ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 22, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 25 ธ.ค.62(ภาคบ่าย) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,487 1,477 1,468

แนวต้าน : 1,504 1,514 1,525

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  Aircraft Spots ซึ่งเป็นผู้ติดตามการบินเปิดเผยว่า เครื่องบินตรวจตราของสหรัฐ 4 ลำบินเหนือคาบสมุทรเกาหลี เชื่อว่าการปฏิบัติภารกิจเหนือและโดยรอบคาบสมุทรเกาหลีระหว่างวันอังคารและเช้าวันพุธ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องผิดไปจากปกติ นั่นแสดงถึงการที่สหรัฐให้ความสนใจต่อเกาหลีเหนือที่มีความมุ่งร้ายมากขึ้น ท่ามกลางความวิตกที่เพิ่มขึ้นว่า เกาหลีเหนืออาจจะทดสอบยิงขีปนาวุธพิสัยไกลเพื่อเป็น “ของขวัญคริสต์มาส” แก่สหรัฐ ประเด็นดังกล่าวส่งผลบวกต่อทองคำในฐานะสิทรัพย์ปลอดภัย นอกจากนี้ นายแอนตัน ซิลูอานอฟ รมว.คลังรัสเซียกล่าวว่า รัสเซียอาจพิจารณาการนำส่วนหนึ่งของกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติไปลงทุนในทองคำ โดยเสริมว่า การลงทุนในทองคำจะคงอยู่ยั่งยืนในระยะยาวมากกว่าในสินทรัพย์การเงิน ซึ่งสร้างมุมมองเชิงบวกจากความหวังว่าจะมีเม็ดเงินไหลเข้าลงทุนทองคำเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามราคายังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ท่ามกลางการซื้อขายบางเบาในช่วงวันหยุดคริสต์มาส ซึ่งทำให้นักลงทุนพากันปลีกตัวอยู่นอกตลาด ทั้งนี้ ราคายังสามารถทรงตัวรักษาระดับไว้ได้ แนะนำเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้นหากราคาทองคำอ่อนตัวลงมาและสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,492-1,487 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ โดยประเมินว่าราคาทองคำอาจมีการขยับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ  1,504 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากสามารถผ่านไปได้ราคาจะขยับขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไป

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ในระยะสั้นราคาทองคำยังมีโอกาสขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,504 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยบริเวณนี้นักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบางส่วนออกมาบ้าง โดยให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ซึ่งหากผ่านราคาอาจจะมีการปรับตัวขึ้นต่อทดสอบแนวต้านถัดไป 1,514 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position แนะนำให้ขายทำกำไรบางส่วนถ้าราคาไม่สามารถผ่านแนวต้าน 1,504 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ แต่ถ้าฝ่าไปได้ให้รอขายบริเวณแนวต้านถัดไป 1,514 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position ปิดสถานะหากราคาทองคำอ่อนตัวทดสอบแนวรับ 1,492-1,487 ดอลาร์ต่อออนซ์ โดยถือต่อไปหากราคาทองคำหลุดโซนแนวรับ 1,477 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New แนะนำให้เปิดสถานะซื้อหากราคาย่อตัวลงหรือยืนเหนือบริเวณแนวรับ 1,492-1,487 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแบ่งปิดสถานะทำกำไรหากราคาดีดตัวขึ้นไปไม่ผ่านแนวต้าน 1,504 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาปรับตัวขึ้นผ่านได้สามารถชะลอการขายทำกำไรไปที่แนวต้านถัดไป

