เสาร์. พ.ย. 23rd, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 22 ต.ค.62(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

ราคาทองคำลดลงจากการเจรจาการค้าสหรัฐและจีนมีความคืบหน้า

คืนนี้สหรัฐไม่มีประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ

ที่แนวรับ 1,474 ดอลลาร์ คาดว่าจะมีแรงซื้อเข้ามามาก

  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานปรับตัวลดลงเข้าใกล้แนวรับ 1,480 ดอลลาร์ เนื่องจากความคาดหวังทางบวกในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากที่รองนายกรัฐมนตรีจีน เปิดเผยว่า จีนและสหรัฐจะทำงานร่วมกันในการแก้ไขปัญหาทางการค้า ซึ่งขณะนี้การเจรจาการค้ามีความคืบหน้าอย่างมาก
  • คืนนี้สหรัฐไม่มีประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ขณะที่ยังต้องติดตามประเด็นการค้าระหว่างสหรัฐและจีน สถานการณ์อังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ซึ่งในวันนี้มีการประชุมรัฐสภาของอังกฤษเพื่อลงมติในข้อตกลงการแยกตัวจากการเป็นสมาชิกของกลุ่มยุโรป ขณะที่นายกรัฐมนตรีอังกฤษยังยืนยันว่าอังกฤษจะออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ตามเดิมวันที่ 31 ต.ค.
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดยังเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways down แต่คาดการปรับลงมีกรอบที่จำกัดเช่นกัน เนื่องจากนักลงทุนยังจับตามองความคืบหน้าของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ทั้งนี้ราคาทองคำมีแนวรับที่ 1,480 ดอลลาร์ และแนวรับสำคัญ 1,474 ดอลลาร์ ซึ่งถ้าราคาทองคำปรับลงมาเข้าใกล้แนวรับ 1,474 ดอลลาร์ คาดว่าจะมีแรงซื้อเข้ามามาก ขณะที่มีแนวต้าน 1,490 ดอลลาร์ และแนวต้านสำคัญ 1,500 ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,484.40 -6.49 1,480/1,474 1,490/1,500

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
21,350 -50 21,250/21,200 21,400/21,500

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
21,400 -60 21,370/21,320 21,520/21,620

การเปิดสถานะซื้อเก็งกำไรการฟื้นตัวแนะนำเมื่อราคาทองคำ Spot ปรับลงมาที่บริเวณ 1,474 ดอลลาร์ (GF 21,320 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,470 ดอลลาร์ (GF 21,280 บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

Close chg Support Resistance
1,493.80 -5.70 1,488/1,482 1,498/1,508

การเปิดสถานะซื้อเก็งกำไรการฟื้นตัวแนะนำเมื่อราคา GOZ19 ปรับลงมาที่บริเวณ 1,482 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,478 ดอลลาร์

ค่าเงินบาท

เงินบาทในวันนี้คาดมีแนวโน้มเคลื่อนไหวอ่อนค่าลง โดย USD Futures คาดจะมีแนวรับที่ 30.24 และ 30.20 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่  30.30 และ 30.33 บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ : เงินปอนด์แข็งเทียบดอลล์ รับความหวังอังกฤษเลี่ยงภาวะ “no-deal Brexit”

          เงินปอนด์ดีดตัวขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (21 ต.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากมุมมองบวกที่ว่า อังกฤษจะสามารถหลีกเลี่ยงการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (EU) แบบไม่มีข้อตกลง (no-deal Brexit) เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นจากความหวังที่วา อังกฤษจะสามารถหลีกเลี่ยงภาวะ “no-deal Brexit” ได้ แม้ EU ยังไม่ได้ตอบรับต่อข้อเสนอของรัฐบาลอังกฤษเกี่ยวกับการขยายเส้นตาย Brexit จากเดิมที่กำหนดไว้ในวันที่ 31 ต.ค.นี้ก็ตาม ทั้งนี้ รัฐบาลอังกฤษพยายามผลักดันให้รัฐสภารับรองร่างกฎหมายที่มีความจำเป็นต่อการดำเนินการด้าน Brexit โดยหวังว่ารัฐสภาจะให้การอนุมัติร่างกฎหมายดังกล่าวก่อนกำหนดเส้นตายที่อังกฤษจะแยกตัวออกจาก EU ในวันที่ 31 ต.ค.นี้

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดลบ 6 ดอลลาร์ เหตุเงินดอลล์แข็งกดดันตลาด

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (21 ต.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน รวมทั้งสถานการณ์ที่อังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit)  สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 6 ดอลลาร์ หรือ 0.4% ปิดที่ 1,488.1 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 2.4 เซนต์ หรือ 0.14% ปิดที่ 17.602 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดลบ 47 เซนต์ วิตกศก.โลกชะลอตัวฉุดดีมานด์น้ำมัน

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (21 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมัน ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันพรุ่งนี้ รวมทั้งรอดูสัญญาณจากบรรดาชาติสมาชิกกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ในระยะนี้ ก่อนที่การประชุมโอเปกจะมีขึ้นในเดือนธ.ค.ที่กรุงเวียนนา สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 47 เซนต์ หรือ 0.9% ปิดที่ 53.31 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 46 เซนต์ หรือ 0.8% ปิดที่ 58.96 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ : ดาวโจนส์ปิดบวก 57.44 จุด รับความหวังสหรัฐ-จีนบรรลุข้อตกลงเพื่อสงบศึกการค้า

