เมษายน 14, 2021

วิเคราะห์ราคาทองคำ 25 ธ.ค.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

ราคาอาจเคลื่อนไหวในกรอบ  แนะนำเปิดสถานะขายโซนแนวต้านโซน 1,884-1,889 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เข้าซื้อคืนบริเวณ 1,858-1,855 ดอลลาร์ต่อออนซ์ วันนี้ปริมาณการซื้อขายอาจเบาบางกว่าปกติในช่วงเทศกาล Christmas Day ในวันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม

แนวรับ : 1,855 1,839 1,826  แนวต้าน : 1,889 1,907 1,921

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.47 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการแข็งค่าของเงินปอนด์  หลังจากสหภาพยุโรป (EU) และอังกฤษข้อตกลงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางการค้าหลังอังกฤษแยกตัวออกจาก EU (Brexit) เรียบร้อยแล้ว  สถานการณ์ดังกล่าวหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดบริเวณ 1,882 ดอลลาร์ต่อออนซ์  อย่างไรก็ดี  การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำยังเป็นไปอย่างจำกัด  เนื่องจากปริมาณการซื้อขายในตลาดเบาบางกว่าปกติ  เพราะตลาดการเงินในบางประเทศเริ่มทยอยปิดทำการในวัน Christmas Eve  นอกจากนี้  ราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและการอ่อนค่าของสกุลเงินเผชิญกับแรงกดดันจากความปั่นป่วนและไม่แน่นอนเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังรอบใหม่ของสหรัฐ  หลังจากล่าสุดพรรครีพับลิกันต่อต้านความพยายามของพรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎรในการเพิ่มจำนวนเงินในเช็คเงินสดที่จะแจกจ่ายให้กับชาวอเมริกันจาก 600 ดอลลาร์ เป็น 2,000 ดอลลาร์ตามความต้องการของประธานาธิบดีทรัมป์  ขณะที่ยังไม่แน่ชัดว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะลงนามในร่างมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 และร่างงบประมาณวงเงิน 1.4 ล้านล้านดอลลาร์หรือไม่  แม้ตลาดคาดการณ์ว่าสหรัฐจะสามารถออกมาตรการดังกล่าวได้ในท้ายที่สุด  แต่หากเกิดความล่าช้าย่อมจะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำได้เช่นกัน  จึงต้องติดตามความเคลื่อนไหวในประเด็นดังกล่าวอย่างใกล้ชิด  สำหรับวันนี้ราคาทองคำอาจเคลื่อนไหวไม่มากเนื่องจากตลาดเงินและตลาดทุนของหลายประเทศในเอเชีย  รวมถึงตลาดยุโรปและตลาดสหรัฐปิดทำการเนื่องในวันคริสต์มาส

จจัยทางเทคนิค :

หากราคาไม่สามารถยืนเหนือโซนแนวต้าน 1,884-1,889 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ จะทำให้เกิดการอ่อนตัวลงของราคาเพื่อสะสมกำลัง แต่หากสามารถยืนเหนือโซนแนวรับ 1,858-1,855 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ก็จะเห็นการดีดตัวขึ้น โดยยังมีโอกาสที่จะราคาทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,889-1,907 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

