ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 23, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 24 มี.ค.63 (ภาคบ่าย) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,574 1,561 1,482

แนวต้าน : 1,597 1,632 1,671

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  ข้อมูลจากคณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติของจีน ระบุว่า จีนจะยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ในวันที่ 8 เม.ย.นี้ เนื่องจากที่จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัส Covid-19  รายใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังเมืองอู่ฮั่น ซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาดของไวรัส Covid-19 เริ่มปิดเมืองตั้งแต่เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ทั้งนี้ แนวโน้มการระบาดของไวรัสในจีนที่คลีคลายมากขึ้น สร้างความหวังว่า จีนอาจจะกลับมานำเข้าทองคำเพิ่มขึ้น  อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางหลายประเทศได้ใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายและออกมาตรการเชิงรุกจนแทบไม่เหลือมาตรการที่จะดำเนินการเพิ่มเติม เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยแตะระดับ 0% หรือต่ำกว่า ทำให้นักลงทุนจับตานโยบายทางด้านการคลังจากรัฐบาลประเทศต่างๆ ที่ต่างต้องเร่งออกมาตรการพยุงเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี ผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อสถานการณ์การระบาดของไวรัส Covid-19 นั้นยากต่อการประเมิน ประเด็นดังกล่าวอาจทำให้ตลาดเงิน ตลาดทุนและราคาทองคำเกิดความผันผวน นักลงทุนจึงควรเพิ่มความระมัดระวังในการสะสมทองคำเพิ่มเติม เบื้องต้นแนะนำนักลงทุนที่มีทองคำในมือ อาจแบ่งทองคำออกขายบางส่วนหากราคาไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,597 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเข้าซื้อหากราคาอ่อนตัวลงและสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,552-1,547  ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ (หากหลุด 1,516 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ควรชะลอการเข้าซื้อออกไป) โดยนักลงทุนควรวางแผนการลงทุนอย่างรอบคอบเนื่องจากช่วงที่ผ่านมาราคาทองคำแกว่งตัวผันผวนส่งผลให้เกิดความเสี่ยงสูงตามไปด้วย

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ระหว่างวันราคาทองคำพยายามทดสอบแนวต้าน แต่หากราคาทองคำไม่สามารถทะลุผ่านแนวต้าน 1,597 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ อาจเห็นการย่อตัวของราคากลับลงมาบริเวณโซน 1,552-1,547 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาสามารถทะลุผ่านกรอบบนไปได้มีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไป 1,632 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position ติดตามราคาทองคำชิดบริเวณ 1,597 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งหากไม่สามารถผ่านให้ทยอยขายทำกำไรโดยพยายามลดขนาดพอร์ตลง เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาแต่หากผ่านสามารถถือต่อเพื่อรอขายที่แนวต้านถัดไป

Short Position หากราคาไม่หลุดแนวรับบริเวณ 1,552-1,547 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำให้ปิดสถานะ แต่หากราคาหลุดแนวดังกล่าวให้ชะลอไปปิดสถานะทำกำไรบริเวณแนวรับถัดไป 1,516 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New รอจังหวะราคาอ่อนตัวลงแล้วพิจารณาเข้าซื้อบริเวณแนวรับ 1,552-1,547 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่ต้องการรับความเสี่ยงมากนัก แนะนำให้ชะลอการเปิดสถานะเพิ่มออกไปก่อน สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงน้อยได้แนะนำให้หาจังหวะขายทองคำที่ถืออยู่ หากราคาดีดตัวไม่ผ่านแนวต้าน 1,597 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่านได้สามารถถือต่อ