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (21 ต.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขานรับมุมมองบวกที่ว่า สหรัฐและจีนจะสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามการค้า โดยปัจจัยบวกดังกล่าวช่วยหนุนแรงซื้อหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีและผู้ผลิตชิป เนื่องจากบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งในกลุ่มนี้มีการลงทุนจำนวนมากในประเทศจีน ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,827.64 จุด เพิ่มขึ้น 57.44 จุด หรือ +0.21% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,006.72 จุด เพิ่มขึ้น 20.52 จุด หรือ +0.69% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,162.99 จุด เพิ่มขึ้น 73.44 จุด หรือ +0.91%

อดีตผอ. IMF ชี้ “ทรัมป์” ต้องรับผิดชอบที่ทำให้เศรษฐกิจโลกต้องเผชิญความเสี่ยงมากมาย

          นางคริสติน ลาการ์ด อดีตผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และว่าที่ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) คนใหม่ เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องรับผิดชอบต่อความเสี่ยงมากมายที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญอยู่ และเตือนว่าการเติบโตของนโยบายชาตินิยมไม่ใช่คำตอบของปัญหาเศรษฐกิจ นางลาการ์ดให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ CBS News ว่า การกระทำที่คาดเดาไม่ได้ของปธน.ทรัมป์ได้บีบบังคับให้นักลงทุนต้องหยุดเสี่ยง และถ้าเศรษฐกิจชะลอตัวลง ก็หมายถึงจะมีการลงทุนที่ลดลง ตำแหน่งงานน้อยลง การว่างงานเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างแน่นอน นอกจากนี้ นางลาการ์ดยังกล่าวว่า ถ้าการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) เสร็จสิ้นลง ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะไม่เกิดกับเพียงสหราชอาณาจักรกับสหภาพยุโรป (EU) เท่านั้น แต่จะส่งผลถึงสหรัฐด้วยเช่นกัน เนื่องจากเศรษฐกิจโลกที่เชื่อมโยงกัน และการที่เศรษฐกิจโลกเชื่อมโยงกันนี้ จะเป็นการทำให้นโยบายชาตินิยม หรือ “America First” ของปธน.ทรัมป์นั้น ล้มเหลวลง นางลาการ์ดกล่าวว่า การสร้างกำแพงไม่สามารถป้องกันการก่อการร้ายได้ เช่นเดียวกับที่ไม่สามารถทำอะไรกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและการทำลายสิ่งแวดล้อมได้ ดังนั้นผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องควรจะเริ่มแก้ปัญหาได้แล้ว

รมช.เศรษฐกิจฝรั่งเศสคาด Brexit สามารถเกิดขึ้นได้ในช่วง 10 วันนี้

          นาง Agnes Pannier-Runacher รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเศรษฐกิจฝรั่งเศส คาดการณ์ว่า อังกฤษจะสามารถออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ได้ภายในระยะเวลา 10 รมช.เศรษฐกิจของฝรั่งเศสกล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่อังกฤษจะสามารถแยกตัวจากสหภาพยุโรปได้ภายใน 10 วัน โดยขณะนี้กระบวนการทั่วไปได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตาม บริษัทสัญชาติฝรั่งเศสขนาดเล็กยังคงต้องเตรียมตัวรับมือให้พร้อม หากอังกฤษเลือกออกจาก EU แบบปราศจากข้อตกลง (no-deal Brexit)การแสดงความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับที่นายไมเคิล โกฟ หนึ่งในสมาชิกคณะรัฐมนตรีอังกฤษได้ออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่า อังกฤษจะออกจาก EU ได้ตามกำหนดในวันที่ 31 ต.ค.นี้ แม้ว่านายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้ส่งจดหมายถึงสหภาพยุโรป (EU) เพื่อขอเลื่อนเวลา Brexit 

รัฐมนตรีอังกฤษยืนยัน Brexit เกิดขึ้นในวันที่ 31 ต.ค. แม้นายกฯถูกบีบให้ยื่นหนังสือขอเลื่อนเวลา

          รัฐมนตรีในคณะรัฐบาลอังกฤษยืนยันว่า อังกฤษจะออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป (Brexit) ตามกำหนดในวันที่ 31 ต.ค.นี้ แม้ว่านายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้ส่งจดหมายถึงสหภาพยุโรป (EU) เพื่อขอเลื่อนเวลา Brexit  ภายหลังจากสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษได้ลงมติเลื่อนการตัดสินใจรับรองข้อตกลง Brexit ที่นายจอห์นสันทำร่วมกับ EU นายไมเคิล โกฟ หนึ่งในสมาชิกคณะรัฐมนตรีของนายจอห์นสันซึ่งทำหน้าที่เตรียมความพร้อมในกรณี no-deal Brexit กล่าวว่า “อังกฤษจะออกจาก EU ในวันที่ 31 ต.ค.อย่างแน่นอน และเราเชื่อว่าเราสามารถทำได้”  นายโกฟยังกล่าวว่า “จดหมายที่นายกรัฐมนตรีจอห์นสันได้ยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎรนั้น เป็นข้อกำหนดที่จำเป็นต้องทำ แต่สภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความคิดของนายกรัฐมนตรีได้ และสภาฯก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือความตั้งใจของรัฐบาลได้เช่นกัน”