พุธ. ธ.ค. 11th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 22 พ.ย.62(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,456 1,445 1,437

แนวต้าน : 1,479 1,487 1,498

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  สหรัฐมีความกังวลเกี่ยวกับการที่จีนพยายามแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวัน นายเบรนท์ คริสเทนเซน เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำไต้หวัน แสดงความเห็นดังกล่าว หลังจากที่ไต้หวันได้ประณามการที่จีนพยายามแทรกแซงกระบวนการทางประชาธิปไตยของไต้หวันก่อนถึงการเลือกตั้งในวันที่ 11 ม.ค.  ขณะที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนระบุว่า จีนต้องการทำข้อตกลงการค้าขั้นต้นกับสหรัฐ และพยายามหลีกเลี่ยงสงครามการค้า แต่ไม่เกรงกลัวที่ตอบโต้เมื่อจำเป็น ผู้นำจีนระบุว่า เราไม่ใช่ผู้จุดชนวนสงครามการค้านี้ และนั่นไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ” ความสัมพันธ์กับสหรัฐอาจย่ำแย่ลงต่อไป ประเด็นดังกล่าว สร้างแรงซื้อกลับเข้าสู่ตลาดทองคำอีกครั้ง ทั้งนี้ หากราคาขยับขึ้นให้จับตาโซนแนวต้านระดับ 1,474-1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อยอาจแบ่งขายทองคำบางส่วนในลักษณะทยอยทำกำไรออกมาเมื่อราคาขยับขึ้น โดยในระยะสั้นหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ นักลงทุนสามารถเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น  ทั้งนี้ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,462-1,456 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยหากราคาทองคำไม่หลุดแนวรับราคาทองคำจะพยายามปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านอีกครั้ง

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ราคาทองคำยังไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,474-1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ จะทำให้เกิดการอ่อนตัวลงของราคา โดยประเมินแนวรับบริเวณที่ 1,462-1,456 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากสามารถยืนเหนือโซนแนวรับดังกล่าวได้ก็จะเห็นการดีดตัวขึ้น โดยยังมีโอกาสที่จะราคาทดสอบแนวต้านบริเวณอีกครั้ง

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position แนะนำให้ทยอยขายทำกำไรตามบริเวณแนวต้าน 1,474-1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากมีสถานะอยู่แล้วอาจชะลอการลงทุนเพิ่มถ้าราคาไม่อ่อนตัวลง

Short Position ปิดสถานะหากราคายังสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,462-1,456 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดโซนดังกล่าวสามารถรอทำกำไรบริเวณ แนวรับถัดไปที่ 1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New สำหรับนักลงทุนระยะสั้นยังเน้นให้เล่นในกรอบ รอหาขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นหรือบริเวณแนวต้าน 1,474-1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และ เข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาบริเวณแนวรับ 1,462-1,456 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกทั้งนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (-) “โกลด์แมน แซคส์” ฟันธงเศรษฐกิจจีนจะมีเสถียรภาพในปี 63 เหตุจีนดำเนินนโยบายการเงิน,การคลังรอบคอบ  โกลด์แมน แซคส์ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจจีนจะมีเสถียรภาพในปีหน้า เนื่องจากได้แรงหนุนจากความตึงเครียดด้านการค้าที่ลดลง, การฟื้นตัวของกิจกรรมการผลิตทั่วโลก และการดำเนินนโยบายที่ระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง  นายแอนดริว ทิลตัน และนายหุย ชาน นักเศรษฐศาสตร์ของโกลด์แมน แซคส์ ระบุในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจปี 2563 ที่เผยแพร่ในวันนี้ว่า เศรษฐกิจจีนจะขยายตัว 5.8% ในปีหน้า และจะได้ปัจจัยสนับสนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ฟื้นตัวขึ้น  การที่โกลด์แมน แซคส์คาดว่า การที่เศรษฐกิจจีนจะมีเสถียรภาพหรือกระเตื้องขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีหน้านั้น จะเป็นผลลัพธ์ที่ดีสำหรับผู้กำหนดนโยบายของจีน หลังจากที่ต้องรับมือกับผลกระทบของเศรษฐกิจขาลงจากความพยายามที่จะควบคุมความเสี่ยงด้านการเงินและผลกระทบของสงครามการค้าที่กระทบความเชื่อมั่นตลอดปีนี้  นักเศรษฐศาสตร์ของโกลด์แมน แซคส์ ยอมรับว่า ธนาคารกลางจีนและเจ้าหน้าที่ด้านการคลังได้เพิ่มการสนับสนุนเศรษฐกิจจีนในปีนี้ แต่ยังคงคาดการณ์ว่า การดำเนินนโยบายที่ผ่อนคลายต่อไปในปี 2563 ยังคงเป็นเรื่องที่จำเป็น โดยเฉพาะนโยบายการคลัง  นักเศรษฐศาสตร์ระบุว่า มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายภายในประเทศให้มีความระมัดระวังมากขึ้น ซึ่งจะให้น้ำหนักมากขึ้นกับการควบคุมความเสี่ยงและความยั่งยืน รวมถึงยอมรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงเล็กน้อย เพื่อแลกกับความเสี่ยงที่ลดลง และผู้กำหนดนโยบายของจีนยังดูเหมือนจะให้ความสำคัญมากขึ้นกับการกำหนดนโยบายระยะยาว
  • (+) การส่งออก,ผู้บริโภคหนุนเศรษฐกิจเยอรมันพ้นภาวะถดถอยใน Q3  ข้อมูลแสดงในวันนี้ว่า การส่งออก, การใช้จ่ายภาครัฐ และการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่แข็งแกร่ง ช่วยให้เศรษฐกิจเยอรมันหลีกเลี่ยงภาวะถดถอยในไตรมาส 3 โดยข้อมูลยืนยันตัวเลขเบื้องต้นถึงการขยายตัว 0.1% ต่อไตรมาส  สำนักงานสถิติของรัฐบาลกลางเปิดเผยว่า การส่งออกขยายตัว 1% ในไตรมาสดังกล่าว ซึ่งหมายความว่า การค้าสุทธิมีผล 0.5% ต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโดยรวม
  • (+) อดีตรมว.ต่างประเทศสหรัฐเผยความสัมพันธ์สหรัฐ-จีนอยู่ในช่วงเริ่มต้นของสงครามเย็น  นายเฮนรี คิสซิงเจอร์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐได้กล่าวแสดงความเห็นว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีนอยู่ในช่วงเริ่มต้นของสงครามเย็น พร้อมเตือนว่า ความขัดแย้งนี้อาจสร้างผลกระทบที่เลวร้ายกว่าสงครามโลกครั้งที่ 1 หากไม่รีบแก้ไข   นายคิสซิงเจอร์ วัย 96 ปี กล่าวว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องพยายามทำความเข้าใจและมีความมุ่งมั่นที่จะก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ โดยขณะนี้ยังไม่สายเกินไป เนื่องจากเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นของสงครามเย็น  นายคิสซิงเจอร์กล่าวว่า จีนและสหรัฐเป็นประเทศมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ แต่ยังคงเผชิญอุปสรรคจากสงครามการค้าที่ยืดเยื้อ และพร้อมที่จะเผชิญหน้ากันและกัน  นอกจากนี้ นายคิสซิงเจอร์กล่าวว่า เขาหวังว่าการเจรจาด้านการค้าจะนำไปสู่การปรึกษาหารือกันระหว่างทั้งสองประเทศ และนำไปสู่ความสำเร็จด้วยดี
  • (+) เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดลบ 18.35 จุด เหตุวิตกข้อตกลงการค้าจีน-สหรัฐ  ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดตลาดวันนี้อ่อนตัวลง เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การทำข้อตกลงการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ  สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตอ่อนตัว 18.35 จุด หรือ 0.63% ปิดที่ 2,885.29 จุด  
  • (+/-) ปธน.สีจิ้นผิงลั่นพร้อมทำงานร่วมกับสหรัฐเพื่อจัดทำข้อตกลงการค้าเฟสแรก  ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ให้คำมั่นว่า จะทำงานร่วมกับสหรัฐเพื่อจัดทำข้อตกลงการค้าเฟสแรก ประเทศจีนต้องการที่จะประสานงานเพื่อทำข้อตกลงการค้ากับสหรัฐบนพื้นฐานของการเคารพซึ่งกันและกัน และความเท่าเทียมกัน  การแสดงความเห็นดังกล่าวเน้นย้ำถึงความจำเป็นในเรื่องความเท่าเทียมกันของข้อตกลงการค้าเฟสที่ 1