคาทองคำจะปรับย่อลงมาบริเวณแนวรับ 1,753-1,746 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,746 1,737 1,725 แนวต้าน : 1,770 1,779 1,790

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 5.33  ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ว่าในระหว่างวันราคาทองคำจะทะยานขึ้นไปแตะระดับสูงสุดครั้งใหม่ของปีนี้ และเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 8 ปีบริเวณ 1,779.38 ดอลลาร์ต่อออนซ์  อย่างไรก็ดี  ราคาทองคำไม่สามารถรักษาช่วงบวกไว้ได้  โดยได้รับปัจจัยกดดันจาก  (1.) แรงขายทำกำไร  หลังจากราคาทองคำทะยานขึ้นตลอดสัปดาห์  (2).การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์  หลังจากยอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายวันของสหรัฐทะยานขึ้นสู่เกือบ 38,672 คนในการนับล่าสุด ซึ่งทะลุระดับประวัติการณ์เดิมในปลายเดือนเม.ย. ล่าสุดรัฐนิวยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ และคอนเนกติกัตมีคำสั่งให้กักตัวผู้ที่เดินทางมาจากต่างรัฐเป็นเวลา 14 วันเพื่อเฝ้าดูอาการติดเชื้อ COVID-19  อีกทั้งยังสร้างความวิตกว่า  สหรัฐอาจกลับมาใช้มาตรการ Lockdown อีกครั้งซึ่งจะซ้ำเติมเศรษฐกิจมากขึ้น  ปัจจัยดังกล่าวกระตุ้นแรงซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัยจนกดดันให้ราคาทองคำร่วงลง  (3.) การร่วงลงของสินทรัพย์เสี่ยง  กระตุ้นให้นักลงทุนขายทำกำไรทองคำจากความต้องการเงินสด  รวมถึงเพื่อใช้เติมมาร์จิ้นและชดเชยผลขาดทุนในพอร์ตหุ้น  ปัจจัยที่กล่าวมา  ทำให้ราคาทองคำร่วงลงจากระดับสูงสุดในรอบเกือบ 8 ปีสู่ระดับต่ำสุดในระหว่างการซื้อขายวานนี้บริเวณ 1,760.20  ดอลลาร์ต่อออนซ์  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองเพิ่ม +7.60 ตัน  สำหรับวันนี้  ติดตามการเปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน, ประมาณการครั้งสุดท้าย GDP ไตรมาส 1/2020 และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน  ขณะที่ตลาดจีนจะปิดทำการเนื่องในเทศกาลไหว้บะจ่าง(The Dragon Boat Festival)

จจัยทางเทคนิค :

วันนี้ราคาสร้างระดับต่ำสุดใหม่จากวันก่อนหน้า หากราคาทองคำปรับตัวขึ้นมาใกล้โซนแนวต้าน 1,770-1,779 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (1,779 ระดับสูงสุดวานนี้และระดับสูงสุดในรอบกว่า 7ปีครึ่ง) หากไม่สามารถผ่านได้อาจมีแรงขายกลับเข้ามากดดันเพิ่ม เบื้องต้นประเมินแนวรับที่ 1,753-1,746 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยืนได้ราคาอาจฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

