ข้ามไปยังทูลบาร์
ตุลาคม 23, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 25 ก.ย.63(ภาคเช้า) by Gcap

Spread the love


โดย : 
บริษัท จีแคป จำกัด

แนะแนวทางการลงทุน
แนวรับ 1,855 – 1,849 – 1,844
แนวต้าน 1,882 – 1,887 – 1,892

ทองคำปิดบวกโดยได้รับแรงหนุน จากความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การเลือกตั้งในสหรัฐ ฯ รวมถึงตัวเลขภาคแรงงานที่อ่อนแอ กระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
อย่างไรก็ตามราคาทองคำยังดีดตัวได้ไม่มากนัก นักลงทุนอาจพิจารณารอขายทำกำไรที่แนวต้านได้

แนวโน้มช่วงเช้า
มุมมองทองคำภาคเช้า ทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืน เนื่องจากนักลงทุนเข้าช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากสัญญาทองคำร่วงลงติดต่อกัน 3 วันทำการก่อนหน้านี้ นอกจากนี้การเปิดเผยจำนวนคนว่างงานรายสัปดาห์ที่สูงเกินคาดในสหรัฐ ยังเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัยนักลงทุนเข้าช้อนซื้อเก็งกำไร หลังจากสัญญาทองร่วงลงติดต่อกัน 3 วันทำการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพุธที่ผ่านมาสัญญาทองคำดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน อันเนื่องมาจากปัจจัยดอลลาร์แข็งค่านอกจากนี้ นักลงทุนยังเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัยหลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกจำนวน 870,000 รายในสัปดาห์ที่แล้วสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 840,000 ราย นักวิเคราะห์กล่าวว่า แนวโน้มระยะกลางของราคาทองคำยังคงคึกคัก
เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การเลือกตั้งในสหรัฐจะทำให้นักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่รายงานล่าสุดระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปฏิเสธที่จะให้คำมั่นสัญญาว่าการส่งมอบอำนาจบริหารจะเป็นไปอย่างราบรื่น หากเขาพ่ายแพ้การเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนพ.ย.นี้นักลงทุนยังต้องติดตามตัวเลขที่จะประกาศในคืนนี้ซึ่งได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน ยอดขายบ้านใหม่ดัชนีภาคการผลิตสาขาแคนซัส คำสั่งซื้อสินค้าคงทน เป็นต้น

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา
ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบสกุลเงินหลัก นักลงทุนขายทำกำไรหลังดีดตัวก่อนหน้านี้ ดัชนีดอลลาร์
ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน
ปรับตัวลงในวันนี้จากคำสั่งขายทำกำไรของนักลงทุน หลังจากพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือนเมื่อวานนี้ นักลงทุนลดการถือครองดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย หลังการเปิดเผยยอดขายบ้านที่สดใสของสหรัฐกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่เพิ่มขึ้น 4.8% สู่ระดับ 1.011 ล้านยูนิตในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2549 และสวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่ายอดขายจะดิ่งลง 1% สู่ระดับ 895,000 ยูนิต ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ยังได้ปรับเพิ่มยอดขายบ้านใหม่ในเดือนก.ค.สู่ระดับ 965,000 ยูนิต จากเดิมรายงานที่ระดับ 901,000 ยูนิต