ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 24, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 22 เม.ย.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

หากราคายังไม่ผ่านโซน 1,698-1,716 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจเปิดสถานะขาย(ตัดขาดทุนหากราคาผ่านโซน 1,716 ดอลลาร์ต่อออนซ์) การเข้าซื้อรอในดูบริเวณ 1,657-1,642 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยเน้นการลงทุนระยะสั้น จากการแกว่งตัว

แนวรับ : 1,657 1,642 1,620 แนวต้าน : 1,698 1,716 1,739

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง  16.74  ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยปัจจัยกดดันราคาทองคำวานนี้มีดังนี้  (1.) ดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดรอบ 2 สัปดาห์ที่ 100.48 ในระหว่างวัน จากความต้องการดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย  ท่ามกลางการดิ่งลงของราคาน้ำมัน  หลังการระบาดของ COVID-19 กระทบอุปสงค์ อีกทั้งยังทำให้เกิดภาวะอุปทานล้นตลาดและการขาดแคลนคลังกักเก็บน้ำมัน ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย.ดิ่งลง -43.4% ปิดที่ 11.57 ดอลลาร์/บาร์เรลซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 21 ปี  และ (2.) ความต้องการเงินสดและสภาพคล่องเพื่อชดเชยการขาดทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ หลังจากราคาน้ำมันร่วงลงแรงฉุดตลาดหุ้นให้ร่วงลงตาม  จนส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลง631.56 จุด ปัจจัยที่กล่าวมากดดันให้ราคาทองคำร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในระหว่างวันบริเวณ 1,657.60  ดอลลาร์ต่อออนซ์  อย่างไรก็ดี  ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นจากแรงซื้อเก็งกำไร  ประกอบกับดอลลาร์ลดช่วงบวกลง  นอกจากนี้การดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังและการเงินขนาดใหญ่ และการไหลเข้าสู่กองทุน ETF ทองคำมีแนวโน้มสนับสนุนทองอย่างต่อเนื่อง  จึงมีแรงซื้อเข้ามาช่วงพยุงราคาเอาไว้เมื่อราคาย่อตัวลง  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่ม +3.8 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ ซึ่งอาจสร้างความผันผวนให้แก่ตลาดน้ำมัน, ตลาดหุ้น และสกุลเงินดอลลาร์  ซึ่งอาจกระทบต่อเนื่องมายังตลาดทองคำ

จจัยทางเทคนิค :

วานนี้ราคาสร้างระดับต่ำสุดในรายวัน และรายสัปดาห์ แต่เมื่อราคาอ่อนตัวลงมีแรงซื้อดันราคาฟื้นตัวขึ้น โดยแกว่งตัวในทิศทางอ่อนตัวลง หรือ Sideway Down ทั้งนี้ หากราคาทองคำไม่สามารถกลับขึ้นยืนเหนือ 1,698-1,716 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ทำให้มีแนวโน้มอ่อนตัวลงสู่บริเวณ 1,657 ดอลลาร์ต่อออนซ์(ระดับต่ำสุดวานนี้) และหากยืนไม่อยู่ประเมินแนวรับถัดไปที่ 1,642 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

หากราคาไม่ผ่านแนวต้านโซน  1,698-1,716 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำเปิดสถานะขายในโซนดังกล่าว เพื่อหวังขายทำกำไรระยะสั้น หากราคาทองคำอ่อนตัวลงสามารถยืนเหนือ 1,657 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ให้ทยอยเข้าซื้อคืน แต่หากหลุดสามารถถือสถานะขายต่อ

