เมษายน 17, 2021

วิเคราะห์ราคาทองคำ 25 ก.พ.64(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

หากทดสอบแนวต้านโซนที่ 1,809-1,827 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคายืนไม่ได้อาจเกิดแรงขายออกมา จะมีแนวรับบริเวณ 1,779-1,760 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ ตลาด TFEX ปิดทำการวันศุกร์ที่ 26 ก.พ.นี้ในวันมาฆบูชา ซึ่งนักลงทุนควรวางแผนการลงทุนอย่างรอบคอบ

แนวรับ : 1,779 1,760 1,744  แนวต้าน : 1,809 1,827 1,841

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดทรงตัว  แม้ระหว่างวันราคาจะดิ่งลงแรงจนแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,783 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยได้รับแรงกดดันจากหลายปัจจัย  อาทิ  (1.) รายงานของเจ้าหน้าที่ FDA สหรัฐระบุว่า วัคซีนต้าน COVID-19 ของบ.จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย และเข้าเกณฑ์ที่จะได้รับการอนุมัติเป็นกรณีฉุกเฉิน เปิดทางให้วัคซีนของบ.ดังกล่าวได้อนุมัติอย่างเป็นทางการอย่างเร็วสุดในสัปดาห์นี้  ซึ่งกระตุ้นแรงขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (2.) การที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี พุ่งแตะระดับ 1.43% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.ปีที่แล้ว ซึ่งกดดันทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ย  และ (3.) การเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่ที่เพิ่มขึ้นเกินคาดสู่ระดับ 923,000 ยูนิตในเดือนม.ค. อย่างไรก็ดี  เกิดแรงซื้อหนุนให้ทองคำดีดตัวขึ้นเช่นเดียวกับเมื่อวานนี้  โดยได้รับแรงหนุนจากถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)ที่ระบุว่า การที่อัตราเงินเฟ้อจะแตะระดับเป้าหมายของเฟดได้นั้นอาจจะต้องใช้เวลามากกว่า 3 ปี บ่งชี้ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไปอีกนาน  และยืนยันว่าเฟดจะเข้าซื้อสินทรัพย์ตามมาตรการ QE ในอัตราปัจจุบันจนกว่าจะมีข้อมูลจะแสดงความคืบหน้าว่าเศรษฐกิจดำเนินไปสู่เป้าหมาย  สะท้อนว่าแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้นในขณะนี้  จะไม่กระตุ้นให้เฟดเร่งคุมเข้มนโยบายการเงิน  ปัจจัยดังกล่าวหนุนให้ราคาดีดกลับกว่า 20 ดอลลาร์ต่ออนซ์ขึ้นมาปิดตลาดเหนือ 1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง  ด้านกองทุน SPDR ถือทองลดลง -4.08 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยประมาณการครั้งที่ 2 GDP ไตรมาส 4/2020, ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน

จจัยทางเทคนิค :