เปิดสถานะขายเพื่อทำกำไรระยะสั้น หากไม่ผ่านแนวต้าน 1,884-1,889 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากผ่านได้ชะลอการขายทำกำไรออกไปที่แนวต้านถัดไป 1,907 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (เป็นจุดตัดขาดทุนสถานะขาย) และเข้าซื้อคืนหากราคาย่อตัวลงมาและไม่หลุดแนวรับ 1,858-1,855 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ปธ.กรรมาธิการยุโรปแถลงอียู-อังกฤษบรรลุข้อตกลงการค้าที่สมดุลและเป็นธรรมร่วมกัน  นางเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) เปิดเผยว่า สหภาพยุโรป (EU) และอังกฤษได้บรรลุข้อตกลงการค้าที่สมดุลและเป็นธรรมร่วมกันในนาทีสุดท้าย หลังจากที่มีการเจรจาในประเด็นติดขัดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในอนาคตระหว่างทั้งสองฝ่ายที่ยืดเยื้อมายาวนาน  “ในที่สุดเราก็ได้ข้อตกลง” นางเลเยนกล่าวในการแถลงข่าวที่สำนักงานใหญ่ของคณะกรรมาธิการยุโรป พร้อมเสริมว่า “มันเป็นถนนที่ยาวและคดเคี้ยว แต่เราก็มีข้อเสนอที่ดีแสดงออกมาให้เห็น”
  • (+) สื่อตีข่าวอังกฤษ-อียูบรรลุดีล Brexit แล้ว  สื่อของอังกฤษรายงานว่า อังกฤษและสหภาพยุโรป (EU) ได้บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางการค้าหลังอังกฤษแยกตัวออกจาก EU (Brexit) เรียบร้อยแล้ว  รายงานระบุว่า นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันของอังกฤษจะออกมายืนยันเรื่องดังกล่าวในการแถลงข่าวเร็วๆ นี้  การบรรลุข้อตกลงครั้งนี้มีขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์ก่อนครบกำหนดเส้นตายที่อังกฤษต้องแยกตัวออกจาก EU อย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ธันวาคม 2563  ในขั้นตอนต่อไป รัฐสภาอังกฤษจำเป็นต้องให้สัตยาบันต่อข้อตกลงดังกล่าวภายในสิ้นปีนี้ ก่อนข้อตกลงจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2564 ขณะที่ EU มีแนวโน้มที่จะกำหนดให้ข้อตกลงมีผลบังคับใช้ชั่วคราวไปจนกว่าที่รัฐสภายุโรปจะลงมติในปี 2564
  • (+) ปอนด์แข็งเทียบดอลล์ ขานรับอังกฤษ-อียูบรรลุดีลการค้า  เงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (24 ธ.ค.) ขานรับข่าวอังกฤษและสหภาพยุโรป (EU) บรรลุข้อตกลงการค้าซึ่งจะมีการบังคับใช้หลังจากอังกฤษแยกตัวจาก EU (Brexit) ในช่วงสิ้นปีนี้  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.06% แตะที่ 90.3600 เมื่อคืนนี้  เงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3534 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3480 ดอลลาร์ ขณะที่ยูโรทรงตัวที่ระดับ 1.2179 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7593 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7572 ดอลลาร์สหรัฐ  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 103.67 เยน จากระดับ 103.61 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8907 ฟรังก์ จากระดับ 0.8889 ฟรังก์ แต่เมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2844 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2857 ดอลลาร์แคนาดา
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 70.04 จุด ขานรับอังกฤษ-อียูบรรลุดีลการค้า  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (24 ธ.ค.) ขานรับข่าวอังกฤษและสหภาพยุโรป (EU) บรรลุข้อตกลงการค้าซึ่งจะมีการบังคับใช้หลังจากอังกฤษแยกตัวจาก EU (Brexit) ในช่วงสิ้นปีนี้ นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากความหวังเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในสหรัฐ รวมทั้งรายงานที่ว่าขณะนี้ประชาชนกว่า 1 ล้านคนในสหรัฐได้รับการฉีดวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 แล้วดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 30,199.87 จุด เพิ่มขึ้น 70.04 จุด หรือ +0.23% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,703.06 จุด เพิ่มขึ้น 13.05 จุด หรือ +0.35% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 12,804.73 จุด เพิ่มขึ้น 33.62 จุด หรือ +0.26%
  • (+/-) โควิดทำพิษ การค้าจีน-เกาหลีเหนือทำสถิติทรุดหนัก 2 เดือนติดต่อกัน  การค้าของจีนกับเกาหลีเหนือร่วงลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เป็นเดือนที่สองติดต่อกันในเดือนพ.ย. โดยผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าเป็นเพราะเกาหลีเหนือเพิ่มมาตรการในการควบคุมไม่ให้เชื้อไวรัสโควิด-19 เข้ามาในประเทศ  สำนักงานศุลกากรจีนเปิดเผยวานนี้ว่า มูลค่าการค้าโดยรวมของจีนกับเกาหลีเหนือแตะที่ระดับ 1.27 ล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ย. ร่วงลง 23% จากเดือนก่อนหน้า ขณะที่การส่งออกของจีนไปยังเกาหลีเหนือร่วงลง 42% เหลือเพียง 148,000 ดอลลาร์  ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การค้าระหว่างสองประเทศลดลงทำสถิติต่ำสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง นับตั้งแต่ที่เริ่มมีการทำข้อมูลเปรียบเทียบในปี 2541