อังคาร. เม.ย. 7th, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 24 ก.พ.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

หากราคาทองคำสามารถยืน 1,652-1,643 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ สามารถเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไร แต่หากราคาปรับตัวขึ้นให้จับตาแนวต้านโซน 1,675-1,682 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่ผ่านให้แบ่งขายทำกำไรบางส่วน แต่หากผ่านได้ให้ชะลอการขายออกไป

แนวรับ : 1,652 1,643 1,631 แนวต้าน : 1,682 1,694 1,703

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปรับตัวขึ้น 24.09  ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ +1.5%  และปิดตลาดในสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วยการทะยานขึ้น  +3.87% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นในรายสัปดาห์ที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. ปี 2019  โดยราคาทองคำได้รับปัจจัยหนุนหลัก 2 ประเด็น  ได้แก่  1.)  แรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐถูกเทขายจากการที่นักลงทุนปิดรับความเสี่ยง (Risk off) ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการระบาดของไวรัส Covid-19  หลังการเกิดการระบาดอย่างรวดเร็วทั้งในจีนและนอกประเทศจีน  โดยเฉพาะในเกาหลีใต้ที่มียอดรวมผู้ติดเชื้อพุ่งแตะ 556 ราย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 4 ราย เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าในวันเดียวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา  นอกจากนี้ยังมีรานงานจำนวนยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นในอีกหลายประเทศ  อาทิ  อิสราเอล  อิหร่านและอิตาลี  2.) การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์  หลังดัชนี PMI รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ จากมาร์กิตปรับตัวลงเกินคาดสู่ระดับ 49.6 ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 76 เดือน และบ่งชี้ว่า ภาคธุรกิจของสหรัฐประสบภาวะหดตัวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนต.ค.2013  ปัจจัยที่กล่าวมาหนุนทองคำให้ทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 7 ปีที่ 1,649.26 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างการซื้อขายของวันศุกร์  ขณะที่เช้านี้  ราคาทองคำบวกต่ออีก +2.2% แตะระดับ 1,679.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2013  สำหรับวันนี้ไม่มีกำหนดการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ 

จจัยทางเทคนิค :

หลังจากราคาดีดตัวขึ้นแรงจนทดสอบแนวต้านโซน 1,682 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากยังไม่สามารถผ่านได้ อาจเห็นแรงขายทำกำไรสลับเข้ามาค่อนข้างมาก ขณะที่ความผันผวนของราคาเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม  หากการอ่อนตัวลงของราคาไม่หลุดโซนแนวรับ 1,652-1,643 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ประเมินว่าเป็นการอ่อนตัวลงเพื่อสะสมแรงซื้ออีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

เข้าซื้อเพื่อทำกำไรหากราคาทองคำสามารถยืนเหนือโซนแนวรับ 1,652-1,643 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อหวังรอขายทำกำไรจากการดีดตัวขึ้นหากไม่ผ่านแนวต้านโซน 1,675-1,682 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยสถานะซื้อตัดขาดทุนหากราคาหลุด 1,643 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) IMF ลดคาดการณ์เศรษฐกิจจีนโตเหลือ 5.6% ปีนี้ จากผลกระทบโควิด-19  กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจของจีนในปี 2563 ลงสู่ระดับ 5.6% โดยลดลง 0.4% จากที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนม.ค. เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่  สำหรับผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกนั้น นางคริสตาลินา จอร์จีวา ผู้อำนวยการ IMF กล่าวในการประชุมรัฐมนตรีคลังกลุ่ม G20 ที่กรุงริยาดห์ ว่า “จากเส้นฐานปัจจุบันของเรานั้น เศรษฐกิจจีนอาจจะกลับสู่ภาวะปกติได้ในไตรมาสที่ 2 ด้วยเหตุนี้ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอาจไม่มากและไม่นาน”  ผู้อำนวยการ IMF ระบุว่า การเติบโตของเศรษฐกิจโลกอาจได้รับผลกระทบประมาณ 0.1%
  • (+) “มาร์กิต”เผยดัชนี PMI รวมภาคผลิต-บริการสหรัฐหดตัวครั้งแรกรอบกว่า 6 ปี จากพิษโควิด-19  ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 49.6 ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 76 เดือน จากระดับ 53.3 ในเดือนม.ค.  ดัชนี PMI อยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่า ภาคธุรกิจของสหรัฐประสบภาวะหดตัวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนต.ค.2556 หลังจากมีการขยายตัวยาวนานเกือบ 4 ปี  ดัชนี PMI ได้รับผลกระทบจากภาวะหดตัวของภาคบริการ ขณะที่ภาคการผลิตชะลอตัว โดยถูกกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
  • (+) ดอลล์อ่อนค่าเทียบสกุลเงินหลัก เหตุนลท.เทขายหลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐอ่อนแอ  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (21 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายดอลลาร์ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 111.61 เยน จากระดับ 112.04 เยน, อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9777 ฟรังก์ จากระดับ 0.9840 ฟรังก์ และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3208 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3262 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0857 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0789 ดอลลาร์, เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2973 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2880 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.6630 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6614 ดอลลาร์สหรัฐ  ส่วนดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.6% สู่ระดับ 99.2624 ในการซื้อขายเมื่อคืนนี้
  • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 227.57 จุด วิตกไวรัสโควิด-19,ข้อมูลศก.อ่อนแอฉุดตลาด  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (21 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ที่เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศจีนและในต่างประเทศ นอกจากนี้ การเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่บ่งชี้ถึงกิจกรรมทางธุรกิจเดือนก.พ.ที่อ่อนแอในสหรัฐ ได้กดดันตลาดด้วย  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,992.41 จุด ลดลง 227.57 จุด หรือ -0.78%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,337.75 จุด ลดลง 35.48 จุด หรือ -1.05% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,576.59 จุด ลดลง 174.38 จุด หรือ -1.79%
  • (+) เกาหลีใต้ยกระดับเตือนไวรัสโควิด-19 สู่ระดับสูงสุด หลังผู้ติดเชื้อพุ่งแตะ 556 ราย  ประธานาธิบดี มุน แจอิน ของเกาหลีใต้ ประกาศยกระดับการเตือนภัยจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สู่ระดับสูงสุด หลังจากที่จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว  ปธน.มุนได้ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลและทางการท้องถิ่น และได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายพยายามสูงสุดเพื่อควบคุมการระบาด  การยกระดับเตือนไวรัสของเกาหลีใต้มีขึ้น หลังจากที่ทางการเกาหลีใต้รายงานในวันนี้ว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เพิ่มอีก 123 ราย ส่งผลให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อในเกาหลีใต้ขณะนี้พุ่งแตะ 556 ราย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 4 ราย  สำนักข่าวยอนฮัปรายงานว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าในวันเดียวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยการติดเชื้อส่วนใหญ่เกิดขึ้นในกลุ่มประชาชนที่เข้าร่วมพิธีทางศาสนาในโบสถ์แห่งหนึ่งในเมืองแทกู ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 4 ของเกาหลี รวมทั้งผู้ติดเชื้อที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในบริเวณใกล้เคียง