ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 23, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 25 ธ.ค.62(ภาคเช้า) by HGF

Spread the love

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

ทองคำปรับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,500 ดอลลาร์

วันนี้ตลาดการเงินสหรัฐปิดทำการเนื่องในวันคริสต์มาส

ทองคำมีแนวต้านสำคัญ 1,500 ดอลลาร์

  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานปรับขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์และขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 1,500 ดอลลาร์ โดยมีแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐอ่อนแอ และกังวลว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะแย่ลงอีกถ้าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนยังยืดเยื้อต่อไป ทั้งนี้ถึงแม้ว่าทั้ง 2 ประเทศได้บรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรก แต่นักลงทุนยังไม่มั่นใจในประเด็นการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในปีหน้า
  • วันนี้ตลาดการเงินสหรัฐปิดทำการเนื่องในวันคริสต์มาส ทำให้ไม่มีประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐ         นอกจากนี้ตลาดการเงินอื่นหลายแห่งปิดทำการเนื่องในวันคริสต์มาส ได้แก่ ยุโรป อังกฤษ ฮ่องกง เป็นต้น ทำให้อาจขาดแรงซื้อทองคำจากสหรัฐ ยุโรป รวมทั้งเอเชีย
  • หลังจากสามารถทะลุแนวต้าน  1,486 ดอลลาร์ได้ ทำให้ราคาทองคำปรับขึ้นแรง ทั้งนี้ทองคำมีแนวต้านสำคัญ 1,500 ดอลลาร์ประกอบกับตลาดทองคำหลายแห่งปิดทำการเนื่องในวันคริสต์มาส ทำให้ในวันนี้คาดราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบแคบ แต่คาดว่าหลังจากนี้จะปรับขึ้นได้ต่อ โดยทองคำมีแนวรับที่ 1,490 ดอลลาร์ และ 1,480 ดอลลาร์ 

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,499.30 +13.4 1,490/1,480 1,500/1,515

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
21,300 +100 21,300/21,200 21,400/21,550

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
21,570 +100 21,470/21,350 21,570/21,730

การเข้าซื้อเก็งกำไรแนะนำเมื่อราคาทอง Spot ปรับลงมาที่ 1,480 ดอลลาร์ และมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,470 ดอลลาร์

สำหรับการลงทุนในทองแท่ง นักลงทุนที่ซื้อไว้แนะนำถือต่อไปจนถึงเดือนม.ค.ปีหน้า

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

Close chg Support Resistance
1,510.40 +7.40 1,500/1,490 1,510/1,525

การเข้าซื้อเก็งกำไรแนะนำเมื่อราคา GOH20 ปรับลงมาที่ 1,490 ดอลลาร์ และมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,480 ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ : ดอลล์แข็งค่าเล็กน้อยเทียบเยน

          ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโรและเยน ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (24 ธ.ค.) ขณะที่วอลุ่มในตลาดเบาบาง เนื่องจากมีการซื้อขายเพียงครึ่งวัน ก่อนที่ตลาดจะปิดทำการในวันพุธที่ 25 ธ.ค.เนื่องในวันคริสต์มาส

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดพุ่ง 16.1 ดอลล์ นักลงทุนซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยก่อนวันหยุดคริสต์มาส

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา (24 ธ.ค.) โดยสัญญาทองคำกลับมายืนที่เหนือระดับ 1,500 ดอลลาร์/ออนซ์เป็นครั้งแรกในรอบ 7 สัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยก่อนที่จะถึงวันหยุดในเทศกาลคริสต์มาส สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. พุ่งขึ้น 16.1 ดอลลาร์ หรือ 1.08% ปิดที่ 1,504.8 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 35.4 เซนต์ หรือ 2.02% ปิดที่ 17.853 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดบวก 59 เซนต์ หลังรัสเซียให้คำมั่นลดการผลิต

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (24 ธ.ค.) หลังจากรัสเซียให้คำมั่นว่าจะร่วมมือกับกลุ่มประทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ในการปรับลดกำลังการผลิต นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังได้ปัจจัยหนุนจากมุมมองเชิงบวกเกี่ยวกับแนวโน้มการทำข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐ รวมทั้งการคาดการณ์ที่ว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐจะปรับตัวลงในสัปดาห์ที่แล้ว สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 59 เซนต์ หรือ 0.97% ปิดที่ 61.11 ดอลลาร์/บาร์เรล       สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 81 เซนต์ หรือ 1.22% ปิดที่ 67.20 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ : ดาวโจนส์ปิดลบ 36.08 จุด ขณะวอลุ่มเบาบางก่อนวันหยุดคริสต์มาส

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์ปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (24 ธ.ค.) ขณะที่วอลุ่มการซื้อขายเบาบางเนื่องจากตลาดเปิดทำการเพียงครึ่งวัน ก่อนที่จะปิดทำการซื้อขายในวันพุธที่ 25 ธ.ค.เนื่องในวันคริสต์มาส นอกจากนี้ นักลงทุนบางส่วนได้ส่งคำสั่งขายทำกำไรหลังจากตลาดหุ้นนิวยอร์กพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากข่าวความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,515.45 จุด ลดลง 36.08 จุด หรือ -0.13% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,223.38 จุด ลดลง 0.63 จุด หรือ -0.02% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,952.88 จุด เพิ่มขึ้น 7.24 จุด หรือ +0.08%

อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงสหรัฐเผยนโยบายเกาหลีเหนือของสหรัฐประสบความล้มเหลว

          นายจอห์น โบลตัน อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐเปิดเผยว่า นโยบายที่สหรัฐนำมาใช้กับเกาหลีเหนือนั้น ประสบความล้มเหลว ขณะที่ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นก่อนถึงกำหนดเส้นตายในการสร้างความคืบหน้าด้านการเจรจาเพื่อปลดอาวุธนิวเคลียร์ในช่วงปลายปีนี้ สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า นายโบลตันทวีตข้อความระบุว่า “เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ที่เกาหลีเหนือจะครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ แต่นั่นเป็นเพียงวาจามากกว่านโยบายในตอนนี้”  นอกจากนี้ นายโบลตันยังคาดการณ์ว่า เกาหลีเหนืออาจทดสอบขีปนาวุธพิสัยไกลหรือส่งดาวเทียม หลังจากที่ขู่ว่าจะส่ง “ของขวัญคริสต์มาส” ให้แก่สหรัฐ หากสหรัฐไม่สร้างความคืบหน้าด้านการเจรจาเพื่อปลดอาวุธนิวเคลียร์     นายโบลตันอธิบายสิ่งที่เขาหมายถึงนโยบายที่ล้มเหลวให้กับผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวออนไลน์ Axios ว่า “น่าเสียดายที่ความคิดที่ว่าเรากำลังดำเนินมาตรการกดดันแก่เกาหลีเหนืออย่างเต็มที่นั้น ไม่เป็นความจริง”  นอกจากนี้ เขายังกล่าวเสริมว่า หากนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือกระทำการอันยั่วยุตามที่กล่าว ทำเนียบขาวควรทำอะไรบางอย่างต่อรัฐบาลของปธน.ทรัมป์ และยอมรับว่าดำเนินการที่ผิดพลาดสำหรับเกาหลีเหนือ” ขณะเดียวกัน นายโบลตัน ยังวิพากษ์วิจารณ์ปธน.ทรัมป์ว่าอ่อนข้อต่อการทดสอบขีปนาวุธพิสัยใกล้ของเกาหลีเหนือที่ดำเนินการมาหลายครั้งนับตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา

“อาเบะ”เยือนจีน ปูทาง”สี จิ้นผิง”เดินทางเยือนญี่ปุ่นปีหน้า

          นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวว่า แผนการเดินทางเยือนญี่ปุ่นของประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนในฐานะแขกของรัฐบาล ถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญสูงสุด ทั้งนี้ ปธน.สี จิ้นผิงมีกำหนดเดินทางเยือนญี่ปุ่นในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีหน้า  นายอาเบะกล่าวว่า ญี่ปุ่นต้องการที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนสำหรับยุคใหม่กับจีน ขณะที่ผู้นำจีนกล่าวว่า จีนพร้อมที่จะทำการติดต่อที่ใกล้ชิดกับญี่ปุ่น และยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีขึ้นสู่ระดับใหม่ นายอาเบะเดินทางเยือนจีนเพื่อพบปะกับปธน.สี จิ้นผิง โดยมีจุดประสงค์เพื่อวางรากฐานสำหรับการเดินทางเยือนญี่ปุ่นของผู้นำจีน   นอกจากนี้ นายอาเบะยังได้กล่าวแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ในฮ่องกง และซินเจียงต่อปธน.สี จิ้นผิง รวมทั้งเรียกร้องให้จีนปล่อยตัวชาวญี่ปุ่นที่ถูกควบคุมตัวอยู่โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

นายกฯญี่ปุ่นคาดหวังจีน-เกาหลีใต้ร่วมมือจัดการสถานการณ์เกาหลีเหนือ

          นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น แสดงความหวังว่า ญี่ปุ่นจะสามารถเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านความร่วมมือในระดับไตรภาคีกับจีนและเกาหลีใต้ เพื่อรับมือกับการยั่วยุจากเกาหลีเหนือ สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า นายอาเบะ พร้อมด้วยนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน และนายมูน แจ อิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ได้หารือในประเด็นเรื่องเศรษฐกิจและการส่งเสริมการค้าเสรีร่วมกัน ในการประชุมไตรภาคีซึ่งจัดขึ้นที่เมืองเฉิงตู บริเวณตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ประเด็นด้านเกาหลีเหนือนับเป็นวาระสำคัญของการประชุมครั้งนี้ ก่อนถึงเส้นตายที่เกาหลีเหนือกำหนดให้สหรัฐสร้างความคืบหน้าด้านการเจรจาเพื่อปลดอาวุธนิวเคลียร์ภายในสิ้นปีนี้ เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธพิสัยใกล้มาหลายครั้งนับตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการละเมิดมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) และสร้างความกังวลให้กับประเทศเพื่อนบ้าน