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) วุฒิสภาสหรัฐผ่านร่างมาตรการเยียวยาวงเงิน $4.84 แสนล้าน หนุนธุรกิจเล็ก,โรงพยาบาล,การตรวจเชื้อโควิด-19  วุฒิสภาสหรัฐมีมติเป็นเอกฉันท์ผ่านร่างมาตรการเยียวยาวงเงิน 4.84 แสนล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็กและโรงพยาบาลที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมทั้งสนับสนุนการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้น  การผ่านร่างมาตรการดังกล่าวมีขึ้นในวันอังคารตามเวลาสหรัฐ หลังจากสมาชิกพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรสได้บรรลุข้อตกลงร่วมกับคณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เกี่ยวกับมาตรการเยียวยานี้ และขณะนี้ร่างมาตรการดังกล่าวได้ถูกส่งไปยังสภาผู้แทนราษฎรแล้ว โดยคาดว่าสภาผู้แทนฯ จะให้การอนุมัติภายในวันพฤหัสบดีนี้
  • (+) ที่ปรึกษาทำเนียบขาวเตือน GDP Q2/63 อาจทรุดหนักเป็นประวัติการณ์  นายเควิน แฮสเซทท์ ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า การที่ราคาน้ำมันร่วงลงจนติดลบมีสาเหตุจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งเป็นปัจจัยในระยะสั้น  อย่างไรก็ดี นายแฮสเซทท์เตือนว่า การทรุดตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาส 2 อาจรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีการรายงาน
  • (+) สหรัฐเผยยอดขายบ้านมือสองต่ำกว่าคาดในเดือนมี.ค.  สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสองลดลง 8.5% สู่ระดับ 5.27 ล้านยูนิตในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้  เมื่อเทียบรายปี ยอดขายบ้านมือสองเพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนมี.ค. 
  • (-) ดอลล์แข็งค่าเทียบสกุลเงินหลัก เหตุนลท.ขายสกุลเงินเสี่ยงหลังราคาน้ำมันทรุดหนัก  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (21 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนพากันเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัยและมีสภาพคล่องมากที่สุด และเทขายสกุลเงินที่มีความเสี่ยง หลังจากสัญญาน้ำมันดิ่งลงอย่างหนัก  ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวขึ้น 0.29% สู่ระดับ 100.2532 เมื่อคืนนี้ ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.77 เยน จากระดับ 107.64 เยน, แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9699 ฟรังก์ จากระดับ 0.9678 ฟรังก์ ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0853 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0861 ดอลลาร์, เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2281 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2445 ดอลลาร์
  • (+/-) ดาวโจนส์ปิดร่วง 631.56 จุด วิตกราคาน้ำมันทรุดตัว,หุ้นเทคโนฯดิ่ง  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์เมื่อคืนนี้ (21 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับการทรุดตัวของราคาน้ำมัน นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังจากนักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีทได้ปรับลดเป้าหมายราคาหุ้นของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่างเฟซบุ๊ก และอัลฟาเบท โดยปัจจัยลบดังกล่าวได้บดบังรายงานเชิงบวกที่ว่า วุฒิสภาสหรัฐได้ผ่านร่างมาตรการเยียวยาธุรกิจขนาดเล็กในวงเงิน 4.84 แสนล้านดอลลาร์  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 23,018.88 จุด ลดลง 631.56 จุด หรือ -2.67% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,736.56 จุด ลดลง 86.60 จุด หรือ -3.07% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,263.23 จุด ลดลง 297.50 จุด หรือ -3.48%
  • (+/-) สัญญาน้ำมัน WTI เดือนพ.ค.ปิดบวก $47.64 ก่อนครบกำหนดส่งมอบ,สัญญาเดือนมิ.ย.ปิดร่วง $8.86  สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) เดือนพ.ค.ปิดดีดตัวขึ้นสู่แดนบวกก่อนครบกำหนดส่งมอบเมื่อคืนนี้ (21 เม.ย.) ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนมิ.ย.ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 21 ปี เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมันในตลาดโลก  สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 47.64 ดอลลาร์ หรือ 126.6% ปิดที่ 10.01 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยสัญญาน้ำมันเดือนพ.ค.ได้ครบกำหนดส่งมอบแล้วในวันอังคารที่ 21 เม.ย.  ส่วนสัญญาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนมิ.ย. ร่วงลง 8.86 ดอลลาร์ หรือ 43.4% ปิดที่ 11.57 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2542