ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 20, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 24 ธ.ค.62(ภาคเช้า) by HGF

Spread the love

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

ทองคำทะลุแนวต้าน 1,480 ดอลลาร์จากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐอ่อนแอ

วันนี้ตลาดการเงินหลายแห่งเปิดทำการครึ่งวัน

ทองคำคาดจะแกว่งตัวในกรอบแคบ

  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานปรับขึ้นทะลุแนวต้าน 1,480 ดอลลาร์ ทองคำได้รับปัจจัยหนุนจากเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐออกมาอ่อนแอ โดยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนพ.ย. ลดลง 2.0% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนต.ค. และยอดขายบ้านใหม่ดือนพ.ย.เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 719,000 ยูนิต แต่ต่ำกว่าตลาดที่ระดับ 734,000 ยูนิต  โดยนักลงทุนยังติดตามประเด็นการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรก แต่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แสดงความกังวลในเรื่องสหรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในไต้หวัน ฮ่องกงและทิเบต โดยมองว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของจีน
  • คืนนี้สหรัฐไม่มีประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ          ขณะที่ตลาดการเงินหลายแห่งเปิดทำการครึ่งวัน เนื่องในวันคริสต์มาสอีฟ ได้แก่ ตลาดการเงินสหรัฐ ยุโรป อังกฤษ ฮ่องกง เป็นต้น ทั้งนี้ยังต้องติดตามประเด็นการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐและจีน
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดจะปรับขึ้นได้ต่อ ถ้าสามารถทะลุแนวต้าน  1,486 ดอลลาร์ ซึ่งมีโอกาสไปที่แนวต้าน 1,500 ดอลลาร์ได้ในระยะถัดไป อย่างไรก็ดีคาดจะแกว่งตัวในกรอบแคบเนื่องจากตลาดการเงินหลายแห่งเปิดทำการครึ่งวันในวันนี้ โดยทองคำมีแนวต้านอยู่ที่ 1,486 ดอลลาร์ และ  1,490  ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับที่ 1,480 ดอลลาร์ และ 1,470 ดอลลาร์  

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,485.90 +8.05 1,480/1,470 1,486/1,490

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
21,200 +50 21,050/21,000 21,200/21,250

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
21,360 -40 21,320/21,210 21,380/21,430

เทรดดิ้งระยะสั้นแนะนำขายทำกำไรที่ราคาทอง Spot 1,486 ดอลลาร์ การเข้าซื้อเก็งกำไรรอบใหม่แนะนำเมื่อราคาทอง Spot ปรับลงมาที่ 1,470 ดอลลาร์ และมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,460 ดอลลาร์

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

Close chg Support Resistance
1,494.30 -1.80 1,490/1,480 1,496/1,500

เทรดดิ้งระยะสั้นแนะนำขายทำกำไรที่ราคา GOH20 1,496 ดอลลาร์ การเข้าซื้อเก็งกำไรรอบใหม่แนะนำเมื่อราคา GOH20 ปรับลงมาที่ 1,480 ดอลลาร์ และมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,470 ดอลลาร์

ค่าเงินบาท

เงินบาทในวันนี้คาดแนวโน้มแข็งค่า โดย USD Futures คาดจะมีแนวรับที่ 30.10 บาทต่อดอลลาร์ และแนวต้านที่ 30.20 บาทต่อดอลลาร์ และ 30.27 บาทต่อดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ : ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก หลังสหรัฐเผยข้อมูลศก.ซบเซา

          ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (23 ธ.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซา ซึ่งรวมถึงยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนที่ร่วงลง 2% ในเดือนพ.ย. ดอลลาร์อ่อนค่าลงหลังจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐออกมาซบเซา โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ดิ่งลง 2.0% ในเดือนพ.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนต.ค.

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : เงินดอลล์อ่อน หนุนทองปิดบวก 7.8 ดอลลาร์

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (23 ธ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ นอกจากนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซาของสหรัฐยังเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย  สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 7.8 ดอลลาร์ หรือ 0.53% ปิดที่ 1,488.7  ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 27.5 เซนต์ หรือ 1.6% ปิดที่ 17.499 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดบวก 8 เซนต์ รับความหวังข้อตกลงการค้าหนุนดีมานด์น้ำมัน

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (23 ธ.ค.) โดยได้ปัจจัยบวกจากความหวังที่ว่า การทำข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะช่วยหนุนเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมันในตลาดโลก อย่างไรก็ดี แรงบวกของราคาน้ำมันได้ถูกสกัดลงในระหว่างวัน หลังจากรัสเซียระบุว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และประเทศพันธมิตรอาจพิจารณาปรับลดกำลังการผลิตน้อยกว่าที่กำหนดไว้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 8 เซนต์ หรือ 0.1% ปิดที่ 60.52 ดอลลาร์/บาร์เรล         สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 25 เซนต์ หรือ 0.4% ปิดที่ 66.39 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ : ดาวโจนส์ปิดบวก 96.44 จุด ขานรับการค้าสหรัฐ-จีนคืบหน้า,หุ้นโบอิ้งพุ่งแรง

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (23 ธ.ค.) โดยดาวโจนส์, S&P500 และ Nasdaq ปิดทำนิวไฮอย่างต่อเนื่อง ขานรับความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน รวมทั้งรายงานข่าวที่ว่า รัฐบาลจีนจะปรับลดภาษีนำเข้าสินค้ากว่า 850 รายการ นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากราคาหุ้นโบอิ้งที่พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังจากบริษัทประกาศปลดนายเดนนิส มุยเลนเบิร์ก พ้นตำแหน่งซีอีโอ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,551.53 จุด เพิ่มขึ้น 96.44 จุด หรือ +0.34% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,224.01 จุด เพิ่มขึ้น 2.79 จุด หรือ +0.09% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,945.65 จุด เพิ่มขึ้น 20.69 จุด หรือ +0.23%

จีนประกาศลดภาษีนำเข้าสินค้ากว่า 850 รายการ รวมเนื้อหมู, สินค้าเทคโนโลยี มีผลปีหน้า

          กระทรวงการคลังจีนออกแถลงการณ์ว่า รัฐบาลจีนจะปรับลดภาษีนำเข้าสินค้ากว่า 850 รายการ ซึ่งรวมถึงเนื้อหมูและอะโวคาโดแช่แข็ง เวชภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์กระดาษ และอุปกรณ์ไฮเทค โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2563 แถลงการณ์จากกระทรวงการคลังจีนระบุว่า นอกเหนือจากเนื้อหมูแช่แข็งแล้ว จีนจะปรับลดภาษีนำเข้าอโวคาโดแช่แข็ง น้ำส้มที่ไม่ผ่านกระบวนการแช่แข็ง ยารักษาโรคหืดและเบาหวาน อุปกรณ์และเครื่องจักรที่สำคัญสำหรับวงจรรวมที่ใช้ในการผลิต ผลิตภัณฑ์ไม้และกระดาษบางชนิด แถลงการณ์ระบุว่า สินค้าจากนิวซีแลนด์ เปรู คอสตาริกา สวิตเซอร์แลนด์ ไอซ์แลนด์ สิงคโปร์ ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ จอร์เจีย ชิลี และปากีสถาน จะได้รับการปรับลดภาษีนำเข้าเช่นกัน ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีที่ได้มีการเจรจากับจีนไปแล้วก่อนหน้านี้   นอกจากนี้ รัฐบาลจีนจะปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าเทคโนโลยีสารสนเทศบางประเภท โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2563

“ทรัมป์”ประกาศจับตาเกาหลีเหนือใกล้ชิด หวั่นเพิ่มความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี

          ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมปป์ แห่งสหรัฐ เปิดเผยว่า เขากำลังจับตากิจกรรมทุกอย่างของเกาหลีเหนืออย่างใกล้ชิด ในขณะที่เกาหลีเหนือยังคงสร้างความตึงเครียดก่อนถึงกำหนดเส้นตายในการสร้างความคืบหน้าด้านการเจรจาเพื่อปลดอาวุธนิวเคลียร์ในช่วงปลายปีนี้ “ผมจะผิดหวังหากเกาหลีเหนือกำลังเตรียมการอะไรอยู่ ถ้าเป็นเช่นนั้น ผมจะจัดการเอง เราจะจับตาอย่างใกล้ชิด” เมื่อไม่นานมานี้ เกาหลีเหนือได้กระทำการอันยั่วยุ ด้วยการเตือนว่าจะเริ่มกลับมาทดสอบอาวุธและขีปนาวุธข้ามทวีปอีกครั้ง หากการเจรจากับสหรัฐไม่สามารถบรรลุเป้าหมายภายในสิ้นปีนี้ ทางด้านนายสตีเฟน บีกัน ผู้แทนพิเศษของสหรัฐด้านเกาหลีเหนือ ได้เดินทางเยือนญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เป็นเวลา 5 วัน เพื่อเข้าหารือกับผู้แทนพิเศษจากเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ตลอดจนประสานงานในขั้นตอนต่างๆ เพื่อรับมือกับเกาหลีเหนือ นายบีกันกล่าวว่า เกาหลีเหนือรู้ว่าจะติดต่อเราอย่างไร พร้อมกับส่งสัญญาณว่าเขามีความตั้งใจที่จะติดต่อกับเกาหลีเหนือที่บริเวณชายแดนสองเกาหลี ทั้งนี้ หากนายบีกันประสบความสำเร็จในการจัดการประชุมกับเจ้าหน้าที่ของเกาหลีเหนือ ณ หมู่บ้านปันมุนจอม บริเวณชายแดนเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ก็จะนับเป็นการติดต่อกันครั้งแรกระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือ หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายจัดการประชุมระดับคณะทำงานในสวีเดนเมื่อเดือนต.ค.ที่ผ่านมา โดยการประชุมในครั้งนั้นสิ้นสุดลงโดยไม่มีการทำข้อตกลงใดๆ

“ทรัมป์”เผยมีการเจรจาที่ดีมากกับ”สี จิ้นผิง”เกี่ยวกับข้อตกลงการค้า

          ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความ ระบุว่า เขาได้มีการเจรจาที่ดีมากกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงเกี่ยวกับข้อตกลงการค้า “ผมได้มีการเจรจาที่ดีมากกับท่านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เกี่ยวกับข้อตกลงการค้าที่ยิ่งใหญ่ของเรา และจีนได้เริ่มต้นซื้อสินค้าเกษตรจำนวนมาก และสินค้าอื่นๆอีกมาก ขณะนี้เรากำลังจัดเตรียมพิธีลงนามอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ เรายังมีการหารือเกี่ยวกับเกาหลีเหนือ และฮ่องกง” ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ  สหรัฐและจีนยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของข้อตกลงการค้าเฟสแรก ส่วนจีนก็ไม่ได้เปิดเผยวงเงินในการซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐ ขณะที่สหรัฐระบุว่า จีนให้สัญญาว่าจะซื้อสินค้าเกษตรวงเงิน 4 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วงเวลา 2 ปี