ข้ามไปยังทูลบาร์
ตุลาคม 23, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 23 ก.ย.63(ภาคเช้า) by HGF

Spread the love


โดย  : 
บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

ทองคำปรับลงต่อเนื่อง จากเงินดอลลาร์แข็งค่าสุดในรอบเกือบ 2 เดือน 

คืนนี้ติดตามการแถลงของประธานเฟดต่อสภาคองเกรสเป็นวันที่ 2

แนวโน้มราคาทองคำคาดฟื้นตัว

  • ราคาทองคำ Spotเมื่อวานปรับลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 เนื่องจากเงินดอลลาร์แข็งค่าอย่างต่อเนื่องและแข็งค่าสุดในรอบเกือบ 2 เดือน จากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของมาตรการล็อกดาวน์ในยุโรปเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19    ส่วนประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)แถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังมีความไม่แน่นอน เฟดจะใช้เครื่องมือทั้งหมดที่มีอยู่ในขณะนี้เพื่อพยุงเศรษฐกิจสหรัฐให้ฟื้นตัวจากผลกระทบของแพร่ระบาดของโควิด-19 ทางด้านกองทุน SPDRGold Trust ขายทองคำ 0.59 ตันเมื่อวาน
  • วันนี้ติดตามการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน คาดการณ์ว่าจะตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่เดิม 0.50%  ส่วนคืนนี้ติดตามการแถลงของประธานเฟดต่อสภาคองเกรสเป็นวันที่ 2 โดยเป็นการแถลงต่อคณะอนุกรรมการประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ คาดว่าเนื้อหาไม่ได้แตกต่างจากที่แถลงในคืนแรก นอกจากนี้คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการเดือนก.ย. ตลาดคาดจะลดลงสู่ระดับ 52.5 และ 54.5 ตามลำดับ
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดเริ่มฟื้นตัว โดยมีแนวต้าน 1,920 ดอลลาร์ และ 1,940 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1,895ดอลลาร์และ1,882 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,899.80-12.31,895/1,8821,920/1,940

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
28,300-30028,200/28,00028,500/28,750

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
28,530-17028,350/28,18028,700/28,950

แนะนำซื้อเก็งกำไรที่ราคาทองคำ Spot1,895-1,900 ดอลลาร์ (GF28,350 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,882ดอลลาร์ (GF 28,180 บาท)

การลงทุนในทองแท่ง แนะนำทยอยซื้อสะสมที่ราคาทองคำ Spot 1,895-1,900 ดอลลาร์ และ 1,882 ดอลลาร์

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์\

ClosechgSupportResistance
1,919.30-19.101,900/1,8871,925/1,945

แนะนำซื้อเก็งกำไรที่ราคาGOZ201,900 ดอลลาร์โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,887ดอลลาร์

เงินบาท

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดอ่อนค่าลงวันนี้ติดตามการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินโดยเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของมาตรการล็อกดาวน์ในยุโรปเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งUSD Futures เดือนธ.ค.63คาดจะมีแนวรับที่ 31.30บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 31.50 บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ: ดอลล์แข็งค่าเหตุวิตกล็อกดาวน์หนุนแรงซื้อสกุลเงินปลอดภัย

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (22 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงเดินหน้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัยท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของมาตรการล็อกดาวน์ในยุโรปเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมทั้งความกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทระหว่างสหรัฐและจีนดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงินเพิ่มขึ้น 0.36% แตะที่ระดับ 93.9916 เมื่อคืนนี้

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ: ทองปิดลบ 3 ดอลลาร์เหตุเงินดอลล์แข็งค่าต่อเนื่อง

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (22 ก.ย.) โดยได้รับแรงกดดันจากสกุลเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่องนอกจากนี้ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐยังส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัยสัญญาทองคำตลาดCOMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 3 ดอลลาร์หรือ 0.16% ปิดที่ 1,907.6 ดอลลาร์/ออนซ์สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 13.6 เซนต์หรือ 0.56% ปิดที่ 24.523 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ:น้ำมันWTI ปิดบวก 29 เซนต์รับคาดการณ์สต็อกน้ำมันดิบร่วง

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (22 ก.ย.) ขานรับการคาดการณ์ที่ว่าสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐจะปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สองอย่างไรก็ดีช่วงบวกของราคาน้ำมันถูกสกัดด้วยความวิตกกังวลที่ว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมันสัญญาน้ำมันดิบWTI ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 29 เซนต์หรือ 0.7% ปิดที่ 39.60 ดอลลาร์/บาร์เรลโดยสัญญาน้ำมันเดือนต.ค.ได้ครบกำหนดส่งมอบแล้วในวันอังคารที่ 22 ก.ย.  สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 28 เซนต์หรือ 0.7% ปิดที่ 41.72 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ:แรงซื้อหุ้นเทคโนฯหนุนดาวโจนส์ปิดบวก 140.48 จุด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (22 ก.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีนำโดยหุ้นแอมะซอนดอทคอมที่ทะยานขึ้นเกือบ 5.7% นอกจากนี้ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากแรงช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากตลาดหุ้นนิวยอร์กร่วงลงอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมาขณะที่นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของนายเจอโรมพาวเวลประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะแถลงต่อสภาคองเกรสในสัปดาห์นี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,288.18 จุดเพิ่มขึ้น 140.48 จุดหรือ +0.52% ขณะที่ดัชนีNasdaq ปิดที่  10,963.64 จุดเพิ่มขึ้น 184.84 จุดหรือ +1.71% ส่วนดัชนีS&P500 ปิดที่ 3,315.57 จุดเพิ่มขึ้น 34.51 จุดหรือ +1.05%

ร่างแถลงการณ์”พาวเวล”ชี้เฟดพร้อมใช้ทุกเครื่องมือเพื่อหนุนเศรษฐกิจสหรัฐ

นายเจอโรมพาวเวลประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังฟื้นตัวแต่อาจต้องใช้เวลาอีกนานกว่าที่จะฟื้นตัวอย่างเต็มที่จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19      “มีสัญญาณหลายอย่างบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวแต่ทั้งตัวเลขการจ้างงานและกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าก่อนช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 และทิศทางเศรษฐกิจในวันข้างหน้ายังคงไม่แน่นอนสูงมาก” พาวเวลระบุในร่างแถลงการณ์ซึ่งส่งให้กับสื่อมวลชนก่อนที่จะแถลงอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมาธิการด้านการเงินแห่งสภาผู้แทนราษฎรในวันอังคารตามเวลาสหรัฐนายพาวเวลกล่าวว่าเฟดยังคงมุ่งมั่นที่จะใช้เครื่องมือทั้งหมดที่มีอยู่ในขณะนี้เพื่อพยุงเศรษฐกิจสหรัฐให้ฟื้นตัวจากผลกระทบของโรคโควิด-19 ที่แพร่ระบาดและเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าเครื่องมือเหล่านี้จะช่วยให้เศรษฐกิจสามารถฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งและลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจนายพาวเวลได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นของการใช้นโยบายทั้งในด้านการเงินและการคลังเพื่อป้องกันไม่ให้การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจในระยะยาว

สหรัฐไฟเขียว “อินเทล” ส่งสินค้าป้อน “หัวเว่ย” แม้สัมพันธ์จีนตึงเครียด

บริษัทอินเทลคอร์ปแถลงว่าอินเทลได้รับใบอนุญาตจากรัฐบาลสหรัฐให้ยังคงจัดหาสินค้าให้กับบริษัทหัวเว่ยเทคโนโลยี่ของจีนการเปิดเผยของอินเทลสอดคล้องกับที่หนังสือพิมพ์ไชน่าซิเคียวริตีส์เจอร์นัลของรัฐบาลจีนรายงานในสัปดาห์นี้ว่าอินเทลได้รับอนุญาตจากรัฐบาลสหรัฐให้จัดหาสินค้าให้กับหัวเว่ยทั้งนี้การที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีนเป็นไปอย่างตึงเครียดมากที่สุดในรอบหลายสิบปีทำให้สหรัฐพยายามกดดันให้รัฐบาลทั่วโลกบีบหัวเว่ยโดยรัฐบาลสหรัฐมองว่าหัวเว่ยเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของสหรัฐและเชื่อว่าอุปกรณ์ของหัวเว่ยอาจถูกใช้เพื่อทำการจารกรรมข้อมูลทางไซเบอร์ขณะที่หัวเว่ยปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

อินเดียลุ้นผลทดสอบวัคซีนต้านโควิดปลายปีนี้คาดใช้ได้เร็วสุดช่วงครึ่งปีหน้า

ศาสตราจารย์กากันดีปคังผู้เชี่ยวชาญด้านจุลชีววิทยาแห่งวิทยาลัยการแพทย์Christian Medical College ของอินเดียและหนึ่งในคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยวัคซีนของWHO เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่าอินเดียอาจได้ใช้วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ภายในต้นปี 2564   ศาสตราจารย์กากันดีปกล่าวว่าภายในสิ้นปีนี้เราจะมีข้อมูลที่บอกได้ว่าวัคซีนใดจะใช้ได้ผลและไม่ได้ผลบ้างหากผลการทดสอบวัคซีนเป็นที่น่าพอใจภายในช่วงปลายปีนี้เราก็จะพิจารณาเลือกวัคซีนจำนวนหนึ่งที่มีประสิทธิภาพมากพอที่จะนำมาใช้ได้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 และคาดว่าจะมีวัคซีนใช้ได้มากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังอย่างไรก็ดีการนำวัคซีนออกมาใช้ได้อย่างปลอดภัยกับประชาชนกว่า 1.3 พันล้านคนนั้นถือเป็นความท้าทายใหญ่ในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 ซึ่งศาสตราจารย์กากันดีปกล่าวว่าวัคซีนชนิดใดก็ตามที่อยู่ในช่วงการทดลองระยะที่ 3 ไม่ว่าจะวิจัยในประเทศหรือทดสอบโดยบริษัทยาฝั่งตะวันตกก็มีโอกาสประสบความสำเร็จเพียง 50%

นักวิเคราะห์เชื่อเศรษฐกิจจีนฟื้นตัวจากวิกฤติโควิด-19 ได้แข็งแกร่ง

นายจิมโอนีลอดีตหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของโกลด์แมนแซคส์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนจะฟื้นตัวจากวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้อย่างแข็งแกร่งนอกจากนี้นายโอนีลยังมองว่าเศรษฐกิจจีนจะฟื้นตัวจนเป็นปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญต่อเศรษฐกิจโลกด้วยก่อนหน้านี้ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เปิดเผยรายงานระบุว่าจีนเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่เศรษฐกิจขยายตัวสวนทางภูมิภาคโดยคาดว่าGDP จีนจะขยายตัว 1.8% ในปีนี้และ 7.7% ในปีหน้าโดยได้แรงหนุนจากการดำเนินมาตรการด้านสาธารณสุขที่ประสบความสำเร็จ