ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 22, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 24 ธ.ค.62(ภาคบ่าย) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,447 1,468 1,461

แนวต้าน : 1,495 1,504 1,514

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติ (FAA) ของสหรัฐออกประกาศเตือนสายการบินพาณิชย์ต่างๆเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่เกาหลีเหนือจะ “ทดสอบยิงขีปนาวุธพิสัยไกล” ภายในช่วงสิ้นปีหรือต้นปี 2020 ทั้งนี้ ช่วงต้นเดือนธันวาคม ทูตระดับสูงของเกาหลีเหนือเรียกร้องให้สหรัฐยื่นข้อเสนอใหม่ในการเจรจาปลดนิวเคลียร์ โดยเตือนว่า “ของขวัญคริสต์มาส” ที่เกาหลีเหนือจะให้สหรัฐจะขึ้นอยู่กับข้อเสนอดังกล่าว  ท่ามกลางความวิตกที่เพิ่มขึ้นว่า เกาหลีเหนืออาจใกล้ที่จะกลับมาเผชิญหน้ากับสหรัฐ ประเด็นดังกล่าว กระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำในระหว่างวันเคลื่อนไหวในกรอบค่อนข้างจำกัดเนื่องจากตลาดเงินตลาดทุนในต่างประเทศบางประเทศเริ่มหยุดทำการในวันนี้เนื่องในวันChristmas Eve ขณะที่อังกฤษและสหรัฐจะปิดทำการเร็วกว่าปกติในวันนี้ ก่อนที่จะปิดทำการทั้งวันในวันพุธนี้ เนื่องในวันChristmas เบื้องต้นหากราคาทองคำขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,495 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักลงทุนที่มีทองคำในมืออาจขายบางส่วนหากราคาไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน เพราะหากไม่สามารถผ่านไปได้ให้อาจเห็นการย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับ แนะนำให้รอจังหวะเข้าเสี่ยงซื้อบริเวณแนวรับ 1,477-1,468 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยยังคงเน้นทำกำไรระยะสั้น

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ในระยะสั้นราคาทองคำยังมีโอกาสขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,495 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยบริเวณนี้นักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบางส่วนออกมาบ้าง โดยให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ซึ่งหากไม่ผ่านราคาอาจจะมีการอ่อนตัวลงอีกครั้ง

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position แนะนำให้ทยอยปิดสถานะทำกำไรตามบริเวณแนวต้าน 1,495 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แล้วรอจังหวะเข้าซื้อคืนหากราคาย่อตัวลงมาและไม่หลุดแนวรับ 1,477-1,468 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position สามารถถือต่อได้หากราคาหลุดแนวรับ 1,477 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาสามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือโซน 1,495 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ แนะนำเมื่อราคาอ่อนตัวลงให้ทยอยปิดลดสถานะขาย

Open New เข้าซื้อหากราคาย่อตัวลงมาและไม่หลุดบริเวณแนวรับเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นจากการดีดตัว ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,477-1,468 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยรอขายหากราคาทองคำดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 1,495 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากรับความเสี่ยงได้น้อยอาจชะลอการลงทุนเนื่องจากปริมาณการซื้อขายจะเบาบางกว่าปกติ

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) นายกฯญี่ปุ่นคาดหวังจีน-เกาหลีใต้ร่วมมือจัดการสถานการณ์เกาหลีเหนือ  นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น แสดงความหวังว่า ญี่ปุ่นจะสามารถเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านความร่วมมือในระดับไตรภาคีกับจีนและเกาหลีใต้ เพื่อรับมือกับการยั่วยุจากเกาหลีเหนือ  สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า นายอาเบะ พร้อมด้วยนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน และนายมูน แจ อิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ได้หารือในประเด็นเรื่องเศรษฐกิจและการส่งเสริมการค้าเสรีร่วมกัน ในการประชุมไตรภาคีซึ่งจัดขึ้นที่เมืองเฉิงตู บริเวณตะวันตกเฉียงใต้ของจีน  ประเด็นด้านเกาหลีเหนือนับเป็นวาระสำคัญของการประชุมครั้งนี้ ก่อนถึงเส้นตายที่เกาหลีเหนือกำหนดให้สหรัฐสร้างความคืบหน้าด้านการเจรจาเพื่อปลดอาวุธนิวเคลียร์ภายในสิ้นปีนี้  เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธพิสัยใกล้มาหลายครั้งนับตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการละเมิดมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) และสร้างความกังวลให้กับประเทศเพื่อนบ้าน  นอกจากนี้ หลายฝ่ายยังความกังวลว่า เกาหลีเหนือจะเดินหน้าทำการทดลองนิวเคลียร์ และการยิงขีปนาวุธข้ามทวีป หากการเจรจากับสหรัฐไม่ประสบความสำเร็จภายในสิ้นปีนี้   สำหรับการประชุมครั้งนี้ ผู้นำจากจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลีอย่างสมบูรณ์
  • (+) การผิดนัดชำระหนี้ในเอเชียส่อแววเพิ่มขึ้นในปีหน้าโดยเฉพาะในจีน,อินเดีย  การผิดนัดชำระหนี้ทั่วเอเชียอาจจะเพิ่มสูงขึ้นในปีหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่คาดว่าปัญหาจะมาจากจีนและอินเดีย นางโมนิกา เซียว หัวหน้าเจ้าหน้าที่การลงทุนของกองทุนเฮดจ์ Triada Capital กล่าวว่า การผิดนัดชำระหนี้ในจีนอาจจะเพิ่มขึ้นในตลาดตราสารหนี้ทั้งออนชอร์และออฟชอร์ในปีหน้า ท่ามกลางการคุมเข้มการระดมทุนและบริษัทของรัฐที่อ่อนแอลง และหน่วยงานการระดมทุนของรัฐบาลอาจจะเผชิญความเสี่ยง นอกจากนี้ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ของจีนซึ่งที่ผ่านมานั้นเป็นเหมือนปราการปกป้องเศรษฐกิจ อาจจะเปราะบางเช่นกัน  ในอินเดีย บริษัทต่างๆผิดนัดชำระหนี้สกุลเงินภายในประเทศและหุ้นกู้ต่างประเทศในจำนวนสูงเป็นประวัติการณ์ ในขณะที่วิกฤติธนาคารเงากระตุ้นภาวะสินเชื่อตึงตัว  ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัทน้ำมันและก๊าซยังคงได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับลง โดยการผิดนัดชำระหนี้ “เพิ่มขึ้น” ในมาเลเซีย และบริษัทบางแห่งจำเป็นต้องปรับโครงสร้างหนี้กับผู้ปล่อยกู้
  • (+) ที่ปรึกษาความมั่นคงสหรัฐเตือนอังกฤษเรื่องอนุญาตให้“Huawei”เข้าสู่ 5G  นสพ.ไฟแนนเชียล ไทม์สรายงานว่า นายโรเบิร์ต โอไบรเอิน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ เตือนอังกฤษเกี่ยวกับการอนุญาตให้บริษัท Huawei Technologies Co Ltd ของจีนเข้าสู่เครือข่ายโทรคมนาคมของอังกฤษ โดยกล่าวว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะสร้างความเสี่ยงต่องานข่าวกรองลับของอังกฤษ   “จีนจะขโมยความลับของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นความลับด้านนิวเคลียร์ของอังกฤษหรือความลับจากหน่วยสืบราชการลับ MI6 หรือ MI5 นั่นเป็นสิ่งที่น่าตกใจสำหรับเราที่อังกฤษจะมอง Huawei เป็นการตัดสินใจเชิงพาณิชย์ เพราะ 5G เป็นการตัดสินใจด้านความมั่นคงแห่งชาติ” เขาเสริม  นายโอไบรเอินกล่าวว่า คนในยุโรป, ญี่ปุ่น, นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย เริ่มเข้าใจความวิตกที่สหรัฐชี้แจงเกี่ยวกับ Huawei
  • (-) ผลสำรวจเผยบริษัทจีนมีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ-ความสามารถทำกำไรดีขึ้นใน Q4/62  สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า บริษัทจีนมีความเชื่อมั่นทางธุรกิจดีขึ้นในไตรมาสสี่ของปีนี้ โดยผลสำรวจบริษัทภาคอุตสาหกรรมกว่า 5,000 แห่ง ซึ่งธนาคารกลางจีน (PBOC) เป็นผู้จัดทำนั้นระบุว่า ดัชนีภาวะธุรกิจอยู่ที่ 55.5% ในไตรมาสสี่ของปีนี้ เพิ่มขึ้น 2.2% จากไตรมาสสาม  นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสำรวจยังเปิดเผยว่าตนมีความสามารถในการทำกำไรดีขึ้นด้วย โดยดัชนีความสามารถทำกำไรปรับตัวเพิ่มขึ้น 2% จากไตรมาสก่อนหน้า แตะ 57.3%  ขณะเดียวกัน ผู้ตอบแบบสำรวจประมาณ 60.5% เปิดเผยว่า เศรษฐกิจในระดับมหภาคกำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น  ส่วนความเชื่อมั่นในแง่ของราคาขายสินค้าและราคาซื้อวัตถุดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกันเมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส โดยขยับขึ้น 1.9% และ 0.8% ตามลำดับ