มีแรงขายกดดันราคาทองคำเพิ่มขึ้นแต่ราคาพยายามทรงตัว ทั้งนี้ หากราคายืนเหนือโซน 1,783-1,779 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อาจทำให้เห็นการดีดตัวขึ้นเพื่อพยายามทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,809-1,827 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากยังไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านแรกได้ อาจเห็นการย่อตัวของราคาลงเพื่อสร้างฐานราคาอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือบริเวณ 1,809-1,827 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง สามารถเสี่ยงเปิดสถานะขายเพื่อทำกำไรระยะสั้น (ตัดขาดทุนสถานะขายหากผ่าน 1,827 ดอลลาร์ต่อออนซ์)และรอซื้อคืนหากราคาอ่อนตัวลงไม่หลุดบริเวณแนวรับ 1,779-1,760 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อเก็งกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) “พาวเวล” ส่งสัญญาณเฟดคงดอกเบี้ยต่ำต่อไปอีกกว่า 3 ปี  นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวในวันนี้ว่า อาจจะต้องใช้เวลามากกว่า 3 ปีกว่าที่อัตราเงินเฟ้อจะแตะระดับเป้าหมายของเฟด ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไปอีกนาน  “เฟดเคยระบุว่าจะไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจนกว่าอัตราเงินเฟ้อจะดีดตัวสูงกว่าเป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2% ซึ่งเราเชื่อว่าเราสามารถทำได้ โดยอาจใช้เวลามากกว่า 3 ปี” นายพาวเวลกล่าวในแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้  นอกจากนี้ นายพาวเวลยังระบุว่า เฟดจำเป็นที่จะต้องเห็นความคืบหน้าทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยพิจารณาจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แท้จริง ก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงิน มากกว่าที่จะอิงจากคาดการณ์ความคืบหน้า  ขณะเดียวกัน นายพาวเวลกล่าวว่า สภาคองเกรสจำเป็นต้องให้การอนุมัติแก่เฟดสำหรับการเดินหน้าพัฒนาและออกสกุลเงินดอลลาร์ในรูปแบบดิจิทัล
  • (-) สหรัฐเผยยอดขายบ้านใหม่สูงกว่าคาดในเดือนม.ค.  กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่เพิ่มขึ้น 4.3% สู่ระดับ 923,000 ยูนิตในเดือนม.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 855,000 ยูนิต
  • (-) สหรัฐเตรียมกระจายวัคซีนจอห์นสัน 4 ล้านโดสสัปดาห์หน้า หากได้ไฟเขียวจาก FDA  ทำเนียบขาวแถลงในวันนี้ว่า รัฐบาลสหรัฐจะทำการแจกจ่ายวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (J&J) จำนวน 3-4 ล้านโดสภายในสัปดาห์หน้า หากวัคซีนดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (FDA)
  • (-) วัคซีนโควิด-19 ของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันผ่านด่านแรกของ FDA สหรัฐ  รายงานของเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ระบุว่า วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (J&J) มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย และเข้าเกณฑ์ที่จะได้รับการอนุมัติเป็นกรณีฉุกเฉิน  รายงานดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณว่า FDA จะให้การอนุมัติอย่างเป็นทางการต่อวัคซีนต้านโควิด-19 ของบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน  ทางด้านคณะกรรมการที่ปรึกษาของ FDA ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก จะจัดการประชุมในวันศุกร์ เพื่อพิจารณาและลงมติต่อการอนุมัติการใช้วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เป็นกรณีฉุกเฉิน  หากคณะกรรมการที่ปรึกษาของ FDA ให้การอนุมัติวัคซีนของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ก็จะเป็นการปูทางให้ FDA ชุดใหญ่ให้การอนุมัติอย่างเป็นทางการต่อไป
  • (-) ดอลล์แข็งค่าเล็กน้อย หลังพาวเวลส่งสัญญาณตรึงดอกเบี้ยต่ำ  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินเยนและฟรังก์สวิส ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (24 ก.พ.) หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไปอีกกว่า 3 ปี  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.01% แตะที่ 90.1733 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 105.94 เยน จากระดับ 105.31 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9076 ฟรังก์ จากระดับ 0.9055 ฟรังก์ แต่เมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2529 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.2593 ดอลลาร์สหรัฐ  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2148 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2144 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.4123 ดอลลาร์ จากระดับ 1.4107 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 0.7943 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7910 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 424.51 จุด ถ้อยแถลงพาวเวลช่วยคลายกังวลเงินเฟ้อ  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทำนิวไฮเมื่อคืนนี้ (24 ก.พ.) หลังจากถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงหุ้นกลุ่มธนาคาร กลุ่มอุตสาหกรรม และกลุ่มพลังงาน  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 31,961.86 จุด พุ่งขึ้น 424.51 จุด หรือ +1.35% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,925.43 จุด เพิ่มขึ้น 44.06 จุด หรือ +1.14% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,597.97 จุด เพิ่มขึ้น 132.77 จุด หรือ +0.99%

(-) รองประธานเฟดชี้วัคซีนโควิด,มาตรการกระตุ้นศก.หนุนสหรัฐแข็งแกร่งปีนี้  นายริชาร์ด แคลริดา รองประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวในวันนี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มขยายตัวอย่างแข็งแกร่งในปีนี้ โดยได้แรงหนุนจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในวงกว้าง และการที่รัฐบาลสหรัฐออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในปีที่แล้ว  “เศรษฐกิจมีแนวโน้มสดใสในปีนี้ และปีต่อๆไป ขณะที่ความเสี่ยงในช่วงขาลงได้ลดน้อยลง” นายแคลริดากล่าว  นายแคลริดายังระบุว่า ตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจของเฟดในเดือนธ.ค.ที่ระบุว่า อัตราว่างงานจะต่ำกว่าระดับ 4% และอัตราเงินเฟ้อจะกลับสู่ระดับเป้าหมายของเฟดที่ 2% ภายในสิ้นปี 2566 ถือเป็นการดีดตัวขึ้นรวดเร็วกว่าที่เคยเกิดขึ้นหลังช่วงวิกฤตการเงินเมื่อกว่า 1 ทศวรรษที่แล้ว