ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 20, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 23 เม.ย.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เสี่ยงเปิดสถานะขายเมื่อราคาปรับตัวขึ้นมาใกล้แนวต้านโซน  1,718-1,720 ดอลลาร์ต่อออนซ์  หรือ หากรับความเสี่ยงได้ไม่มากอาจเลือกชะลอการลงทุนเพื่อรอดูทิศทางของราคา ขณะที่การไล่ซื้อควรคำนึงถึงความเสี่ยงหลังจากราคาปรับขึ้นมาค่อนข้างมาก

แนวรับ : 1,697 1,678 1,657 แนวต้าน : 1,720 1,739 1,754

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น  35.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ +2%  โดยราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่าน  หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทวีตข้อความระบุว่า ได้สั่งให้กองทัพเรือสหรัฐทำการยิงและทำลายเรือปืนของอิหร่านทุกลำ หากก่อให้เกิดอันตรายต่อเรือสหรัฐ ซึ่งท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเรือจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้แสดงท่าทีที่ยั่วยุและอันตรายขณะขับเข้าใกล้เรือยามฝั่งของสหรัฐในอ่าวเปอร์เซีย  นอกจากนี้ราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนเพิ่มจากแรงซื้อทองคำท่ามกลางการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางและรัฐบาลในหลายประเทศทั่วโลกจะเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งทางการเงินและการคลัง เพื่อเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจาก COVID-19 และเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจเหล่านั้นมีแนวโน้มจะเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำในระยะยาว  จึงมีแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะเมื่อราคามีการอ่อนตัวลง  อย่างไรก็ดี  ดัชนีดอลลาร์ยังคงแข็งค่าขึ้นจากแรงซื้อสกุลเงินปลอดภัย  แม้ว่าตลาดจะเริ่มมีเสถียรภาพและราคาน้ำมันจะฟื้นตัวขึ้นก็ตามจึงยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สกัดช่วงบวกของราคาทองคำ  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่ม +9.07 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน, ดัชนี PMIภาคการผลิตและบริการเบื้องต้นจากมาร์กิต และยอดขายบ้านใหม่ของสหรัฐ

จจัยทางเทคนิค :

วานนี้ราคาสร้างระดับสูงสุดใหม่จากวันก่อนหน้าได้ จึงเกิดแรงซื้อดันราคาขึ้นทดสอบกรอบแนวต้านแนวต้านโซน  1,718-1,720 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ซึ่งเป็นกรอบด้านบนของการแกว่งตัวในทิศทางอ่อนตัวลง หรือ Sideway Down หากราคาทองคำไม่สามารถขึ้นไปยืนได้ราคามีโอกาสอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับโซน 1,697 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากหลุดระดับดังกล่าว ราคาอาจอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับถัดไปที่ 1,678 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

แนะนำเปิดสถานะขายหากราคาไม่ผ่านแนวต้านโซน  1,718-1,720 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากผ่าน 1,720 ดอลลาร์ต่อออนซ์) หากรับความเสี่ยงได้น้อยหรือราคาไม่หลุดโซน 1,697 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ให้ทยอยเข้าซื้อคืน แต่หากหลุดสามารถเปิดสถานะขายเพิ่มหรือถือสถานะขายต่อ

