พุธ. ธ.ค. 11th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 22 พ.ย.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

หากราคาทองคำสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,462-1,456 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง สามารถทยอยปิดสถานะขายทำกำไรบางส่วน เพื่อรอราคาดีดตัวขึ้นแล้วไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,474-1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จึงเปิดสถานะขายใหม่เพื่อทำกำไรระยะสั้น

แนวรับ : 1,456 1,445 1,437  แนวต้าน : 1,479 1,487 1,498

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 6.82  ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้รับแรงกดดันจากข่าวสารเชิงบวกเกี่ยวกับการเจรจาการค้า  อาทิ  การที่นายหลิว เหอ รองนายกจีนระบุว่ามี  “มุมมองที่เป็นบวกแบบระมัดระวัง : Cautiously Optimistic” เกี่ยวกับการบรรลุข้อตกลงการค้า Phase one กับสหรัฐ และข่าวที่ว่าจีนได้เชิญคณะเจรจาการค้าจากสหรัฐเข้าร่วมการเจรจาการค้ารอบใหม่ที่กรุงปักกิ่ง  รวมไปถึงข่าวที่ว่าสหรัฐจะ “เลื่อน” การจัดเก็บภาษีนำเข้า ในอัตรา 15% ต่อสินค้าจีนวงเงิน 1.56 แสนล้านดอลลาร์จากกำหนดเดิมในวันที่ 15 ธ.ค.ออกไป  แม้ทั้งสองฝ่ายจะไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้าก่อนวันดังกล่าวก็ตาม  อย่างไรก็ดี  สถานการณ์ดังกล่าวยังมีความไม่แน่นอนสูง  ขณะที่การผ่านร่างกฎหมายเกี่ยวกับฮ่องกงของสภาคองเกรสสหรัฐได้ทำให้บรรยากาศในการเจรจาการค้าแย่ลงอย่างชัดเจน จึงส่งผลให้นักลงทุนชะลอการเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐวานนี้ปิดตลาดในแดนลบ  ซึ่งปัจจัยดังกล่าวช่วยสกัดช่วงติดลบของราคา  แต่กระนั้น  สกุลเงินดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัยก็ได้รับอานิสงค์จากความไม่แน่นอนดังกล่าวเช่นเดียวกันจึงทำให้ราคาทองคำยังคงตกอยู่ภายใต้แรงกดดัน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการ, คาดการณ์ความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก UoM

จจัยทางเทคนิค :

หลังจากราคาอ่อนตัวลง ราคาพยายามทรงตัวเหนือแนวรับในโซน 1,462-1,456 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยืนได้แสดงถึงแรงเข้าซื้อในระยะสั้นเพิ่มขึ้น ทำให้ประเมินว่าในระยะสั้น ยังคงมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบ แนวต้าน 1,474-1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาไม่สามารถผ่านแนวต้านแรกได้อาจเกิดแรงขายทำกำไรกลับมากดดันราคาอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

เปิดสถานะขายหากราคาดีดตัวขึ้นไม่ผ่านโซน 1,474-1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พร้อมลดการลงทุนหากราคาผ่าน 1,484 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้อาจพิจารณาซื้อคืน หรือทยอยทำกำไรสถานะขายบางส่วนหากราคาทองคำอ่อนตัวลงไม่หลุดแนวรับโซน 1,462-1,456 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานสูงสุดรอบ 5 เดือนในสัปดาห์ที่แล้ว  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกทรงตัวที่ระดับ 227,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 22 มิ.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลงสู่ระดับ 219,000 ราย
  • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 54.80 จุด วิตกเจรจาการค้าไร้ทิศทาง,ข้อมูลศก.ซบเซา  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (21 พ.ย.) ท่ามกลางภาวะตลาดที่ซบเซา เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายเพื่อรอความชัดเจนเกี่ยวกับความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากมีสัญญาณที่บ่งชี้ทั้งในด้านบวกและด้านลบเกี่ยวกับการเจรจาของทั้งสองฝ่าย นอกจากนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐยังเป็นอีกปัจจัยที่สร้างแรงกดดันต่อตลาด ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,766.29 จุด ลดลง 54.80 จุด หรือ -0.20% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,103.54 จุด ลดลง 4.92 จุด หรือ -0.16% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,506.21 จุด ลดลง 20.52 จุด หรือ -0.24%
  • (+) Conference Board เผยดัชนีชี้นำเศรษฐกิจต่ำกว่าคาดในเดือนต.ค.  Conference Board เปิดเผยว่า ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ Leading Economic Index (LEI) ปรับตัวลง 0.1% สู่ระดับ 111.7 ในเดือนต.ค. หลังจากลดลง 0.2% ทั้งในเดือนก.ย.และส.ค. นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี LEI ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนต.ค.
  • (-) เฟดฟิลาเดลเฟียเผยดัชนีภาวะธุรกิจมิด-แอตแลนติกดีดตัวเกินคาดในเดือนพ.ย.  ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย เปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจในภูมิภาคมิด-แอตแลนติก ดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 10.4 ในเดือนพ.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 7.0 หลังจากร่วงลงแตะระดับ 5.6 ในเดือนต.ค. ดัชนีพุ่งขึ้นแตะระดับ 21.8 ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี ดัชนียังคงอยู่สูงกว่าระดับ 0 ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะขยายตัวของภาคธุรกิจ
  • (-) สื่อคาด”ทรัมป์”เลื่อนเก็บภาษีจีน หากยังไม่บรรลุข้อตกลงการค้าก่อน 15 ธ.ค.  หนังสือพิมพ์เซาธ์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่การค้าของสหรัฐและจีนกำลังใกล้บรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรก แหล่งข่าวระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่ทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงการค้าก่อนวันที่ 15 ธ.ค. ซึ่งเป็นกำหนดวันที่สหรัฐจะเรียกเก็บภาษี 15% ต่อสินค้านำเข้าจากจีนวงเงิน 1.56 แสนล้านดอลลาร์ แต่ถึงแม้ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้าก่อนวันดังกล่าว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ก็มีแนวโน้มที่จะเลื่อนการจัดเก็บภาษีดังกล่าวออกไป เนื่องจากไม่ต้องการให้ผู้บริโภคของสหรัฐได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าที่จะพุ่งขึ้น ซึ่งรวมถึงสมาร์ทโฟน หากมีการเรียกเก็บภาษีจากจีน ขณะที่ใกล้กับช่วงเทศกาลช็อปปิ้งของสหรัฐ
  • (-) สื่อตีข่าวจีนเชิญสหรัฐเปิดการเจรจาการค้ารอบใหม่ที่กรุงปักกิ่ง  หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระบุว่า นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน และเป็นหัวหน้าคณะเจรจาการค้าของจีน ได้เชิญนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ และนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) เข้าร่วมการเจรจาการค้ารอบใหม่ที่กรุงปักกิ่ง
  • (-) ดอลล์แข็งค่าเล็กน้อย หลังนักลงทุนซึมซับข้อมูลศก.สหรัฐ,จับตาเจรจาการค้า  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (21 พ.ย.) ขณะที่นักลงทุนรอความชัดเจนเกี่ยวกับความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน นอกจากนี้ นักลงทุนยังซึมซับข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงยอดขายบ้านมือสองที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.63 เยน จากระดับ 108.62 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9931 ฟรังก์ จากระดับ 0.9913 ฟรังก์  ยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1059 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1069 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2898 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2920 ดอลลาร์