ข้ามไปยังทูลบาร์
ตุลาคม 23, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 22 ก.ย.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love


โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

ราคามีกำลังซื้อที่ไม่มากหลังจากวานนี้ทิ้งตัวลงแรง จับตาบริเวณโซนแนวต้าน 1,920-1,928 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยังไม่สามารถยืนได้อย่างแข็งแกร่ง การลงทุนในช่วงนี้จึงเน้นไปที่รอจังหวะขายเมื่อราคาดีดตัวไม่ผ่านแนวต้านดังกล่าว

แนวรับ : 1,882 1,862 1,837  แนวต้าน : 1,928 1,955 1,973

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลงถึง 38.79  ดอลลาร์ต่อออนซ์  ขณะที่ในระหว่างวันราคาดิ่งหลุด 1,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 เดือน  และร่วงลงแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,881.83 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยได้รับแรงกดดันจากปัจจัยต่างๆ  ได้แก่  (1.) การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์  จากแรงซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย  นอกจากนี้สกุลเงินดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนเพิ่มจากการอ่อนค่าของสกุลเงินปอนด์  และยูโร  หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในยุโรปเพิ่มสูงขึ้น  ขณะที่เดนมาร์ก  กรีซและสเปนได้ประกาศใช้ “ข้อจำกัดใหม่” ส่วนอังกฤษกำลังพิจารณาออกมาตรการล็อกดาวน์รอบสอง  สถานการณ์ดังกล่าวหนุนให้ดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้น +0.78% แตะระดับสูงสุดรอบเกือบ 6 สัปดาห์บริเวณ 93.777 จนเป็นปัจจัยหลักที่กดดันราคาทองคำ  (2.) แรงขายทำกำไรทองคำเพื่อเติม Margin และชดเชยขาดทุนในสินทรัพย์อื่น หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐและตลาดหุ้นยุโรปดิ่งลงอย่างหนัก  จากความวิตกเกี่ยวกับผลกระทบต่อเศรษฐกิจจากมาตรการล็อกดาวน์รอบสอง  และรายงานที่ว่าธนาคารหลายแห่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมโอนเงินที่ผิดกฎหมาย  รวมไปถึงความล่าช้าของการออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจครั้งใหม่ในสหรัฐ  ส่วนราคาน้ำมันปิดร่วงลงกว่า 4% จากรายงานที่ว่าลิเบียอาจจะส่งออกน้ำมันดิบเข้าสู่ตลาดโลกได้มากขึ้น  ปัจจัยที่กล่าวมากดดันให้ราคาทองคำดิ่งลงก่อนจะมีแรงซื้อ Buy the dip เข้ามาหนุนให้ราคากลับปิดตลาดเหนือ 1,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองเพิ่ม +18.98 ตัน สะท้อนว่านักลงทุนยังไม่ละทิ้งทองคำ  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่, ดัชนีภาคการผลิตจากเฟดริชมอนด์ และ Testimony ของนายพาวเวลล์ ประธานเฟด

จจัยทางเทคนิค :

ความแข็งแกร่งของราคาทองคำยังน้อย แม้ว่าราคามีการดีดตัวขึ้น แต่หากราคาไม่สามารถยืนเหนือแนวต้าน 1,920-1,928 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ทำให้มีแนวโน้มอ่อนตัวลงสู่บริเวณโซน 1,887-1,882 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามในโซน 1,928 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขึ้นไป ต้องระวังแรงขายทำกำไรที่จะออกมา ทั้งนี้ หากยืนเหนือแนวรับแรกไม่ได้ประเมินแนวรับทีโซน 1,862 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

หาจังหวะเปิดสถานะขายหากราคายังไม่สามารถผ่าน 1,920-1,928 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ (ตัดขาดทุนหากยืน 1,955 ดอลลาร์ต่อออนซ์) หากรับความเสี่ยงได้น้อยให้ทยอยเข้าซื้อคืนเพื่อทำกำไร เมื่อราคายืนเหนือโซน 1,887-1,882 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้  แต่หากยืนไม่ได้สามารถถือสถานะขายต่อ

