ข้ามไปยังทูลบาร์
ตุลาคม 23, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 23 ก.ย.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นเก็งกำไรในกรอบในทิศทางอ่อนตัวลง โดยเสี่ยงเปิดสถานะขายในโซน 1,915-1,920 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เข้าซื้อคืนเพื่อทำกำไร หากราคายืนเหนือโซน 1,882 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากหลุดชะลอการเข้าคืนไปโซนแนวรับถัดไป 1,862 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,882 1,862 1,837  แนวต้าน : 1,920 1,937 1,955

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 10.58  ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำยังตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจากปัจจัยหลักเดิม  ได้แก่  การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์  ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้น +0.35% แตะระดับสูงสุดรอบเกือบ 8 สัปดาห์โดยได้รับแรงหนุนจากถ้อยแถลงของนายชาร์ลส์ อีแวนส์ ประธานเฟดสาขาชิคาโก  ที่ถึงแม้นายอีแวนส์จะบุว่า  เศรษฐกิจสหรัฐอาจเผชิญความเสี่ยงที่จะฟื้นตัวล่าช้า หรืออาจเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย หากคองเกรสไม่สามารถอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังรอบใหม่ได้  อย่างไรก็ดี  นายอีแวนส์ กลับมีมุมมองในเชิงสนับสนุนการคุมเข้มนโยบายการเงิน (Hawkish) ด้วยการระบุว่า เฟด  “สามารถเริ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ก่อนที่จะเริ่มมีเงินเฟ้อเฉลี่ยที่ระดับ 2%” และเขาไม่คาดว่าเฟดจะเพิ่มวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามมาตรการ QE ในเร็วๆนี้  นอกจากนี้  สกุลเงินดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนเพิ่มจากการอ่อนค่าของเงินยูโรและปอนด์ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับยอดผู้ติดCOVID-19 ที่พุ่งขึ้นในประเทศต่างๆ เช่น ฝรั่งเศส, สเปนและอังกฤษอีกด้วย  ปัจจัยที่กล่าวมากดดันให้ราคาทองคำร่วงแตะ 1,894.06 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แต่ก็มีแรงซื้อ Buy the dip เข้ามาพยุงราคาไว้ทำให้ราคายังสามารถปิดตลาดเหนือระดับ 1,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำลดลง -0.59 ตัน  สำหรับวันนี้  ติดตามการเปิดเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการของสหรัฐ รวมไปถึง Testimony วันที่ 2 ของนายพาวเวลล์ ประธานเฟด และถ้อยแถลงนางลอเรตตา เมสเตอร์ ประธานเฟดสาขา คลีฟแลนด์

จจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำทดสอบแนวต้านที่ 1,915-1,920 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ยังไม่สามารถผ่านได้ บ่งชี้ว่า แรงขายยังคงอยู่ในระดับสูงซึ่งราคาอาจอ่อนตัวลง อย่างไรก็ตามหากการอ่อนลงของราคาไม่หลุดโซนแนวรับระยะสั้นอยู่ที่ 1,882 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ยังมีโอกาสราคาดีดตัวขึ้นแต่หากหลุดประเมินแนวรับถัดไปโซน 1,862 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ระดับต่ำสุดของเดือนสิงหาคม)

กลยุทธ์การลงทุน :

