พฤหัส. ต.ค. 17th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 22 ส.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ

รอการอ่อนตัวลงของราคา หากราคาสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,487-1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ นักลงทุนที่มีทองคำในมือ อาจแบ่งขายบางส่วนหากราคาไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,512-1,524 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนะนำให้เข้าซื้อขายเพื่อลงทุนระยะสั้น

แนวรับ : 1,487 1,479 1,470  แนวต้าน : 1,512 1,524 1.535

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง  4.60  ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ หลังปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐกล่าวเมื่อวันอังคารว่า คณะบริหารของเขากำลังพิจารณาการลดภาษีค่าจ้างรวมทั้งกำไรจากการขายสินทรัพย์ที่เป็นไปได้  ประกอบกับเงินปอนด์อ่อนค่าลงจากความวิตกว่าอังกฤษจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยไม่มีการทำข้อตกลงซึ่งนั่นเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำเพิ่มเติม  นอกจากนี้ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากการปรับตัวสูงขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐ  หลังจากบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐรายงานผลประกอบการที่ดีเกินคาด ซึ่งบ่งชี้ว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคยังคงแข็งแกร่ง  อย่างไรก็ดี  เมื่อราคาอ่อนตัวลงกลับมีแรงซื้อเข้ามาหนุนให้ราคาทองคำกลับมาปิดตลาดเหนือ 1,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ส่วนหนึ่งเพราะราคาทองคำได้รับแรงหนุนจาก FOMC Meeting Minutes ประจำเดือนก.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ระบุว่า กรรมการเฟดบางส่วนได้เสนอให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมากถึง 0.50%  ขณะเดียวกันนักลงทุนกำลังรอสัญญาณบ่งชี้การดำเนินนโยบายการเงินของเฟดในอนาคตจากถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ในวันศุกร์นี้  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำ +6.74 ตัน  สำหรับวันนี้ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการ รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก CB

จจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำพยายามขึ้นไปทดสอบแนวต้านในโซน  1,512-1,524 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากแรงซื้อไม่มากพอหรือราคาไม่สามารถยืนได้อย่างแข็งแกร่ง ทำให้ประเมินว่าในระยะสั้น ยังคงมีโอกาสปรับตัวลงทดสอบ แนวรับ 1,487 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แนวรับถัดไปนั้นอยู่ในบริเวณ 1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

หากราคาอ่อนตัวลงไปก่อนให้พิจารณาบริเวณ 1,487-1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นจุดเปิดสถานะซื้อ แต่หากหลุดโซนดังกล่าวอาจชะลอการเข้าซื้อเพื่อรอดูการตั้งฐานของราคา และ หากราคาดีดตัวขึ้นจะมีจุดเสี่ยงเปิดสถานะขายระยะสั้นในบริเวณ 1,512-1,524 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากยืน 1,524 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้)

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) รายงานประชุมชี้กรรมการเฟดส่วนใหญ่หนุนลดดอกเบี้ยเพื่อป้องกันเงินเฟ้อต่ำ,ความเสี่ยงจากมาตรการภาษี”ทรัมป์”  คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้เปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนก.ค.เมื่อวานนี้ตามเวลาสหรัฐ โดยระบุว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่มองว่า การที่คณะกรรมการ FOMC ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (federal funds rate) ลง 0.25% ในการประชุมเมื่อวันที่ 30-31 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น มีเป้าหมายที่จะป้องกันไม่ให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำเกินไป และป้องกันความเสี่ยงที่การลงทุนในภาคธุรกิจจะทรุดตัวลงมากขึ้น อันเป็นผลมาจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับมาตรการด้านภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  รายงานการประชุมยังระบุด้วยว่า กรรมการเฟดได้อภิปรายเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมากกว่าเดิม โดยกรรมการบางส่วนเสนอให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมากถึง 0.50% เพื่อกระตุ้นอัตราเงินเฟ้อให้ดีดตัวขึ้นสู่เป้าหมายของเฟด และยับยั้งผลกระทบจากข้อพิพาทการค้าที่เกิดขึ้นทั่วโลก
  • (+) “ทรัมป์”ทวีตโจมตีเฟดยกสอง ขณะชูบอนด์ยีลด์เยอรมันติดลบ  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความโจมตีธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เป็นครั้งที่ 2 ในวันนี้ โดยระบุว่า การที่ตลาดพันธบัตรเยอรมนีมีอัตราผลตอบแทนติดลบ ถือเป็นสิ่งที่ดี และถามหาว่าเฟดกำลังอยู่ที่ไหน  เยอรมนีไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยสำหรับพันธบัตร และยังได้รับดอกเบี้ยจากการกู้ยืมเงินจากประชาชน ส่วนสหรัฐซึ่งมีเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งกว่า และมีเครดิตที่ดีกว่า กลับต้องจ่ายดอกเบี้ย และเพิ่งยุติการคุมเข้มเชิงปริมาณ ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการส่งออก ทั้งๆที่ไม่มีเงินเฟ้อ”  “เฟดไปอยู่ที่ไหน” ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ  ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความในวันนี้ ระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีความแข็งแกร่ง และสิ่งเดียวที่กำลังขัดขวางการขยายตัวของสหรัฐคือเฟด  นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังเปรียบเทียบนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด เหมือนกับ”นักกอล์ฟที่พัทท์ลูกไม่เป็น”
  • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 240.29 จุด ขานรับผลประกอบการกลุ่มค้าปลีก,รายงานประชุมเฟด  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (21 ส.ค.) หลังจากบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงทาร์เก็ต และโลว์ส รายงานผลประกอบการที่ดีเกินคาด ซึ่งบ่งชี้ว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคยังคงแข็งแกร่ง นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากรายงานการประชุมประจำเดือนก.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งระบุว่า กรรมการเฟดบางส่วนได้เสนอให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมากถึง 0.50% เพื่อป้องกันผลกระทบจากข้อพิพาทการค้า  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,202.73 จุด พุ่งขึ้น 240.29 จุด หรือ +0.93% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,924.43 จุด เพิ่มขึ้น 23.92 จุด หรือ +0.82% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,020.21 จุด เพิ่มขึ้น 71.65 จุด หรือ +0.90%
  • (-) ปอนด์ร่วงเทียบดอลล์ เหตุวิตกภาวะ Brexit ไร้ข้อตกลง  เงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (21 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่อังกฤษจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยไม่มีการทำข้อตกลง ขณะที่นักลงทุนจับนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมเศรษฐกิจประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล ในวันศุกร์นี้  เงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2123 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2165 ดอลลาร์ ขณะที่ยูโรอ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.1085 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1096 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียดีดตัวขึ้นแตะที่ระดับ 0.6781 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6775 ดอลลาร์สหรัฐ  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 106.60 เยน จากระดับ 106.27 เยน
  • (-) สหรัฐเผยยอดขายบ้านมือสองเพิ่มขึ้นมากกว่าคาดในเดือนก.ค.  สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสองเพิ่มขึ้น 2.5% สู่ระดับ 5.42 ล้านยูนิตในเดือนก.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่ายอดขายบ้านจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 5.39 ล้านยูนิต จากระดับ 5.29 ล้านยูนิตในเดือนมิ.ย.