ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 25, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 25 พ.ค.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

แนะนำซื้อขายทำกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว โดยบริเวณแนวรับโซน 1,720 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาสามารยืนเหนือโซนดังกล่าวได้อาจเข้าซื้อระยะสั้นเพื่อรอขายทำกำไรในโซนแนวต้าน  1,738-1,741 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,720 1,709 1,697 แนวต้าน : 1,741 1,754 1,765

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.47 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยยังคงได้รับแรงหนุนจากความวิตกเกี่ยวกับความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐ  หลังจีนเตรียมประกาศกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกง ที่เป็นการเปิดทางให้จีนสามารถก่อตั้งหน่วยงานที่ทำหน้าที่รักษาความมั่นคงแห่งชาติขึ้นภายในฮ่องกงได้  โดยมีเป้าหมายเพื่อรับมือการประท้วงสนับสนุนประชาธิปไตยในฮ่องกง  ซึ่งได้สร้างความไม่พอใจให้แก่สหรัฐอย่างหนัก  ขณะที่ในวันศุกร์  สหรัฐได้เพิ่มแรงกดดันต่อจีนด้วยการประกาศจะขึ้นบัญชีดำบริษัทและสถาบันต่างๆ ของจีนอีก 33 แห่งเพื่อลงโทษฐานละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชาวอุยกูร์, เกี่ยวข้องกับอาวุธที่มีการทำลายล้างสูง และมีสายสัมพันธ์กับกองทัพจีนอีกด้วย  ล่าสุด CNBC รายงานว่า นาย Robert O’Brien ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติประจำทำเนียบขาวเตือนว่า “จีนมีแนวโน้มจะเผชิญมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐ หากยังเดินหน้าประกาศใช้กฎหมายที่จะทำให้จีนสามารถควบคุมฮ่องกงได้อย่างอิสระมากขึ้น  ทั้งนี้  ความวิตกเกี่ยวกับความตึงเครียดระหว่าง 2 ประเทศได้กระตุ้นแรงซื้อทองคำทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  ส่งผลให้ทองคำดีดตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดบริเวณ 1,740 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างการซื้อขายของวันศุกร์  อย่างไรก็ดี  การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ที่อยู่ในฐานะสกุลเงินปลอดภัยเช่นกันทำให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นได้ไม่ไกลนัก  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่มในวันศุกร์ +4.39 ตัน  สำหรับวันนี้ปริมาณการซื้อขายอาจเบาบางกว่าปกติ  เนื่องจากตลาดทองคำอังกฤษปิดทำการเนื่องในวันสิ้นสุดฤดูใบไม้ผลิ (Spring bank holiday)  ขณะที่ตลาดทองคำ  รวมไปถึงตลาดเงินและตลาดทุนของสหรัฐปิดทำการเช่นเดียวกันเนื่องในวันทหารผ่านศึก (Memorial Day)

จจัยทางเทคนิค :

หากราคาทดสอบแนวรับที่ 1,720 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้ายังสามารถยืนได้ ราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้นช่วงสั้น อย่างไรก็ตามหากราคาปรับตัวขึ้นไม่ผ่านแนวต้านระยะสั้นโซน 1,738-1,741 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ประเมินว่าอาจเกิดแรงขายกดดันให้ราคาอ่อนตัวลงเพื่อสะสมแรงซื้ออีกครั้ง ซึ่งราคาอาจพยายามเคลื่อนไหวในกรอบเพื่อสร้างฐานราคา

กลยุทธ์การลงทุน :

สามารถถือสถานะซื้อต่อหากราคาอ่อนตัวลงไม่หลุดแนวรับ 1,720 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ลดพอร์ตสถานะซื้อหากราคาหลุด 1,715 ดอลลาร์ต่อออนซ์) เมื่อราคาปรับตัวขึ้นอาจทยอยแบ่งทองคำออกขายทำกำไรหากไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,738-1,741 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่านได้สามารถถือสถานะซื้อต่อ

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ตำรวจฮ่องกงยิงแก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมต่อต้านกฎหมายความมั่นคงของจีน  เจ้าหน้าที่ตำรวจของฮ่องกงยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ฝูงชนหลายร้อยคนที่ออกมาชุมนุมเพื่อประท้วงการประกาศใช้กฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ของรัฐบาลจีน  สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า การประท้วงครั้งนี้มีขึ้นในเขตคอสเวย์เบย์ โดยมีผู้มาร่วมชุมนุมจำนวนมาก และนับเป็นการประท้วงครั้งใหญ่ที่มีประชาชนออกมารวมตัวมากสุดตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในฮ่องกง
  • (+) สหรัฐไล่บี้ไม่เลิก สั่ง 4 สายการบินจีนแจงตารางบินภายใน 27 พ.ค.นี้  สหรัฐออกโรงกล่าวหาเมื่อวานนี้ (22 พ.ค.) ว่า รัฐบาลจีนปิดกั้นไม่ให้สายการบินของสหรัฐเริ่มเปิดบริการเที่ยวบินไปยังจีน พร้อมกับได้สั่งให้สายการบิน 4 แห่งของจีนต้องยื่นตารางบิน และรายละเอียดเที่ยวบินเข้าออกสหรัฐภายในวันที่ 27 พ.ค.นี้  สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ในคำสั่งที่โพสต์อยู่บนเว็บไซต์ของรัฐบาลสหรัฐนั้น กระทรวงการขนส่งของสหรัฐระบุว่า สายการบินเดลตา แอร์ ไลน์ และสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ ต้องการที่จะเริ่มเปิดบริการเที่ยวบินไปยังจีนอีกครั้งในเดือนมิ.ย.นี้ ขณะที่สายการบินจีนยังคงให้บริการเที่ยวบินเข้าออกสหรัฐได้ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19  คำสั่งดังกล่าวระบุว่า สายการบินจีน 4 แห่งซึ่งได้แก่ แอร์ไชน่า, ไชน่า อีสเทิร์น แอร์ไลน์ คอร์ป, ไชน่า เซาเธิร์น แอร์ไลน์ และไห่หนาน แอร์ไลน์ โฮลดิง และสายการบินในเครือของสายการบินเหล่านี้ ต้องยื่นตารางบินและรายละเอียดเที่ยวบินให้กับรัฐบาลสหรัฐภายในวันที่ 27 พ.ค.นี้ 
  • (+) สหรัฐสั่งขึ้นบัญชีดำบริษัท-สถาบันจีน 33 แห่งกรณีอุยกูร์,รับใช้กองทัพ  กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยในวันศุกร์ (22 พ.ค.) ว่า จะขึ้นบัญชีดำบริษัทและสถาบันต่างๆ ของจีนอีก 33 แห่งเพื่อลงโทษที่เป็นสายลับสอดแนมเรื่องชนกลุ่มน้อยชาวอุยกูร์ให้กับรัฐบาลจีน หรือมีความเกี่ยวข้องกับอาวุธที่มีการทำลายล้างสูง และรับใช้กองทัพจีน  ทั้งนี้ การขึ้นบัญชีดำบริษัทและสถาบันของจีนดังกล่าว นับเป็นความพยายามล่าสุดของรัฐบาลสหรัฐที่จะจัดการกับบริษัทต่างๆ ซึ่งให้การสนับสนุนด้านสินค้าในกิจกรรมด้านการทหารของจีน และเพื่อลงโทษที่จีนละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมอุยกูร์  นอกจากนี้ การสั่งขึ้นบัญชีดำดังกล่าวยังเกิดขึ้น ในขณะที่รัฐบาลจีนเปิดเผยเมื่อวานนี้ถึงรายละเอียดเกี่ยวกับกฎหมายใหม่ที่ระบุให้ฮ่องกงต้องดำเนินการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติโดยเร็วภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับย่อซึ่งเป็นกฎหมายพื้นฐานของฮ่องกง 
  • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 8.96 จุด เหตุวิตกความตึงเครียดสหรัฐ-จีน  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (22 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ-จีน และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอัตราการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นอกจากนี้ นักลงทุนบางส่วนชะลอการเข้าซื้อหุ้นก่อนวันหยุดยาวของตลาดในช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดยตลาดหุ้นสหรัฐจะปิดทำการในวันจันทร์ที่ 25 พ.ค.เนื่องในวันเมมโมเรียล เดย์  ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 24,465.16 จุด ลดลง 8.96 จุด หรือ -0.04% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,324.59 จุด เพิ่มขึ้น 39.71 จุด หรือ +0.43% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,955.45 จุด เพิ่มขึ้น 6.94 จุด, +0.24%
  • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก เหตุนลท.แห่ซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (22 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ-จีน และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวขึ้น 0.43% สู่ระดับ 99.7920  ดอลลาร์ทรงตัวเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.58 เยน ขณะที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9725 ฟรังก์ จากระดับ 0.9701 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3995 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3947 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0897 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0955 ดอลลาร์, เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2174 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2235 ดอลลาร์
  • (-) แพทย์ใหญ่ทำเนียบขาวคาดสามารถแจกจ่ายวัคซีนต้านโควิดภายในสิ้นปีนี้  นายแพทย์แอนโทนี ฟอซี ผู้อำนวยการสถาบันภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติสหรัฐ และเป็นนายแพทย์ใหญ่ของคณะทำงานเฉพาะกิจด้านการควบคุมไวรัสโควิด-19 ของทำเนียบขาว กล่าวว่า สหรัฐจะเริ่มแจกจ่ายวัคซีนต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 ภายในเดือนธ.ค.นี้  อย่างไรก็ดี นายแพทย์ ฟอซีกล่าวย้ำว่า การระบุไทม์ไลน์ดังกล่าว ไม่ใช่เป็นคำสัญญาที่แน่นอน  นอกจากนี้ นายแพทย์ฟอซีกล่าวว่า วัคซีนต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 ของบริษัท Moderna มีผลการทดลองที่น่าพึงพอใจ