เสาร์. พ.ย. 23rd, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 25 ต.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

หากราคาสามารถยืนเหนือ 1,493-1,487 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ให้เสี่ยงเปิดสถานะซื้อ โดยตัดขาดทุนหากหลุดโซน 1,476 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยแบ่งขายทำกำไรถ้าราคาไม่ผ่านแนวต้านบริเวณ 1,511 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขึ้นไป

แนวรับ : 1,487 1,476 1,464  แนวต้าน : 1,511 1,524 1,535

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 11.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยได้รับปัจจัยหนุนหลัก 2 ประเด็น  ได้แก่  (1.) การเปิดเผยตัวเลขยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนที่แย่เกินคาด  ซึ่งช่วยกระตุ้นการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) และ (2.) ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้รับแรงหนุนจากความปั่นป่วนทางการเมืองของอังกฤษ  หลังจากนายกฯอังกฤษ เรียกร้องให้รัฐสภาอนุมัติการเลือกตั้งทั่วประเทศในวันที่ 12 ธ.ค. แลกกับการให้เวลาแก่สมาชิกรัฐสภาในการพิจารณาข้อตกลง Brexit มากขึ้น  สถานการณ์ดังกล่าวช่วยหนุนให้ราคาทองคำขึ้นแตะระดับสูงสุดบริเวณ 1,504 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างวัน  อย่างไรก็ดี  อุปสรรคสำคัญต่อการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำยังเป็นการแข็งค่าของดอลลาร์  ท่ามกลางการอ่อนค่าลงของเงินปอนด์จากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับ Brexit และการเมืองของอังกฤษ  รวมถึงการอ่อนค่าของยูโรหลังการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่ซบเซาเกินคาด  และผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่มีมติคงอัตราดอกเบี้ย พร้อมกับย้ำว่าจะรื้อฟื้นโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในเดือนพ.ย.  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก UoM  รวมไปถึงสถานการณ์ Brexit, ความเคลื่อนไหวการเจรจาการค้าจีน-สหรัฐ และการเปิดเผยผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐ

จจัยทางเทคนิค :

ถ้าราคายังสามารถทรงตัวอยู่บนโซน 1,493-1,487 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ทำให้ยังมีลุ้นในการทดสอบแนวต้าน 1,506-1,511 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากว่าราคาขยับต่ำกว่า 1,487 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มีแนวโน้มที่ราคาอาจอ่อนตัวลงมาถึงบริเวณ 1,476ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

หากสามารถยืนเหนือ 1,493-1,487 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เสี่ยงเปิดสถานะซื้อ โดยตัดขาดทุนหากหลุด 1,476 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับการทำกำไรอาจพิจารณาดูบริเวณ 1,506-1,511 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากผ่านขึ้นไปให้ชะลอการขายไปและควรลดสถานะขายลง

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 28.42 จุด นักลงทุนผิดหวังผลประกอบการ 3M  ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบเมื่อคืนนี้ (24 ต.ค.) หลังจาก 3M ซึ่งเป็นบริษัทอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ของสหรัฐเปิดเผยรายได้ที่ต่ำกว่าคาด อันเนื่องมาจากผลกระทบของสงครามการค้าและการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ขณะที่ทวิตเตอร์เปิดเผยรายได้ที่ต่ำกว่าคาดเช่นกัน ซึ่งได้ฉุดราคาหุ้นทวิตเตอร์ปิดตลาดร่วงลงกว่า 20% อย่างไรก็ดี ผลประกอบการที่สดใสของบริษัทเทคโนโลยี ซึ่งรวมถึงไมโครซอฟท์ ได้ช่วยหนุนดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดในแดนบวก ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 26,805.53 จุด ลดลง 28.42 จุด หรือ -0.11% ขณะที่ S&P 500 ปิดที่ 3,010.29 จุด เพิ่มขึ้น 5.77 จุด หรือ +0.19% และ Nasdaq ปิดที่ 8,185.80 จุด เพิ่มขึ้น 66.00 จุด หรือ +0.81%
  • (+) สหรัฐเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนก.ย.ทรุดหนักสุดในรอบ 4 เดือน  กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ดิ่งลง 1.1% ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. ซึ่งขณะนั้นยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนทรุดตัวลง 2.3% ก่อนหน้านี้ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนส.ค. การร่วงลงของยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนในเดือนก.ย. ได้รับผลกระทบจากการลดลงของคำสั่งซื้อเครื่องบิน และรถยนต์ ส่วนยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐาน ซึ่งเป็นคำสั่งซื้อสินค้าทุนที่ไม่รวมเครื่องบิน และสินค้าด้านอาวุธ โดยเป็นสิ่งบ่งชี้แผนการใช้จ่ายของภาคธุรกิจ ลดลง 0.5% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากดิ่งลง 0.6% ในเดือนส.ค. นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐานลดลง 0.2% ในเดือนก.ย.   เมื่อเทียบรายปี ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐานเพิ่มขึ้น 1.0% ในเดือนก.ย.
  • (-) ปอนด์ร่วงเทียบดอลล์ วิตกข่าวนายกฯอังกฤษเตรียมยุบสภา,จัดเลือกตั้งใหม่  เงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (24 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของการที่อังกฤษแยกตัวจากสหภาพยุโรป (Brexit) หลังจากมีรายงานว่า นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เตรียมประกาศยุบสภา และจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนด เงินปอนด์อ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.2863 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2904 ดอลลาร์ ขณะที่ยูโรอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.1107 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1127 ดอลลาร์ ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.61 เยน จากระดับ 108.65 เยน
  • (+/-) นายกฯอังกฤษหวังจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนดในวันที่ 12 ธ.ค.  นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวว่า เขาจะให้เวลามากขึ้นแก่สมาชิกรัฐสภาในการพิจารณาข้อตกลงการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) จากเดิมที่รัฐบาลให้เวลาเพียง 3 วัน แต่รัฐสภาจะต้องให้การอนุมัติต่อญัตติของรัฐบาลในการจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนดในวันที่ 12 ธ.ค. นายจอห์นสันกล่าวว่า หากสภาให้การอนุมัติต่อญัตติดังกล่าว เขาก็จะประกาศยุบสภาในวันที่ 6 พ.ย. สื่อรายงานว่า รัฐบาลอังกฤษเตรียมดำเนินการจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนด โดยจะยื่นญัตติในรัฐสภาเพื่อให้มีการอภิปรายในสัปดาห์หน้า
  • (+/-) ECB ประกาศคงอัตราดอกเบี้ย ขณะย้ำทำ QE เดือนหน้า  ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จัดการประชุมนโยบายการเงินในวันนี้ ซึ่งเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของนายมาริโอ ดรากี ในฐานะประธาน ECB โดยที่ประชุมมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ที่ระดับ 0% โดยเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB ที่ระดับ -0.50% ขณะที่คงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ระดับ 0.25% นอกจากนี้ ECB ระบุว่า จะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับปัจจุบันต่อไป หรือปรับลดลง จนกว่าจะมีสัญญาณบ่งชี้การปรับตัวขึ้นของราคา ขณะเดียวกัน ECB ย้ำว่าจะรื้อฟื้นโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในเดือนพ.ย. โดย ECB จะซื้อพันธบัตรในวงเงิน 2 หมื่นล้านยูโร/เดือน ขณะที่ ECB จะดำเนินโครงการ QE เป็นระยะเวลานานเท่าที่มีความจำเป็น และจะยุติโครงการ QE ก่อนที่ ECB จะเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย