จันทร์. พ.ย. 18th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 24 ต.ค.62(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

ราคาทองคำขึ้นจากความไม่แน่นอนสถานการณ์ Brexit  

วันนี้ติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรป

ราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,480-1,500 ดอลลาร์

  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานปรับตัวขึ้น เนื่องจากความกังวลในสถานการณ์อังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยสมาชิกสภาสามัญชนของอังกฤษ ลงมติเห็นชอบต่อร่างกฎหมายการถอนตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรปของนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน แต่มีมติไม่เห็นชอบต่อตารางเวลาในการผ่านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ Brexit ซึ่งรัฐบาลให้เวลาเพียง 3 วัน ทำให้อังกฤษจะต้องยื่นเรื่องให้ EU ให้การอนุมัติขยายเส้นตาย Brexit ในวันที่ 31 ต.ค. ออกไป ทางด้านกองทุน SPDR ขายทองคำติดต่อกันเป็นวันที่ 2 อีก 1.18 เมื่อวาน
  • วันนี้ติดตามสถานการณ์อังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) การประชุมธนาคารกลางยุโรป และการแถลงของประธานธนาคารกลางยุโรป คืนนี้สหรัฐจะประกาศตัวเลขเศรษฐกิจหลายตัว โดยส่วนใหญ่คาดออกมาไม่ดี ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนก.ย. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการเดือนต.ค. ยอดขายบ้านใหม่เดือนก.ย.
  • ราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,480-1,500  ดอลลาร์ โดยราคาทองคำมีแนวรับที่ 1,480 ดอลลาร์ และแนวรับสำคัญ 1,474 ดอลลาร์ ซึ่งถ้าราคาทองคำปรับลงมาเข้าใกล้แนวรับ ดังกล่าวคาดว่าจะมีแรงซื้อเข้ามามาก ขณะที่มีแนวต้าน 1,500 ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,492.00 +4.30 1,480/1,474 1,500/1,510

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
21,450 +100 21,250/21,200 21,450/21,550

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
21,380 -60 21,360/21,320 21,580/21,700

เทรดดิ้งระยะสั้นแนะนำซื้อขายตามกรอบราคาทอง Spot ระหว่าง 1,480-1,500 ดอลลาร์ การเปิดสถานะซื้อเก็งกำไรการฟื้นตัวแนะนำเมื่อราคาทองคำ Spot ปรับลงมาที่ 1,480 ดอลลาร์ (GF 21,360 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,474 ดอลลาร์ (GF 21,320 บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

Close chg Support Resistance
1,492.90 -3.40 1,488/1,482 1,508/1,518

เทรดดิ้งระยะสั้นแนะนำซื้อขายตามกรอบราคา GOZ19 ระหว่าง 1,488-1,508 ดอลลาร์

ค่าเงินบาท

เงินบาทในวันนี้คาดมีแนวโน้มเคลื่อนไหวกรอบแคบ โดยนักลงทุนติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรป และสถานการณ์อังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดย USD Futures คาดจะมีแนวรับที่ 30.26 และ 30.24 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่  30.30 และ 30.33 บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ : เงินปอนด์ฟื้นตัว ขณะนักลงทุนจับตา Brexit, การประชุมเฟด

          เงินปอนด์ฟื้นตัวขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (23 ต.ค.) ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ที่อังกฤษแยกตัวจากสหภาพยุโรป (Brexit) พร้อมกับจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า  นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ Brexit อย่างใกล้ชิด หลังจากสมาชิกสภาล่างของอังกฤษลงมติเห็นชอบต่อร่างกฎหมายการถอนตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป หรือ Withdrawal Agreement Bill ของนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน แต่ในการลงมติต่อตารางเวลาในการผ่านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ Brexit ซึ่งรัฐบาลให้เวลาเพียง 3 วันนั้น สภาล่างมีมติไม่เห็นชอบต่อตารางเวลาดังกล่าว

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดบวก $8.2 เหตุวิตก Brexit หนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเป็นวันแรกในนรอบ 4 วันทำการเมื่อคืนที่ผ่านมา (23 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการที่อังกฤษแยกตัวจากสหภาพยุโรป (Brexit) นอกจากนี้ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังเป็นปัจจัยหนุนตลาดทองคำ   สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 8.2 ดอลลาร์ หรือ 0.55% ปิดที่ 1,495.7  ดอลลาร์/ออนซ์  สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 8 เซนต์ หรือ 0.5% ปิดที่ 17.58 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดพุ่ง $1.49 หลังสต็อกน้ำมันดิบร่วงเหนือความคาดหมาย

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือนเมื่อคืนที่ผ่านมา (23 ต.ค.) ขานรับสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐที่ปรับตัวลดลงสวนทางกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้รับแรงหนุนจากความหวังที่ว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) จะเพิ่มการปรับลดกำลังการผลิตในการประชุมเดือนธ.ค.นี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. พุ่งขึ้น 1.49 ดอลลาร์ หรือ 2.7% ปิดที่ 55.97 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย. สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 1.47 ดอลลาร์ หรือ 2.5% ปิดที่ 61.17 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย.

ตลาดหุ้นต่างประเทศ : ดาวโจนส์ปิดบวก 45.85 จุด รับความหวังแนวโน้มธุรกิจเอกชนยังสดใส

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (23 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงมีมุมมองที่ดีต่อแนวโน้มธุรกิจของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างแคทเธอร์พิลลาร์ และโบอิ้ง แม้ทั้งสองบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่น้อยกว่าคาดก็ตาม ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการของบริษัทอื่นๆในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงไมโครซอฟท์ และฟอร์ด มอเตอร์ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,833.95 จุด เพิ่มขึ้น 45.85 จุด หรือ +0.17% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,004.52 จุด เพิ่มขึ้น 8.53 จุด หรือ +0.28% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,119.79 จุด เพิ่มขึ้น 15.50 จุด หรือ +0.19%