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) “ทรัมป์”สั่งกองทัพเรือสหรัฐทำลายเรืออิหร่าน หากก่อให้เกิดอันตราย  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความในวันนี้ ระบุว่า เขาได้สั่งให้กองทัพเรือสหรัฐให้ทำการยิงและทำลายเรือปืนของอิหร่านทุกลำ หากมีท่าทีก่อให้เกิดอันตรายต่อเรือสหรัฐ  คำสั่งของปธน.ทรัมป์มีขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังจากที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐรายงานว่า เรือจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้แสดงท่าทีที่ยั่วยุและอันตราย ขณะขับเข้าใกล้เรือยามฝั่งของสหรัฐในอ่าวเปอร์เซีย 
  • (+) อิหร่านยิงดาวเทียมทางทหารดวงแรกขึ้นสู่วงโคจรวันนี้   สำนักข่าว IRNA ของทางการอิหร่าน รายงานว่า อิหร่านได้ยิงดาวเทียม Noor ขึ้นสู่วงโคจรในวันนี้ โดยโคจรเหนือโลกเป็นระยะทาง 425 กิโลเมตร  ทั้งนี้ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) เป็นหน่วยงานที่ส่งดาวเทียม Noor ขึ้นไป ซึ่งถือเป็นดาวเทียมทางทหารดวงแรกของอิหร่าน และคาดว่าจะสร้างความตึงเครียดมากขึ้นต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและอิหร่าน 
  • (+) รองประธานคณะเสนาธิการร่วมสหรัฐเชื่อ”คิม จอง อึน”ยังกุมอำนาจเบ็ดเสร็จในเกาหลีเหนือ  พลอากาศเอกจอห์น ไฮเทน ซึ่งเป็นรองประธานคณะเสนาธิการร่วมสหรัฐ กล่าวว่า เขาเชื่อว่านายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ยังคงกุมอำนาจเบ็ดเสร็จทางทหารในเกาหลีเหนือ   “ผมเชื่อว่าเขายังคงกุมอำนาจด้านนิวเคลียร์ และกองทัพในเกาหลีเหนือ” พลอากาศเอกไฮเทนกล่าว และตั้งข้อสังเกตว่ายังไม่มีข่าวกรองที่จะยืนยันหรือปฏิเสธข่าวที่ว่า นายคิมได้รับการผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจเมื่อไม่นานมานี้ และเขาอาจกลายเป็นบุคคลทุพพลภาพ หลังการผ่าตัด
  • (-) ดอลล์แข็งเทียบยูโร,ฟรังก์ รับความหวังสภาผู้แทนฯสหรัฐไฟเขียวมาตรการเยียวยา  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโรและฟรังก์สวิส ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (22 เม.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนคาดหวังว่า สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐจะอนุมัติมาตรการวงเงินเกือบ 5 แสนล้านดอลลาร์เพื่อเยียวยาธุรกิจขนาดเล็กที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ภายในสัปดาห์นี้ หลังจากวุฒิสภาสหรัฐได้ลงมติผ่านร่างมาตรการดังกล่าวไปแล้วเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา  ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9721 ฟรังก์ จากระดับ 0.9699 ฟรังก์ แต่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.71 เยน จากระดับ 107.77 เยน ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0820 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0853 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2315 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2281 ดอลลาร์
  • (-) “ทรัมป์”ลงนามบังคับใช้มาตรการห้ามผู้อพยพเข้าสหรัฐชั่วคราว หวั่นแย่งงานชาวอเมริกัน  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐลงนามในคำสั่งพิเศษของประธานาธิบดี (Executive Order) เพื่อบังคับใช้มาตรการห้ามไม่ให้มีการอพยพถิ่นฐานเข้าสู่สหรัฐเป็นการชั่วคราว โดยหวังที่จะปกป้องตำแหน่งงานให้กับชาวอเมริกันที่ตกงานในช่วงเวลาที่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  ปธน.ทรัมป์กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวในวันพุธตามเวลาสหรัฐว่า “เพื่อเป็นการปกป้องแรงงานชาวอเมริกัน ผมจึงได้ลงนามบังคับใช้มาตรการห้ามไม่ให้มีการอพยพถิ่นฐานเข้าสู่สหรัฐเป็นการชั่วคราว ทั้งนี้ก็เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า แรงงานชาวอเมริกันทุกคนที่ตกงานจะเป็นกลุ่มแรกที่ได้งานทำเมื่อเราทำการเปิดเศรษฐกิจอีกครั้ง”
  • (+/-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 456.94 จุด รับราคาน้ำมันฟื้นตัว,คาดสภาผู้แทนฯสหรัฐไฟเขียวมาตรการเยียวยา  ดัชนีดาวโจนส์ปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (22 เม.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของราคาน้ำมัน รวมทั้งความหวังที่ว่า สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐจะอนุมัติมาตรการวงเงินเกือบ 5 แสนล้านดอลลาร์เพื่อเยียวยาธุรกิจขนาดเล็กที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ภายในสัปดาห์นี้ หลังจากวุฒิสภาสหรัฐได้ลงมติผ่านร่างมาตรการดังกล่าวไปแล้วเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา  ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 23,475.82 จุด เพิ่มขึ้น 456.94 จุด หรือ +1.99% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,799.31 จุด เพิ่มขึ้น 62.75 จุด หรือ +2.29% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,495.38 จุด เพิ่มขึ้น 232.15 จุด หรือ +2.81%