เน้นเก็งกำไรจากการแกว่งตามกรอบแนวรับแนวต้าน  โดยหากราคาอ่อนตัวลงแนะนำพิจารณาเปิดสถานะซื้อลงทุนระยะสั้นบริเวณ 1,753-1,746 ดอลลาร์ต่อออนซ์(ตัดขาดทุนหากไม่สามารถยืนเหนือ 1,746 ดอลลาร์ต่อออนซ์) การขายทำกำไรแนะนำรอพิจารณาบริเวณ โซน 1,770-1,779 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ดาวโจนส์ปิดร่วง 710.16 จุด วิตกสหรัฐล็อกดาวน์รอบใหม่หลังยอดติดเชื้อโควิดพุ่ง  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 700 จุดเมื่อคืนนี้ (24 มิ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐอาจทำให้รัฐบาลตัดสินใจใช้มาตรการล็อกดาวน์ประเทศอีกครั้ง ซึ่งจะสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อเศรษฐกิจในประเทศ นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากการที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกทั้งในปีนี้และปีหน้า  ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 25,445.94 จุด ร่วงลง 710.16 จุด หรือ -2.72% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,050.33 จุด ลดลง 80.96 จุด หรือ -2.59% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,909.17 จุด ลดลง 222.20 จุด หรือ -2.19%
  • (+) IMF หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจโลกเหลือ -4.9% ปีนี้ จากพิษโควิด-19  กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (WEO) เมื่อวานนี้ โดยได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจโลกในปีนี้และปีหน้า พร้อมกับเตือนว่าสถานะทางการคลังของรัฐบาลประเทศต่างๆจะทรุดตัวลงอย่างหนัก ขณะที่ได้รับผลกระทบจากการทุ่มงบประมาณเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  IMF ระบุว่า วิกฤตการณ์ในปีนี้แตกต่างจากวิกฤตการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต และสร้างความไม่แน่นอนต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ  รายงานระบุว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีแรกมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ และการฟื้นตัวจะล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้  ทั้งนี้ IMF คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะหดตัวลง 4.9% ในปีนี้ ซึ่งย่ำแย่กว่าที่คาดการณ์ในเดือนเม.ย.ว่าจะหดตัวลง 3%  นอกจากนี้ IMF ยังปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีหน้าสู่ระดับ 5.4% ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ในเดือนเม.ย.ว่าจะขยายตัว 5.8%  ขณะเดียวกัน IMF คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะหดตัวลง 8.0% ในปีนี้ จากเดิมที่คาดว่าจะหดตัวลง 5.9% และคาดว่าเศรษฐกิจยูโรโซนจะหดตัว 10.2% ในปีนี้ จากเดิมที่คาดว่าจะหดตัวลง 7.5%
  • (+) นิวยอร์ก,นิวเจอร์ซีย์,คอนเนกติกัตประกาศกักตัวผู้ที่มาจากรัฐโควิดแพร่ระบาด  ผู้ว่าการของรัฐนิวยอร์ก, นิวเจอร์ซีย์ และคอนเนกติกัตออกแถลงการณ์ร่วมกันว่า ทั้ง 3 รัฐจะใช้มาตรการกักตัวเป็นเวลา 14 วันสำหรับผู้ที่เดินทางมาจากรัฐที่มีการแพร่ระบาดอย่างหนักของไวรัสโควิด-19  “เราได้ทำงานอย่างหนักเพื่อทำให้อัตราการติดเชื้อลดลง และเราไม่ต้องการเห็นมันเพิ่มขึ้นอีกจากผู้ติดเชื้อจากรัฐอื่น” นายแอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก กล่าวในการแถลงข่าวพร้อมกับนายฟิล เมอร์ฟี ผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซีย์ และนายเนด ลามอนท์ ผู้ว่าการรัฐคอนเนกติกัต  ทั้งนี้ รัฐที่มีการแพร่ระบาดอย่างหนักของไวรัสโควิด-19 ได้แก่ รัฐแอลาบามา แอริโซนา อาร์คันซอ ฟลอริดา นอร์ทแคโรไลนา เซาท์แคโรไลนา เท็กซัส ยูทาห์ และวอชิงตัน
  • (-) อิหร่านพร้อมเจรจาสหรัฐ หาก”ทรัมป์”ยอมขอโทษและจ่ายเงินชดเชย  ประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี ผู้นำอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านพร้อมเจรจากับสหรัฐ หากสหรัฐกลับมายอมรับข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านปี 2558  “อิหร่านพร้อมกลับสู่โต๊ะเจรจา หากสหรัฐปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบของสหประชาชาติ และกลับมายอมรับข้อตกลงนิวเคลียร์ พร้อมกับขอโทษต่อชาวอิหร่าน และชดเชยความเสียหายที่ทำไว้กับอิหร่าน”
  • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก นลท.แห่ซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยหลังโควิดลามในสหรัฐ  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (24 มิ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนแห่ซื้อดอลลาร์ซึ่งเป็นสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่พุ่งขึ้นทั่วสหรัฐ  ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.51% สู่ระดับ 97.1528 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 106.94 เยน จากระดับ 106.47 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9478 ฟรังก์ จากระดับ 0.9444 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3611 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3540 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1258 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1312 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2423 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2522 ดอลลาร์