ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 24, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 24 ม.ค.63(ภาคบ่าย) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,546 1,536 1,528

แนวต้าน : 1,569 1,580 1,589

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  ความกังวลว่า การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจโลก กระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หากรายงานการติดเชื้อและการเสียชีวิตที่อาจเพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจที่ชัดเจนขึ้น ทั้งนี้ พบผู้ติดเชื้อในอีกหลายประเทศ ได้แก่ ไทย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง มาเก๊า สิงคโปร์ เวียดนาม สหรัฐ และ พบผู้ต้องสงสัยรายที่ 5 ในอังกฤษ ขณะที่ทางการจีนปิดเมืองหวงกัง เมืองเอโจว เพิ่มเพื่อควบคุมการระบาด ขณะที่นสพ. หูเป่ย เดลีรายงานว่า 10 เมืองในมณฑลหูเป่ย ทางตอนกลางของจีน ได้ระงับการคมนาคมสาธารณะบางส่วนเช่นกัน นักลงทุนกังวลว่าไวรัสอาจจะแพร่กระจายอย่างต่อเนื่องจากชาวจีนหลายล้านคนเดินทางในช่วงวันหยุดยาวตรุษจีน และปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสอาจจะคงอยู่ราว 1-2 สัปดาห์ หลังจากผ่านพ้นช่วงตรุษจีน อย่างไรก็ตาม ราคาเคลื่อนไหวในกรอบแคบและปริมาณการซื้อขายทองคำในภูมิภาคเอเชียอาจเบาบางลง เนื่องจากหลายประเทศจะเริ่มเข้าสู่ช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีนในวันนี้ โดยตลาดหุ้น และตลาดทองคำ ของจีนปิดทำการในวันที่ 24-30 ม.ค. เช่นกัน แนะนำจับตาแนวรับโซน 1,552-1,546 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาไม่หลุดอาจ ทำให้มีแรงซื้อเข้ามารับไว้ และช่วยให้ราคาขยับขึ้นมาอีกครั้ง เบื้องต้นยังคงประเมินแนวต้านแรกไว้ 1,569 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และถ้าฝ่าไปได้ ประเมินแนวต้านถัดไปที่ 1,573-1,580 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าราคาผ่านแนวต้านแรกได้ ราคาจะปรับขึ้นสู่แนวต้านถัดไปในโซน 1,580 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: แนะนำจับตาแนวรับโซน 1,552-1,546 ดอลลาร์ต่อออนซ์หากยังรับเอาไว้ได้ จึงมองว่าราคาทองคำพยายามทรงตัวและกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 1,569 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งหากไม่ถูกแรงขายออกมาก่อน อาจมีโอกาสขึ้นชนบริเวณ 1,573-1,580 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position  หากราคาไม่สามารถฝ่าแนวต้าน 1,569 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ แนะนำให้ขายทำกำไรออกมา และรอซื้อเก็งกำไรครั้งต่อไป เมื่อราคามีการย่อตัวลงมายืนเหนือแนวรับ 1,552-1,546 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position  ถ้าราคาขึ้นไปยืนเหนือแนวต้าน 1,569 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแรง ให้ปิดสถานะเพื่อลดความเสี่ยง แต่หากยังไม่ผ่านแนวต้านแรก แนะนำให้รอทำกำไรบริเวณ 1,552-1,546 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New  หากเกิดการปรับตัวลงมา อาจเข้าซื้อบริเวณแนวรับ 1,552-1,546 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้แบ่งขายทำกำไรหากราคาทองคำไม่ผ่านโซน 1,569 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่านได้ชะลอการปิดสถานะออกไป ทั้งนี้ สถานะซื้ออาจต้องยอมตัดขาดทุนหากราคาหลุด 1,536 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) “S&P” เตือนไวรัสโคโรนาอาจกระทบการบริโภคของจีน S&P Global Ratings เปิดเผยว่า การบริโภคของจีน ซึ่งเป็นแรงผลักดันการขยายตัวที่สำคัญในเศรษฐกิจที่เปลี่ยนจากการลงทุน มีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโคโรนา ในขณะที่ประชาชนหลายล้านคนเตรียมพักผ่อนในช่วงวันหยุด ประมาณการจากนายชอน โรช หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำเอเชีย-แปซิฟิกระบุว่า ถ้าการใช้จ่ายในด้านต่างๆ ซึ่งรวมถึงการท่องเที่ยวและสันทนาการลดลง 10% การขยายตัวของ GDP โดยรวมจะลดลงราว 1.2%  “อุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการใช้จ่ายของครัวเรือนในจีน โดยเฉพาะกิจกรรมนอกบ้าน อาจจะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจมากที่สุดจากการระบาด” นายโรชกล่าว “การหลีกเลี่ยงความเสี่ยงและการคุมเข้มภาวะทางการเงินอาจจะทำให้ผลกระทบรุนแรงขึ้น ซึ่งรวมถึงต่อการลงทุน
  • (+) เกาหลีใต้เตรียมจัดประชุมฉุกเฉิน หลังพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนารายที่ 2 รัฐบาลเกาหลีใต้เตรียมจัดการประชุมฉุกเฉินในวันนี้ เพื่อรับมือกับการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หลังมีรายงานพบผู้ติดเชื้อรายที่ 2 ในประเทศ สำนักข่าวยอนฮัปรายงานโดยอ้างการเปิดเผยของสำนักนายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ว่า การประชุมวันนี้จะมีนายกรัฐมนตรีชุง เซ-คยุน เป็นประธาน โดยมุ่งหารือถึงความพยายามในการรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งจะดำเนินไปจนถึงวันจันทร์หน้า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังจากเมื่อเช้านี้ กรมควบคุมโรคของเกาหลีใต้ (KCDC) ได้ออกมาเปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็นรายที่ 2 ในประเทศ ท่ามกลางความวิตกที่ว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสจะขยายวงกว้างออกไปทั่วประเทศจีน รวมถึงประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ในช่วงเทศกาลตรุษจีน KCDC ระบุว่า ผู้ป่วยรายล่าสุดเป็นชาวเกาหลีที่เดินทางมาถึงสนามบินนานาชาติกิมโป ทางตะวันตกของกรุงโซล เมื่อเย็นวันพุธที่ผ่านมา และได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา
  • (+) อุตสาหกรรมค้าปลีก,ท่องเที่ยวญี่ปุ่นเฝ้าระวังไวรัสโคโรนา หลังพบผู้ติดเชื้อรายที่สอง สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า อุตาสหกรรมค้าปลีกและการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นได้ออกมาตรการเฝ้าระวังไวรัสโคโรนาอย่างเต็มที่ หลังจากกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นยืนยันพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่รายที่ 2 ในประเทศ ในช่วงเวลาที่ชาวจีนเริ่มเดินทางท่องเที่ยวในเทศกาลตรุษจีน ผู้จัดการโรงแรมแห่งหนึ่งในโตเกียวที่ผู้เข้าพักส่วนใหญ่เป็นชาวเอเชีย และ 40% มาจากประเทศจีน กล่าวว่า “ในญี่ปุ่น เชื้อไวรัสดังกล่าวยังไม่ได้แพร่ระบาดในวงกว้าง แต่ก็ยังน่าเป็นห่วงว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป” โดยไวรัสนี้กำลังแพร่ระบาดอย่างหนักจากเมืองอู่ฮั่นของจีน
  • (-) จีนจัดตั้งทีมวิจัยและผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับมือไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ระบาด กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้จัดตั้งทีมนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญจำนวน 14 คน เพื่อระดมกำลังป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ทีมนักวิจัยดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการฉุกเฉินด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี โดยทางกระทรวงฯได้จัดตั้งทีมงานดังกล่าวร่วมกับคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติและหน่วยงานอื่นๆ ในการประชุมเมื่อเร็วๆนี้ โครงการดังกล่าวจะสนับสนุนงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในด้านต่างๆ ซึ่งรวมถึงการติดตามเชื้อไวรัส การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส วิธีการตรวจจับเชื้อ วิวัฒนาการจีโนม และการพัฒนาวัคซีน ทั้งนี้ นายจง หนานซาน นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าทีมนักวิจัย โดยนายจงเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ที่มีผลงานในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง หรือ SARS เมื่อปี 2546
  • (-) นักวิเคราะห์คาดผลกระทบไวรัสโคโรนาต่อตลาดอาจคงอยู่ระยะสั้น องค์การอนามัยโลก (WHO) บรรเทาความกังวลของตลาดการเงินต่างๆเมื่อประกาศว่า เป็นการเร็วเกินไปที่จะเรียกการระบาดของไวรัสโคโรนาของจีนว่า เป็นภาวะฉุกเฉินระดับโลก แต่นักวิเคราะห์และนักเศรษฐศาสตร์ระบุว่า อาจมีปฏิกิริยารุนแรง แต่ชั่วคราวต่อข่าวเกี่ยวกับไวรัสในตลาดการเงินจีนและที่อื่นๆ จนกว่าไวรัสดังกล่าวจะหยุดการแพร่กระจาย นักวิเคราะห์ชี้ถึงปฏิกริยาของตลาดจีนและตลาดเอเชียอื่นๆหลังการระบาดของไวรัสซาร์ส โดยตลาดร่วงลงขณะที่มีการระบาดแต่ดีดตัวกลับทันทีที่ควบคุมการระบาดได้ นักเศรษฐศาสตร์ระบุว่า เป็นการเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบใดๆต่อเศรษฐกิจจีน แต่ความกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทั่วโลกนำโดยจีนกระทบตลาดโภคภัณฑ์บางแห่ง เช่น น้ำมันและทองแดง