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) ผู้เชี่ยวชาญแนะจับตาทองปี 2020 ไร้ปัจจัยเสี่ยงขวางแรงทะยาน  นายไบรอน เวียน ผู้บริหารบริษัท Blackstone แนะนำให้จับตาทองในปี 2020 โดยระบุว่า ทองมีโอกาสเป็นการลงทุนที่น่าสนใจ เมื่อพิจารณาถึงปี 2020 ในวงกว้าง นายเวียนกล่าวว่า เขาไม่คิดว่าจะมีความเสี่ยงที่สำคัญใดๆที่อาจจะเกิดขึ้นต่อการทะยานขึ้นของตลาดที่ดำเนินมายาวนาน  ความเสี่ยงเหล่านั้นได้รวมถึง เงินเฟ้อที่ปรับตัวขึ้นที่จะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นอัตราดอกเบี้ย, สมาชิกพรรคเดโมแครต เช่น วุฒิสมาชิกเบอร์นี แซนเดอร์ส หรือวุฒิสมาชิก เอลิซาเบธ วอร์เรน ได้รับเสนอชื่อจากทางพรรคให้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีและมีชัยเหนือปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ในการเลือกตั้งเดือนพ.ย.  แทนที่จะเป็นเช่นนั้น นายเวียนกล่าวว่า เขาคิดว่า อัตราดอกเบี้ยจะยังคงอยู่ที่ระดับปัจจุบันและปธน.ทรัมป์จะชนะการเลือกตั้งอีกครั้ง นอกจากนี้ เขายังกล่าวว่า ดูเหมือนว่าปัญหาเบร็กซิทอาจจะได้รับการแก้ไขในปี 2020 “ขณะนี้ ผมไม่เห็นอุปสรรครุนแรงใดๆที่จะมากระทบตลาดในปี 2020” เขากล่าว
  • (+) ภาวะตลาดหุ้นจีน: เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดลบ 0.80 จุด ขณะซื้อขายซบเซา  ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดตลาดวันนี้ขยับลง ท่ามกลางการซื้อขายที่เงียบเหงาเนื่องจากตลาดหุ้นหลายประเทศปิดทำการในวันนี้เนื่องในวันคริสต์มาส  สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตขยับลง 0.80 จุด หรือ 0.03% ปิดที่ 2,981.88 จุด
  • (-) “ทรัมป์” โวมีเสียงข้างมากของวุฒิสภาอยู่ในมือ ไม่หวั่นการถูกถอดถอน  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐกล่าวว่า เขาอยู่ใน “สถานะที่ดีมาก” ในการพิจารณาคดีถอดถอนเขาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีในวุฒิสภาซึ่งพรรครีพับลิกันของเขาครองเสียงข้างมาก และนายมิทช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาสังกัดพรรครีพับลิกันก็สามารถ “ทำอะไรก็ได้ตามที่เขาต้องการ”  “เรามีเสียงข้างมาก และทุกอย่างก็จะขึ้นอยู่กับนายมิทช์ แมคคอนเนลล์” ปธน. ทรัมป์เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวที่มาร์อาลาโก รีสอร์ท ในปาล์มบีช รัฐฟลอริดาเมื่อวานนี้ พร้อมกับยกย่องแมคคอนเนลล์ว่า “เป็นคนดีมาก และยุติธรรมมากๆ”  ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้ลงมติเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อนุมัติ 2 ญัตติในการถอดถอนปธน.ทรัมป์ ซึ่งได้แก่การใช้อำนาจในทางมิชอบ และขัดขวางกระบวนการสอบสวนของสภาคองเกรส ซึ่งทำให้ปธน.ทรัมป์กลายเป็นปธน.สหรัฐคนที่ 3 ที่ถูกสภาผู้แทนฯ ลงมติถอดถอนอย่างเป็นทางการ และจะเผชิญกับการไต่สวนในวุฒิสภาเป็นลำดับต่อไปในช่วงต้นปีหน้า
  • (-) ตลาดหุ้นโลกมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 17 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2019  การคำนวณของดอยช์แบงก์แสดงว่า ตลาดหุ้นโลกทะยานขึ้นแข็งแกร่งในปี 2019 โดยมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมากกว่า 17 ล้านล้านดอลลาร์  มูลค่าของหุ้นทั่วโลกเริ่มต้นปีที่ระดับต่ำกว่า 70 ล้านล้านดอลลาร์เล็กน้อย แต่ในขณะนี้พุ่งทะลุ 85 ล้านล้านดอลลาร์  ปีที่โดดเด่นสำหรับหุ้นได้แรงหนุนจากนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายลงและความคืบหน้าทางการเมืองทั่วโลก  ธนาคารกลางต่างๆทั่วโลกมีแนวโน้มเชิงผ่อนคลายมากขึ้น ซึ่งเป็นแรงหนุนตลาด ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ลดอัตราดอกเบี้ยที่ติดลบอยู่แล้วต่อไปอีก  แนวโน้มการค้าโลกซึ่งอยู่ในภาวะผันผวนนับตั้งแต่การเลือกตั้งปธน.โดนัลด์ ทรัมป์และการลงมติสำหรับเบร็กซิทในอังกฤษ มีความชัดเจนมากขึ้นเช่นกันในปีนี้
  • (+/-) การส่งออกแม่เหล็กแร่หายากของจีนไปยังสหรัฐลดลง 21.2% ในพ.ย.  ข้อมูลของศุลกากรแสดงในวันนี้ว่า การส่งออกแม่เหล็กแร่หายากของจีนไปยังสหรัฐลดลง 21.2% เมื่อเทียบรายเดือน ในขณะที่ความสัมพันธ์ทางการค้าที่ดีขึ้นระหว่างทั้ง 2 ประเทศลดอุปสงค์สำหรับการกักตุนสต็อก  ข้อมูลจากกรมศุลกากรแสดงว่า การส่งมอบแม่เหล็กไปยังสหรัฐ ซึ่งมีการใช้ในวงกว้างในอุปกรณ์ทางการแพทย์, เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกสำหรับผู้บริโภค และอาวุธยุทโธปกรณ์ อยู่ที่ 376 ตันในเดือนที่ผ่านมา ตัวเลขดังกล่าวลดลง 3.2% เมื่อเทียบรายปี  เอกสารของรัฐบาลระบุว่า กองทัพสหรัฐวางแผนกักตุนสต็อกแม่เหล็กแร่หายากที่ใช้ในขีปนาวุธ Javelin และเครื่องบินรบ F-35 แม้ว่าร่างกฎหมายนโยบายของสหรัฐห้ามการซื้อแม่เหล็กแร่หายากจากจีนสำหรับการใช้ทางทหารในปีงบประมาณ 2019 ก็ตาม