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) นักวิเคราะห์เผยมาตรการรับมือโควิด-19 ของสหรัฐคือจุดชี้ชะตาผลการเลือกตั้ง “ทรัมป์”  นักวิเคราะห์จาก McLarty Associates กล่าวว่า การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่จะเกิดขึ้นในเดือนพ.ย.นี้ จะเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงมาตรการรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  นักวิเคราะห์กล่าวว่า แม้โอกาสที่ทรัมป์จะได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 จะยังคงเลือนลาง แต่ในขณะนี้ก็ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปเช่นนั้น เพราะหากคณะบริหารของทรัมป์สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 และฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ เขาก็อาจได้รับชัยชนะได้อีกสมัย  อนึ่ง ก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า โอกาสที่ทรัมป์จะได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 นั้น มีน้อยมาก เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้นอย่างหนัก
  • (+) ดอลลาร์ร่วงขณะมาตรการเฟดสร้างความหวังอุปทานเงินสดผ่อนคลายลง ดอลลาร์อ่อนลงในวันนี้จากสัญญาณที่ว่า ภาวะการระดมทุนที่ตึงตัว กำลังผ่อนคลายลงเล็กน้อย หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ใช้มาตรการต่างๆเพื่อจัดหาสภาพคล่องดอลลาร์  เฟดประกาศการผ่อนคลายเชิงปริมาณไม่จำกัดและแผนต่างๆเพื่อสนับสนุนตลาดสินเชื่อเมื่อวานนี้ในความพยายามอย่างหนักเพื่อพยุงเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดฉุกเฉินด้านพาณิชย์เพื่อต่อสู้กับไวรัสโคโรนา  “ดูเหมือนว่าเราได้ออกจากระยะที่ทุกอย่างตั้งแต่หุ้นถึงสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น พันธบัตรและทอง ถูกเทขาย” นักวิเคราะห์กล่าว “ภาวการณ์ระดมดอลลาร์ผ่อนคลายลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับในสัปดาห์ก่อน แม้ว่าผมจะไม่กล่าวว่า สิ่งต่างเป็นปกติ ซึ่งขณะที่เฟดอัดฉีดดอลลาร์ เรายังจำเป็นต้องรอดูว่า เงินนั้นจะไหลเวียนไปทั่วเศรษฐกิจหรือไม่” ดัชนีดอลลาร์ร่วงลงราว 0.5% สู่ 101.64 ร่วงลงต่อไปจากระดับสูงสุดของวันศุกร์ ที่ 102.99 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2017
  • (-) ธ.กลางเยอรมันชี้ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในประเทศเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้  ธนาคารกลางเยอรมันระบุในรายงานรายเดือนที่เผยแพร่เมื่อวานนี้ว่า ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในเยอรมนีเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ขณะที่การระบาดใหญ่ของไวรัสโคโรนายังคงกระทบเศรษฐกิจประเทศอย่างต่อเนื่อง ธนาคารกลางเยอรมันเสริมว่า ผู้บริโภค, ธุรกิจ และการเงินสาธารณะเผชิญความไม่แน่นอนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ท่ามกลางวิกฤติไวรัสโคโรนา แต่ย้ำว่าเศรษฐกิจเยอรมันอยู่ในจุดที่เหมาะสมในการรับมือกับภาวะถดถอย  การผลิตจะลดลง ซึ่งจะทำให้เงินเฟ้อต่ำ พร้อมๆกับมีการดำเนินการจากธนาคารกลางยุโรป (ECB) อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางเยอรมันตั้งข้อสังเกตว่า เงินเฟ้ออาจปรับลงหากราคาน้ำมันยังคงอยู่ที่ระดับต่ำในปัจจุบัน  นอกจากนั้น ธนาคารกลางเยอรมันระบุว่า การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจะสามารถเริ่มต้นขึ้นก็ต่อเมื่อการระบาดของไวรัสโคโรนา (โควิด-19) สิ้นสุดลง
  • (-) อิตาลีเตรียมปิดการผลิตภาคอุตสาหกรรมทั้งหมดขณะศก.มีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะถดถอยมากขึ้น  อิตาลีกำลังถูกฉุดเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยมากขึ้น หลังการระบาดของไวรัสโคโรนาที่เกิดขึ้นในภูมิภาคทางภาคเหนือของประเทศกดดันให้รัฐบาลสั่งห้ามการเคลื่อนย้ายภายในประเทศและปิดการผลิตภาคอุตสาหกรรมเกือบทั้งหมด  นายอิกนาซิโอ วิสโก ผู้ว่าการธนาคารกลางอิตาลีและนายกรัฐมนตรีจูเซปเป คอนเต ของอิตาลีให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ La Stampa ว่า ผลกระทบของไวรัสโคโรนาต่อเศรษฐกิจจะรุนแรง แม้แต่ในขณะที่มาตรการของธนาคารกลางยุโรปและรัฐบาลต่างๆของยุโรปช่วยจำกัดความรุนแรงและระยะเวลาของภาวะย่ำแย่  นายกฯคอนเตเรียกร้องแผนทางการเงินครั้งใหม่ที่มุ่งไปที่การออกตราสารหนี้ของสหภาพยุโรปร่วมกัน หรืออย่างน้อยการรับประกันเงินทุนเพื่อปกป้องเศรษฐกิจยุโรป รัฐมนตรีคลังยุโรปเตรียมหารือการรับมือวิกฤติ ท่ามกลางความเห็นจากเจ้าหน้าที่จำนวนมากว่า จำเป็นต้องมีการดำเนินการอย่างจริงจัง
  • (+/-) “ทรัมป์”ชม”พาวเวล”ทำหน้าที่ประธานเฟดยอดเยี่ยม หลังใช้มาตรการครั้งใหญ่เพื่อลดผลกระทบโควิด-19  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า เขาได้ต่อสายตรงถึงนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) พร้อมกับกล่าวชมว่า นายพาวเวลปฏิบัติหน้าที่ได้ดีเยี่ยม หลังจากที่เฟดใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อบรรเทาความเสียหายทางเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19