ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 22, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 22 เม.ย.63 (ภาคบ่าย) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,657 1,642 1,620

แนวต้าน : 1,716 1,739 1,754

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  ผู้นำของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF), กองทุนการเงินอาหรับ, กลไกเสถียรภาพยุโรป และกลุ่มการเงินระดับภูมิภาคอื่นๆ เห็นพ้องกันในการร่วมมือกันเพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและการเงินจากการระบาดของโควิด-19 ขณะที่คณะรัฐมนตรีจีนตัดสินใจลดข้อกำหนดสัดส่วนเงินสำรองสำหรับหนี้เสียสำหรับธนาคารขนาดกลางและเล็ก 20% เป็นการชั่วคราว ทั้งนี้ ความหวังว่ารัฐบาลของกลุ่มประเทศต่างๆ จะเร่งการออกแผนกระตุ้นทางการเงินและการคลังเพิ่มเติมเพื่อพยุงเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 แนวโน้มดังกล่าว กดดันดอลลาร์ให้อ่อนตัวลง จนหนุนราคาทองคำฟื้นตัวขึ้น อย่างไรก็ตามราคาทองคำปรับตัวขึ้นได้ไม่มาก เนื่องจากประเด็นดังกล่าวกระตุ้นการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงด้วยเช่นกัน ทำให้ในระยะสั้นราคาจึงมีการแกว่งตัวตามข่าวที่เข้ามากระทบ แนะนำว่าหากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือบริเวณ 1,703-1,716  ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง ราคาทองคำอาจมีโอกาสปรับตัวลงทดสอบแนวรับบริเวณ 1,657 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำให้นักลงทุนควรเน้นไปที่การเข้าซื้อขายทำกำไรระยะสั้น

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: หากราคาทองคำยังไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,703-1,716 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจทำให้เกิดการอ่อนตัวลงของราคา โดยประเมินแนวรับบริเวณที่ 1,657 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากสามารถยืนเหนือโซนแนวรับดังกล่าวได้ก็จะเห็นการดีดตัวขึ้นระยะสั้นอีกครั้งโดยราคาจะแกว่งตัวเหมือนช่วงที่ผ่านมา

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position แนะนำให้ทยอยขายทำกำไรตามบริเวณแนวต้าน 1,703-1,716 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากมีสถานะอยู่แล้วอาจชะลอการลงทุนเพิ่มถ้าราคาไม่อ่อนตัวลง

Short Position ปิดสถานะหากราคายังสามารถยืนเหนือแนวรับโซน 1,657 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดโซนดังกล่าวสามารถรอทำกำไรบริเวณ แนวรับถัดไปที่ 1,642 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New สำหรับนักลงทุนระยะสั้นยังเน้นให้เก็งกำไรจากการแกว่งตัว โดยรอจังหวะเปิดสถานะขายเมื่อราคาดีดตัวขึ้นไม่ผ่านแนวต้านบริเวณแนวต้าน 1,703-1,716 ดอลลาร์ต่อออนซ์(ตัดขาดทุนหากราคาผ่าน 1,716 ดอลลาร์ต่อออนซ์) และ ซื้อคืนเมื่อราคาอ่อนตัวลงไม่หลุดบริเวณแนวรับ 1,657 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากหลุดชะลอการเข้าซื้อคืนไปที่แนวรับถัดไป