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) “ทรัมป์”ขู่ฉีกข้อตกลง”TikTok”หากไม่เป็นไปตามต้องการ  เมื่อวานนี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐระบุว่า เขาจะรักษาข้อตกลงที่จะส่งเสริมการควบคุมของสหรัฐต่อ TikTok ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นสื่อสังคมยอดนิยมของจีนหากเป็นไปได้ แต่จะ “ตัดทิ้ง” หากไม่อาจรักษาได้  ในการกล่าวต่อผู้สื่อข่าวก่อนออกจากทำเนียบขาว ปธน.ทรัมป์ระบุว่าเขา “เห็นชอบในขั้นต้น” ต่อแผนเพื่อให้บริษัท Oracle และ Walmart ของสหรัฐถือหุ้นในบริษัทใหม่ของสหรัฐเพื่อดำเนินการ TikTok  ซึ่งปัจจุบันเป็นของบริษัท Bytedance สัญชาติจีน  แต่ประธานาธิบดีสหรัฐเน้นย้ำว่า เขาอาจฉีกข้อตกลงหากไม่เป็นไปตามความต้องการของเขา
  • (+) เฟดชิคาโกเผยดัชนีกิจกรรมทางเศรษฐกิจปรับตัวลงในเดือนส.ค.  ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาชิคาโก เปิดเผยว่า ดัชนี Chicago Fed National Activity Index (CFNAI) ปรับตัวลงสู่ระดับ 0.79 ในเดือนส.ค. จากระดับ 2.54 ในเดือนก.ค.  การร่วงลงของดัชนีได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของการจ้างงานและการผลิต
  • (-) ยุโรปอาจออกมาตรการจำกัดเพิ่มในอีกไม่กี่วันขณะยอดผู้ติดโควิด-19 ทะยานรวดเร็ว  นักวิเคราะห์เตือนว่า ประเทศต่างๆของยุโรปมีแนวโน้มจะออกมาตรการจำกัดมากขึ้นต่อการดำเนินชีวิตของสาธารณชนในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยังคงทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว  นักวิเคราะห์ของ Deutsche Bank ระบุว่า “คาดว่าจะมีการออกมาตรการจำกัดเพิ่มเติมมากมายในช่วงหลายวันและหลายสัปดาห์ข้างหน้า โดยเฉพาะในยุโรป ข้อเท็จจริงที่ว่า โควิด-19 แพร่กระจายค่อนข้างรวดเร็วเป็นความกังวลสำคัญ”  ได้มีการออกมาตรการจำกัดระดับท้องถิ่นในหลายพื้นที่ของยุโรปเพื่อระงับการแพร่กระจายของเชื้อ เช่น หลายพื้นที่ของอังกฤษตอนเหนืออยู่ภายใต้การปิดเมือง รวมทั้งหลายพื้นที่ของกรุงมาดริด เมืองหลวงของสเปนเช่นกัน ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ระดับสูงของอังกฤษเตือนเมื่อวานนี้ว่า หากปราศจากการดำเนินการ อังกฤษอาจมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 50,000 คนต่อวันภายในกลางเดือนต.ค. โดยเชื่อว่ารัฐบาลอังกฤษกำลังพิจารณาการปิดเมืองทั่วประเทศในระยะสั้นเพื่อชะลอการระบาดของโควิด-19
  • (-) อังกฤษเตรียมสั่งผับ,ร้านอาหารปิด 22.00 น.หลังยอดผู้ติดโควิด-19 ทะยานขึ้น  ผับ, บาร์, ร้านอาหาร และสถานบริการอื่นๆทั้งหมดทั่วอังกฤษต้องเริ่มปิดในเวลา 22.00 น.ตั้งแต่วันพฤหัสสบดี ขณะที่ นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันต่อสู้กับการระบาดระลอก 2 ของโควิด-19  ความเห็นส่วนหนึ่งของนายกฯจอห์นสันจากสำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ระบุว่า นายกฯจอห์นสัน ซึ่งมีกำหนดแถลงต่อสภาและประเทศในวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น จะระบุว่า ภาคบริการจะถูกจำกัดโดยกฎหมายในการบริการที่โต๊ะอาหารเท่านั้น 
  • (-) นายกฯอังกฤษเตรียมแถลงต่อสภาวันนี้ ลือสนั่นเล็งประกาศล็อกดาวน์รอบ 2  ประธานสภาสามัญชน ซึ่งเป็นสภาล่างของอังกฤษ กล่าวว่า นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ จะกล่าวแถลงการณ์ต่อรัฐสภาในวันนี้ หลังจากที่เขาได้ใช้เวลา 3 วันที่ผ่านมาในการหารือกับฝ่ายต่างๆเกี่ยวกับมาตรการในการสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศ  สื่อรายงานว่า นายจอห์นสันอาจประกาศล็อกดาวน์ทั่วประเทศเป็นครั้งที่ 2 เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดดังกล่าว 
  • (-) ดอลล์แข็ง นลท.รุกซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยเหตุกังวลผลกระทบล็อกดาวน์  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (21 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนแห่ซื้อดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากมาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.79% แตะที่ระดับ 93.6581 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 104.78 เยน จากระดับ 104.55 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9152 ฟรังก์ จากระดับ 0.9101 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3318 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3192 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1754 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1853 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2795 ดอลลาร์
  • (+/-) ดาวโจนส์ปิดร่วง 509.72 จุด วิตกล็อกดาวน์รอบสอง,มาตรการเยียวยาศก.ไม่คืบ  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 500 จุดเมื่อคืนนี้ (21 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการใช้มาตรการล็อกดาวน์รอบที่สองในยุโรปเพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความขัดแย้งระหว่างสภาคองเกรสและทำเนียบขาวเกี่ยวกับการออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจครั้งใหม่ รวมทั้งรายงานที่ว่าธนาคารหลายแห่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมโอนเงินที่ผิดกฎหมาย ซึ่งข่าวดังกล่าวได้ฉุดหุ้นกลุ่มธนาคารดิ่งลงอย่างหนัก  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,147.70 จุด ร่วงลง 509.72 จุด หรือ -1.84% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,778.80 จุด ลดลง 14.48 จุด หรือ -0.13% ส่วนดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,281.06 จุด ลดลง 38.41 จุด หรือ -1.16%