พุธ. พ.ค. 27th, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 22 พ.ค.63(ภาคเช้า) by HGF

Spread the love

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

ทองคำลดลงจากแรงเทขายทำกำไรและเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น

วันนี้ติดตามการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน

แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหว Sideways up

  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานปรับลดลงจากแรงเทขายทำกำไรและเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น หลังจากปรับขึ้นติดต่อกัน 2 วัน นอกจากนี้ดัชนี PMI ภาคการผลิตและดัชนี PMI ภาคบริการเดือนพ.ค.ของสหรัฐออกมาดีกว่าตลาดคาด โดยเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 39.8 และ 36.9 ตามลำดับ ขณะที่ตลาดคาดที่ระดับ 39.3 และ 32.6 ตามลำดับ ทั้งนี้ทองคำยังมีปัจจัยบวกจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากวุฒิสภาสหรัฐมีมติผ่านร่างกฎหมาย “Holding Foreign Companies Accountable Act” ซึ่งอาจทำให้บริษัทจีนที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐถูกถอดออกจากตลาด และบริษัทจีนไม่สามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐ ทางด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเท่าเดิมเมื่อวาน
  • วันนี้ติดตามการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน (NPC)  ซึ่งคาดจะมีการเปิดเผยถึงเป้าหมายการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนในปีนี้ หลังจากได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากไวรัสโควิด-19 ซึ่งจีนเป็นประเทศที่มีความต้องการทองคำรายใหญ่ที่สุดในโลก ส่วนคืนนี้สหรัฐไม่มีประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหว Sideways up ทั้งนี้ทองคำมีแนวต้าน 1,730 ดอลลาร์ และแนวต้านถัดไป 1,750 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับ 1,715 ดอลลาร์ และแนวรับถัดไป 1,700 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,726.60-20.91,715/1,7001,730/1,750

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
26,150-20025,900/25,75026,050/26,350

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
26,170-10026,040/25,85026,180/26,470

การเข้าซื้อเก็งกำไรแนะนำที่ราคาทอง Spot 1,715 ดอลลาร์ (GF 26,040 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,710 ดอลลาร์ (GF 26,000 บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,730.00-8.401,720/1,7051,735/1,755

การเข้าซื้อเก็งกำไรแนะนำที่ราคา GOM20 1,720 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,715 ดอลลาร์

ค่าเงินบาท

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดจะอ่อนค่าลง โดยเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นจากดัชนี PMI ภาคการผลิตและดัชนี PMI ภาคบริการเดือนพ.ค.ของสหรัฐออกมาเพิ่มขึ้นและดีกว่าตลาดคาด โดย USD Futures เดือนมิ.ย.63 คาดจะมีแนวต้านที่ 32 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับที่ 31.80 บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ : ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก ขานรับ PMI สหรัฐฟื้นตัว

          ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (21 พ.ค.) ขานรับรายงานของไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ดีดตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน อย่างไรก็ดี ดัชนี PMI ยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่า ภาคธุรกิจของสหรัฐยังคงอยู่ในภาวะหดตัว โดยถูกกดดันจากการที่กิจกรรมในภาคธุรกิจหยุดชะงักลง ขณะที่รัฐบาลออกมาตรการล็อกดาวน์เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจ้างงาน และคำสั่งซื้อใหม่ รวมทั้งความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดร่วง $30.2 เหตุเงินดอลล์แข็งกดดันตลาด

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 30 ดอลลาร์เมื่อคืนที่ผ่านมา (21 พ.ค.) เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ทำให้สัญญาทองคำมีความน่าดึงดูดน้อยลง นอกจากนี้ ข้อมูลที่บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของภาคบริการและภาคการผลิตทั้งในสหรัฐและยุโรป ยังส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ร่วงลง 30.2 ดอลลาร์ หรือ 1.72% ปิดที่ 1,721.9 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 66.7 เซนต์ หรือ 3.7% ปิดที่ 17.364 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดบวก 43 เซนต์ ขานรับสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลง,โอเปกลดผลิต

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดในแดนบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 6 เมื่อคืนที่ผ่านมา (21 พ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการลดลงของสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐ รวมทั้งการปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากความหวังที่ว่า อุปสงค์น้ำมันจะฟื้นตัวขึ้น หลังจากที่รัฐบาลต่างๆพากันผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์  สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 43 เซนต์ หรือ 1.3% ปิดที่ 33.92 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค. 2563   สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 31 เซนต์ หรือ 0.9% ปิดที่ 36.06 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค. 2563

ตลาดหุ้นต่างประเทศ : ดาวโจนส์ปิดลบ 101.78 จุด วิตกสถานการณ์จีน-สหรัฐตึงเครียด          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (21 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่าความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีนอาจจะนำไปสู่การทำสงครามการค้ารอบใหม่ หลังจากวุฒิสภาสหรัฐผ่านร่างกฎหมายซึ่งอาจทำให้บริษัทสัญชาติจีนที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐถูกถอดออกจากตลาด นอกจากนี้ บรรยากาศการซื้อขายยังได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเศษฐกิจที่ซบเซาของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานที่สูงกว่า 2.4 ล้านรายในสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,474.12 จุด ลดลง 101.78 จุด หรือ -0.41% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,284.88 จุด ลดลง 90.90 จุด หรือ -0.97% ส่วนดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,948.51 จุด ลดลง 23.10 จุด หรือ -0.78%