พุธ. ธ.ค. 11th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 25 พ.ย.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

รอดูบริเวณ 1,456-1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากหลุดลงมาให้ชะลอการซื้อออกไปเพื่อรอดูการตั้งฐานของราคา ทั้งนี้ สามารถทยอยปิดสถานะซื้อทำกำไร หากราคาดีดตัวขึ้นไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,473-1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,456 1,445 1,437  แนวต้าน : 1,479 1,487 1,498

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวลดลง 2.36  ดอลลาร์ต่อออนซ์  แม้ว่าในระหว่างวันราคาทองคำจะขึ้นไปทดสอบระดับ 1,473.20  ดอลลาร์ต่อออนซ์จากแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ  อย่างไรก็ดีนักลงทุนคลายความวิตกในเวลาต่อมา  หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  กล่าวต่อสถานีโทรทัศน์ Fox News ในวันศุกร์ว่า “สหรัฐใกล้จะบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีนในไม่ช้า”  จึงทำให้นักลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยง (Risk on) อีกครั้ง  จนหนุนให้ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวสูงขึ้นซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดแรงขายสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ  นอกจากนี้ราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์หลังการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ดีเกินคาด  อาทิ  ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐจาก IHS Markit ที่ปรับตัวขึ้นเกินคาดสู่ระดับ 51.9 ในเดือนพ.ย. แตะระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน  และดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐจากม.มิชิแกนที่เพิ่มขึ้นเกินคาดเช่นกันสู่ระดับ 96.8 ในเดือนพ.ย.  ทั้งแรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยงและการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์จึงเป็นปัจจัยกดดันให้ราคาทองคำลงมาปิดตลาดในแดนลบในที่สุด  สำหรับวันนี้ไม่มีกำหนดการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ

จจัยทางเทคนิค :

ราคาทองคำพยายามทรงตัวเคลื่อนไหวในกรอบ หากรักษาระดับได้ราคายังมีโอกาสขึ้นไปทดสอบแนวต้านในโซน 1,473-1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งจะแสดงถึงแรงเข้าซื้อในระยะสั้น และหากยืนได้แข็งแกร่งมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อเพื่อทดสอบ แนวต้านถัดไป 1,487ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แนวรับนั้นอยู่ในบริเวณ 1,456-1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

เปิดสถานะซื้อหากราคาอ่อนตัวลงมาในโซน 1,456-1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พร้อมลดการลงทุนหากราคาหลุด 1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ อาจพิจารณาแบ่งทองคำออกขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,473-1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 109.33 จุด รับความหวังข้อตกลงการค้าสหรัฐ-จีน,ข้อมูลเศรษฐกิจสดใส  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อวันศุกร์ (22 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนขานรับความเห็นเชิงบวกเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,875.62 จุด เพิ่มขึ้น 109.33 จุด หรือ +0.39%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,110.29 จุด เพิ่มขึ้น 6.75 จุด หรือ +0.22% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,519.88 จุด เพิ่มขึ้น 13.67 จุด หรือ +0.16%
  • (-) ดอลล์แข็งค่า ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐสดใส  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (22 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนขานรับการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.29% สู่ระดับ 98.2793 ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9977 ฟรังก์ จากระดับ 0.9931 ฟรังก์ และเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าสู่ระดับ 1.3293 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3277 ดอลลาร์แคนาดา แต่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.62 เยน จากระดับ 108.63 เยน ยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1019 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1059 ดอลลาร์ และเงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2829 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2898 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียทรงตัวที่ระดับ 0.6784 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (-) “มาร์กิต”เผยดัชนี PMI รวมภาคผลิต-บริการสหรัฐสูงสุดรอบ 4 เดือนในพ.ย.  ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 51.9 ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน หลังจากแตะระดับ 50.9 ในเดือนต.ค. ดัชนี PMI ได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่แตะระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน ขณะที่การจ้างงานเพิ่มขึ้น หลังจากลดลงติดต่อกัน 2 เดือน แต่ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจปรับตัวลง ดัชนี PMI อยู่สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่า ภาคธุรกิจของสหรัฐยังคงมีการขยายตัว ทั้งภาคการผลิต และบริการ  ส่วนดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้น อยู่ที่ 52.2 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน จากระดับ 51.3 ในเดือนต.ค. สำหรับดัชนี PMI ภาคบริการเบื้องต้น อยู่ที่ 51.6 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน จากระดับ 50.6 ในเดือนต.ค.
  • (-) ผลสำรวจม.มิชิแกนชี้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐดีดตัวในเดือนพ.ย. สวนทางคาดการณ์  ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 96.8 ในเดือนพ.ย. สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าดัชนีจะลดลงสู่ระดับ 94.9
  • (-) “ทรัมป์”เผยสหรัฐใกล้บรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีนในไม่ช้า  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวในวันนี้ว่า สหรัฐใกล้จะบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีนในไม่ช้า อย่างไรก็ดี ปธน.ทรัมป์กล่าวอีกว่า เขาไม่ได้รู้สึกกระวนกระวายที่จะต้องรีบทำข้อตกลง เนื่องจากสหรัฐกำลังได้ประโยชน์จากการเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีน ทางด้านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวว่า จีนจะร่วมมือกับสหรัฐในการทำข้อตกลงการค้าเฟสแรกบนพื้นฐานของการเคารพซึ่งกันและกัน และความเท่าเทียมกัน และจีนไม่วิตก หากต้องต่อสู้กับสหรัฐ หนังสือพิมพ์เซาธ์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่การค้าของสหรัฐและจีนกำลังใกล้บรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรก
  • (-) เจ้าหน้าที่สหรัฐเผยอาจทำข้อตกลงเฟสแรกกับจีนได้ก่อนสิ้นปี จับตาสถานการณ์ฮ่องกง  นายโรเบิร์ต โอไบรอัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ ได้แสดงความหวังว่า สหรัฐและจีนอาจทำข้อตกลงการค้าเฟสแรกได้ภายในสิ้นปีนี้ แต่ก็ได้เตือนว่า สหรัฐจะจับตาสถานการณ์ในฮ่องกงและทะเลจีนใต้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ นายโอไบรอันยังคาดหวังด้วยว่า การเลือกตั้งสภาเขตฮ่องกงในวันนี้จะเป็นไปได้ด้วยดี ไม่มีความรุนแรงเกินขึ้น ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นแล้วก็จะเป็นสัญญาณที่ดี ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้น