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) ผลสำรวจซีอีโอทั่วโลกคาดเศรษฐกิจจะถดถอยแบบรูปตัวยูจากผลกระทบโควิด-19  องค์กรผู้นำระดับโลกที่เกิดจากการรวมตัวของผู้บริหารกว่า 29,000 คนใน 130 ประเทศ เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นของซีอีโอหลายพันคนทั่วโลกบ่งชี้ว่า ผู้นำธุรกิจทั่วโลกกำลังเตรียมรับมือกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยแบบรูปตัวยู อันเนื่องมาจากผลกระทบของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) และซีอีโอจำนวนมากกังวลว่า บริษัทของพวกเขาอาจจะไม่รอดพ้นจากผลกระทบของโรคระบาดดังกล่าว  YPO จัดทำการสำรวจซีอีโอ 3,534 คนจาก 109 ประเทศในระหว่างวันที่ 15-19 เม.ย. โดยซีอีโอประมาณ 60% กำลังเตรียมพร้อมรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจแบบรูปตัวยู ซึ่งจะใช้ระยะเวลานานระหว่างการถดถอยและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ขณะที่ 22% คาดว่าจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยซ้ำซ้อน (double-dip recession) ซึ่งเป็นภาวะที่เศรษฐกิจถดถอย ต่อมาฟื้นตัว และกลับไปถดถอยอีกครั้ง  ภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดได้แก่ธุรกิจสถานบริการและร้านอาหาร โดยผู้บริหาร 41% จากธุรกิจดังกล่าวระบุว่า ธุรกิจของพวกเขามีความเสี่ยงที่จะต้องปิดกิจการ ขณะที่ผู้บริหาร 30% ในอุตสาหกรรมการบิน และ 19% ในอุตสาหกรรมค้าส่งและค้าปลีกต่างก็กังวลว่า พวกเขาอาจต้องยุติการดำเนินธุรกิจด้วยเช่นกัน  ทั้งนี้ มีบางอุตสาหกรรมที่รายงานรายได้เพิ่มขึ้นท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 เช่น บริษัทผลิตในภาคการเกษตร, โรงงาน, เหมืองแร่ และสาธารณูปโภค  อย่างไรก็ตาม ซีอีโอส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า สถานการณ์ต่างๆ จะย่ำแย่ลง ก่อนที่จะฟื้นตัวดีขึ้น
  • (+) IMF,กลุ่มการเงินระดับภูมิภาคเห็นชอบร่วมสนับสนุนทางการเงินรับมือโควิด-19 ระบาด  ผู้นำของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF), กองทุนการเงินอาหรับ, กลไกเสถียรภาพยุโรป และกลุ่มการเงินระดับภูมิภาคอื่นๆ เห็นพ้องกันเมื่อวานนี้ในการร่วมมือกันเพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและการเงินจากการระบาดของโควิด-19  ในแถลงการณ์ร่วมที่ออกหลังการประชุมทางไกล เจ้าหน้าที่ระบุว่า พวกเขาเห็นพ้องที่จะร่วมกันอำนวยความสะดวกในการจัดหาเงินทุนเพื่อรองรับความต้องการของสมาชิก  “เรายังคงยืนยันต่อพันธสัญญาอย่างแน่วแน่ว่า จะร่วมงานกันอย่างใกล้ชิดตามขอบเขตอำนาจและนโยบายขององค์กรเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับความจำเป็นของสมาชิกของเราและเพื่อประสานความช่วยเหลือทั่วภูมิภาคอื่นๆของโลก”
  • (+) จีนเตรียมลดสัดส่วนเงินสำรองหนี้เสียสำหรับธนาคารขนาดเล็ก  สถานีโทรทัศน์ของทางการจีนรายงานอ้างอิงการประชุมของคณะรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียงเป็นประธานเมื่อวานนี้ว่า คณะรัฐมนตรีจีนตัดสินใจลดข้อกำหนดสัดส่วนเงินสำรองสำหรับหนี้เสียสำหรับธนาคารขนาดกลางและเล็ก 20% เป็นการชั่วคราว  ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ธนาคารมีเงินทุนมากขึ้นในการปล่อยเงินกู้แก่บริษัทขนาดเล็กและกลางที่ประสบความยากลำบาก ท่ามกลางความท้ายทายทางเศรษฐกิจที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน  นอกจากนั้น จีนจะขยายการครอบคลุมของประกันการว่างงานเพื่อลดผลกระทบของโควิด-19
  • (+) นักเศรษฐศาสตร์คาดเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มฟื้นตัวในรูปแบบ”U”  ภาวะเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐจากการระบาดของโควิด-19 จะรุนแรงกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้ โดยนักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากขึ้นในผลสำรวจภาคเอกชนในสัปดาห์ที่ผ่านมาคาดการณ์ถึงการฟื้นตัวในแบบ “U” มากกว่าการฟื้นตัวแบบอื่นๆ  ในการสำรวจภาคเอกชนล่าสุดที่จัดทำในวันที่ 15-20 เม.ย.ก่อนราคาน้ำมันดิบสหรัฐร่วงต่ำกว่า 0 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อวันจันทร์ ผู้ตอบแบบสอบถามต่ำกว่าครึ่งหนึ่งเล็กน้อยจาก 45 คนในสหรัฐและยุโรปซึ่งตอบคำถามเพิ่มเติมระบุว่า การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐจะเป็นในรูป “U” ตามที่ปรากฏในแผนภูมิที่ติดตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจหรือการปรับลงในแง่เปอร์เซ็นต์  ผู้ตอบแบบสอบถาม 10 คนระบุว่า การฟื้นตัวจะเป็นในรูป “V”, 7 คนระบุว่าจะคล้ายกับเครื่องหมายถูก และ 5 คนระบุว่าจะเป็นในรูป “W” แต่นักเศรษฐศาสตร์ซึ่งใช้เวลาในหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดคาดการณ์มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่แน่ใจมากกว่าที่เคยเป็นเกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในขณะนี้ที่การขยายตัวยาวนานที่สุดเป็นประวัติการณ์ยุติลงอย่างฉับพลัน