พฤหัส. พ.ย. 21st, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 24 ต.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

ราคามีแนวโน้มที่จะทดสอบแนวต้าน 1,496 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถผ่านได้ให้แบ่งขายทำกำไร แต่ถ้าผ่านได้ให้รอขายบริเวณ 1,506 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขึ้นไป อย่างไรก็ตามหากไม่ผ่าน ประเมินแนวรับที่ 1,482-1,474 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,474 1,464 1,450  แนวต้าน : 1,496 1,506 1,519

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น  4.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนกรณี Brexit  หลังจากในวันอังคาร  สมาชิกสภาสามัญชนของอังกฤษลงมติ “เห็นชอบ” ต่อ Withdrawal Agreement Bill (WAB) ของนายจอห์นสัน นายกอังกฤษ แต่กลับมีมติ “ไม่เห็นชอบ” ต่อเรื่องของตารางเวลาที่รัฐบาลจะให้เวลาเพียง 3 วันในการผ่านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ Brexit  ทำให้เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า  อังกฤษจะไม่สามารถแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (EU) ตามกำหนดเดิมภายในวันที่ 31 ต.ค.  ส่งผลให้ EU จะต้องให้การอนุมัติขยายเส้นตาย Brexit ออกไปก่อน  นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงที่นายกอังกฤษอาจประกาศยุบสภา และจัดการเลือกตั้งใหม่อีกด้วย  แม้ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวจะกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  แต่การปรับตัวขึ้นของราคายังไม่มากนักเพราะนักลงทุนบางส่วนยังมองว่าท้ายที่สุดแล้วอังกฤษน่าจะสามารถหลีกเลี่ยง Brexit แบบไร้ข้อตกลงได้  ประกอบกับตลาดหุ้นสหรัฐยังแกว่งตัวในแดนบวก  ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำลง  -1.18 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป(ECB) คาดว่า ECB จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงิน  พร้อมกับติดตามการเปิดเผยตัวเลขยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน และดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการของสหรัฐ

จจัยทางเทคนิค :

ราคาขยับขึ้นแต่ก็มีแรงขายทำกำไรสลับออกมา ขณะที่ความผันผวนของราคาลดลงจากช่วงก่อนหน้า ซึ่งหากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือ 1,496-1,506 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ มีผลให้ราคาปรับตัวลงเพื่อสร้างฐานราคา โดยมีโอกาสเกิดแรงขายกลับลงมาซึ่งมีแนวรับในโซน 1,482-1,474 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

เน้นเก็งกำไรระยะสั้นได้ โดยแนะนำให้นักลงทุนรอจังหวะเข้าซื้อ หากราคาย่อตัวลงมาและไม่หลุดแนวรับ 1,482-1,474 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุน 1,464 ดอลลาร์ต่อออนซ์) และขายให้ทยอยทำกำไรหากราคาดีดตัวขึ้นไปทดสอบบริเวณแนวต้าน 1,496-1,506 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) เงินปอนด์ฟื้นตัว ขณะนักลงทุนจับตา Brexit, การประชุมเฟด  เงินปอนด์ฟื้นตัวขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (23 ต.ค.) ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ที่อังกฤษแยกตัวจากสหภาพยุโรป (Brexit) พร้อมกับจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า  เงินปอนด์ดีดตัวขึ้นแตะที่ระดับ 1.2904 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2882 ดอลลาร์ ขณะที่ยูโรขยับขึ้นสู่ระดับ 1.1127 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1123 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 0.6851 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6853 ดอลลาร์สหรัฐ  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.65 เยน จากระดับ 108.46 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9905 ฟรังก์ จากระดับ 0.9890 ฟรังก์ แต่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3077 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3097 ดอลลาร์แคนาดา
  • (+) “บิตคอยน์”ทรุดหนักต่ำสุด 4 เดือน ขณะคองเกรสซักฟอก”ซัคเคอร์เบิร์ก”  บิตคอยน์ดิ่งลงอย่างหนักในวันนี้ โดยทรุดตัวลงต่ำกว่าระดับ 7,400 ดอลลาร์ ขณะที่สภาคองเกรสกำลังทำการซักฟอกนายมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับแผนการเปิดตัว Libra ซึ่งเป็นสกุลเงินคริปโตของเฟซบุ๊ก  ณ เวลา 23.02 น.ตามเวลาไทย บิตคอยน์ร่วงลง 10.28% สู่ระดับ 7,365.23 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.  ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้เชิญนายซัคเคอร์เบิร์กเข้าให้การในวันนี้ ซึ่งทางคณะกรรมาธิการได้แสดงความกังวลว่า Libra อาจถูกใช้ในการฟอกเงิน และเป็นแหล่งเงินทุนสนับสนุนการก่อการร้าย  อย่างไรก็ดี นายซัคเคอร์เบิร์กกล่าวว่า Libra จะทำให้สหรัฐเป็นผู้นำทางการเงิน  “ขณะที่เรากำลังถกเถียงกันในเรื่องนี้ ประเทศอื่นๆก็ไม่ได้หยุดรอเรา โดยจีนเตรียมออกสกุลเงินคริปโตในลักษณะเดียวกันในเวลาอีกเพียงไม่กี่เดือน”  “Libra จะได้รับการหนุนหลังโดยดอลลาร์ และถ้าสหรัฐไม่มีนวัตกรรมทางด้านนี้ สถานะการเป็นผู้นำทางการเงินของเราก็จะถูกสั่นคลอน” เขากล่าว
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 45.85 จุด รับความหวังแนวโน้มธุรกิจเอกชนยังสดใส  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (23 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงมีมุมมองที่ดีต่อแนวโน้มธุรกิจของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างแคทเธอร์พิลลาร์ และโบอิ้ง แม้ทั้งสองบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่น้อยกว่าคาดก็ตาม ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการของบริษัทอื่นๆในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงไมโครซอฟท์ และฟอร์ด มอเตอร์  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,833.95 จุด เพิ่มขึ้น 45.85 จุด หรือ +0.17% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,004.52 จุด เพิ่มขึ้น 8.53 จุด หรือ +0.28% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,119.79 จุด เพิ่มขึ้น 15.50 จุด หรือ +0.19%
  • (-) “ทรัมป์”ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรตุรกี หลังตุรกีประกาศหยุดยิงต่อกองกำลังชาวเคิร์ด  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า เขาจะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อตุรกี หลังจากที่ตุรกีได้ทำการหยุดยิง และยุติการโจมตีกองกำลังชาวเคิร์ดทางตอนเหนือของซีเรีย “เราจะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร ยกเว้นเกิดบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้เราไม่สบายใจ” ปธน.ทรัมป์กล่าวที่ทำเนียบขาว ปธน.ทรัมป์ยังกล่าวว่า ตุรกีให้คำมั่นสัญญาว่า มาตรการหยุดยิงชั่วคราวในดินแดนดังกล่าว จะเป็นมาตรการหยุดยิงอย่างถาวร คำกล่าวของปธน.ทรัมป์มีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจากที่กองทัพรัสเซียได้เคลื่อนตัวไปยังทางตอนเหนือของซีเรียเพื่อให้การสนับสนุนการถอนตัวของกองกำลังชาวเคิร์ดออกจากบริเวณดังกล่าว ขณะที่ทหารรัสเซียจะลาดตระเวนตามแนวชายแดนระหว่างซีเรียและตุรกี