หากรับความเสี่ยงได้หาจังหวะเปิดสถานะขายเพื่อลงทุนระยะสั้น บริเวณ 1,915-1,920 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่านได้ชะลอไปที่แนวต้านถัดไปโซน 1,937-1,955  และตัดขาดทุนหากผ่าน 1,955 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แล้วปิดสถานะขายเพื่อทำกำไรหากราคาไม่หลุดแนวรับ 1,882-1,862 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) สหรัฐเผยยอดขายบ้านมือสองเพิ่มขึ้น 2.4% ในเดือนส.ค.  สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสองเพิ่มขึ้น 2.4% ในเดือนส.ค. หลังจากพุ่งขึ้น 24.7% ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นการทะยานขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่ที่มีการรวบรวมข้อมูลในปี 2511
  • (+) ผู้ว่าฯแบงก์ชาติอังกฤษยัน BoE ไม่ได้ส่งสัญญาณใช้ดอกเบี้ยติดลบ  นายแอนดรูว์ เบลีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) กล่าวยืนยันในวันนี้ว่า แถลงการณ์ในการประชุมครั้งล่าสุดของ BoE ไม่ได้ส่งสัญญาณว่า BoE จะมีการใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ  “แถลงการณ์ไม่ได้บ่งชี้ความเป็นไปได้ที่เราจะใช้เครื่องมือนโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ” นายเบลีย์กล่าว
  • (+) โควิด-19 คร่าชีวิตชาวอเมริกันมากกว่าทหารสหรัฐตายในสงครามโลกครั้งที่ 1  มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ รายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐพุ่งขึ้นทะลุ 200,000 รายแล้ว โดยอยู่ที่ 200,005 รายในวันนี้  ทั้งนี้ จำนวนผู้เสียชีวิตในสหรัฐได้เพิ่มขึ้น 2 เท่าในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา หลังจากที่มีผู้เสียชีวิต 100,000 รายในช่วง 4 เดือนแรกของการแพร่ระบาด  นอกจากนี้ ผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐมีจำนวนมากกว่าทหารสหรัฐที่ได้เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 1 รวมกับสงครามในเวียดนาม
  • (-) นายกฯอังกฤษใช้ไม้นวมจัดการโควิด ยังไม่ประกาศล็อกดาวน์ประเทศรอบ 2 นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวต่อรัฐสภาอังกฤษในวันนี้ว่า อังกฤษกำลังถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ซึ่งเขาจะต้องดำเนินการในขณะนี้เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  อย่างไรก็ดี นายจอห์นสันปฏิเสธที่จะประกาศมาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศอย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งที่ 2 เหมือนที่เคยดำเนินการในเดือนมี.ค.  “เรากำลังทำการตัดสินใจ และใช้มาตรการที่เหมาะสม เพื่อสร้างความสมดุลต่อการรักษาชีวิตประชาชน รวมทั้งปกป้องการจ้างงานและการดำเนินชีวิตของประชาชน” นายจอห์นสันกล่าว  ในการแถลงต่อรัฐสภาในวันนี้ นายจอห์นสันได้กล่าวถึงมาตรการที่รัฐบาลแนะนำให้ประชาชนปฏิบัติเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งได้แก่ การให้ประชาชนทำงานจากที่บ้าน หากสามารถทำได้, ผับและร้านอาหารจะต้องปิดร้านตั้งแต่เวลา 22.00 น. โดยเริ่มตั้งแต่วันพฤหัสบดีนี้, ประชาชนห้ามรวมกลุ่มกันมากกว่า 6 คน, มีการกำหนดสถานที่มากขึ้นที่บังคับให้ประชาชนจะต้องสวมหน้ากากอนามัย และมีการกำหนดบทลงโทษสำหรับภาคธุรกิจและประชาชนที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาล
  • (+/-) แรงซื้อหุ้นเทคโนฯหนุนดาวโจนส์ปิดบวก 140.48 จุด  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (22 ก.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี นำโดยหุ้นแอมะซอนดอทคอมที่ทะยานขึ้นเกือบ 5.7% นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากแรงช้อนซื้อเก็งกำไร หลังจากตลาดหุ้นนิวยอร์กร่วงลงอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะแถลงต่อสภาคองเกรสในสัปดาห์นี้  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,288.18 จุด เพิ่มขึ้น 140.48 จุด หรือ +0.52% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,963.64 จุด เพิ่มขึ้น 184.84 จุด หรือ +1.71% ส่วนดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,315.57 จุด เพิ่มขึ้น 34.51 จุด หรือ +1.05%
  • (+/-) ปธ.เฟดชิคาโกชี้ศก.สหรัฐอาจถดถอย หากคองเกรสไม่อนุมัติมาตรการกระตุ้นศก. นายชาร์ลส์ อีแวนส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาชิคาโก กล่าวว่า สหรัฐเผชิญความเสี่ยงที่จะมีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ล่าช้า หรืออาจเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย หากสภาคองเกรสไม่สามารถอนุมัติมาตรการทางการคลังในการเยียวยาชาวอเมริกันที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  นายอีแวนส์คาดว่าอัตราว่างงานในสหรัฐจะปรับตัวลงสู่ระดับ 5.5% ในปลายปีหน้า  นายอีแวนส์ยังระบุว่า เขาไม่คาดว่าเฟดจะเพิ่มวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในเร็วๆนี้
  • (+/-) “พาวเวล”เผยเศรษฐกิจสหรัฐยังมีความไม่แน่นอน ขณะเฟดพร้อมหนุนการฟื้นตัว  นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ได้เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐในวันนี้เกี่ยวกับการดำเนินการของเฟดและรัฐบาลสหรัฐในการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  นายพาวเวลกล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐกำลังฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่อาจจะต้องใช้เวลาอีกนานกว่าที่จะฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่  นายพาวเวลยังระบุว่า เฟดยังคงมุ่งมั่นที่จะใช้เครื่องมือทั้งหมดที่มีอยู่เพื่อพยุงเศรษฐกิจสหรัฐให้ฟื้นตัวจากผลกระทบของโควิด-19 ที่แพร่ระบาดในขณะนี้ และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า เครื่องมือเหล่านี้จะช่วยให้เศรษฐกิจสามารถฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง และลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจ  ขณะเดียวกัน นายพาวเวลได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการใช้นโยบายทั้งในด้านการเงินและการคลัง เพื่อป้องกันไม่ให้การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจในระยะยาว