ข้ามไปยังทูลบาร์
ตุลาคม 23, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 22 ก.ย.63(ภาคเช้า) by HGF

Spread the love

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

ทองคำปรับลงแรง จากมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจของสหรัฐล่าช้า

คืนนี้ติดตามการแถลงของประธานเฟดต่อสภาคองเกรส

แนวโน้มราคาทองคำคาดฟื้นตัว

  • ราคาทองคำ Spot  เมื่อวานปรับลงแรงหลุด 1,900 ดอลลาร์ ทำจุดต่ำสุดในรอบกว่า 1 เดือน และเริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามา ทำให้ปิดตลาดเหนือ 1,900 ดอลลาร์ เนื่องจากเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ เนื่องจากสภาคองเกรสและทำเนียบขาวยังคงมีความขัดแย้งกันในหลายประเด็น แต่ที่น่าสนใจคือกองทุน SPDR Gold Trust ซื้อทองคำสูงถึง 31.84 ตันเมื่อวาน
  • คืนนี้ 3 ทุ่มครึ่งติดตามการแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎร นอกจากนี้คืนนี้สหรัฐจะประกาศยอดขายบ้านมือสองเดือนส.ค. ตลาดคาดจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 6.05 ล้านยูนิต จากระดับ 5.86 ล้านยูนิตในเดือนก.ค.
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดฟื้นตัว หลังจากที่ปรับลงแรงเมื่อวาน โดยมีแนวต้าน  1,920 ดอลลาร์ และ 1,940 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1,900 ดอลลาร์ และ 1,882 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,912.10-38.21,900/1,8821,920/1,940

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
28,600-5028,250/28,00028,500/28,750

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
28,530-17028,420/28,18028,700/28,950

แนะนำซื้อเก็งกำไรที่ราคาทองคำ Spot 1,900 ดอลลาร์ (GF 28,620 บาท) เนื่องจากคาดว่าราคาทองคำจะฟื้นตัว โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,890 ดอลลาร์ (GF 28,500 บาท)

การลงทุนในทองแท่ง แนะนำทยอยซื้อสะสมที่ราคาทองคำ Spot 1,900 ดอลลาร์ และ 1,882 ดอลลาร์

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,919.30-19.101,905/1,8871,925/1,945

แนะนำซื้อเก็งกำไรที่ราคา GOZ20 1,905 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,895 ดอลลาร์

เงินบาท

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดอ่อนค่าลง โดยเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากมาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในยุโรป ซึ่ง USD Futures เดือนธ.ค.63 คาดจะมีแนวรับที่ 31.20 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 31.50 บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ : ดอลล์แข็ง นลท.รุกซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยเหตุกังวลผลกระทบล็อกดาวน์

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (21 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนแห่ซื้อดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากมาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 หลังจากมีรายงานเกี่ยวกับการใช้มาตรการล็อกดาวน์รอบใหม่ในหลายประเทศของยุโรป ตั้งแต่เดนมาร์กไปจนถึงกรีซ เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ขณะที่รายงานล่าสุดระบุว่า นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ อาจประกาศล็อกดาวน์ทั่วประเทศเป็นครั้งที่ 2

 ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดร่วง $51.5 ดอลล์แข็งกดดันตลาด,วิตกมาตรการเยียวยาศก.ไม่คืบ

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงอย่างหนักเมื่อคืนที่ผ่านมา (21 ก.ย.) เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ได้สร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำ นอกจากนี้ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่ในสหรัฐยังเป็นอีกปัจจัยที่ฉุดราคาทองคำดิ่งลงด้วย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ร่วงลง 51.5 ดอลลาร์ หรือ 2.62% ปิดที่ 1,910.6  ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดร่วง $1.80 กังวลลิเบียส่งออกน้ำมันเพิ่ม,ล็อกดาวน์ฉุดอุปสงค์

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 4% เมื่อคืนที่ผ่านมา (21 ก.ย.) โดยได้รับแรงกดดันจากรายงานที่ว่าลิเบียอาจจะส่งออกน้ำมันดิบเข้าสู่ตลาดโลกได้มากขึ้น หลังจากกลุ่มต่อต้านรัฐบาลลิเบียประกาศยุติการปิดล้อมโรงงานน้ำมันภายในประเทศ ความกังวลว่าการใช้มาตรการล็อกดาวน์รอบที่สองในยุโรปจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมัน สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. ร่วงลง 1.80 ดอลลาร์ หรือ 4.4% ปิดที่ 39.31 ดอลลาร์/บาร์เรล   สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 1.71 ดอลลาร์ หรือ 4% ปิดที่ 41.44 ดอลลาร์/บาร์เรล         

ตลาดหุ้นต่างประเทศ : ดาวโจนส์ปิดร่วง 509.72 จุด วิตกล็อกดาวน์รอบสอง,มาตรการเยียวยาศก.ไม่คืบ

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 500 จุดเมื่อคืนที่ผ่านมา (21 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการใช้มาตรการล็อกดาวน์รอบที่สองในยุโรปเพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 นอกจากนี้ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความขัดแย้งระหว่างสภาคองเกรสและทำเนียบขาวเกี่ยวกับการออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจครั้งใหม่ รวมทั้งรายงานที่ว่าธนาคารหลายแห่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมโอนเงินที่ผิดกฎหมาย ซึ่งข่าวดังกล่าวได้ฉุดหุ้นกลุ่มธนาคารดิ่งลงอย่างหนัก ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,147.70 จุด ร่วงลง 509.72 จุด หรือ -1.84% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,778.80 จุด ลดลง 14.48 จุด หรือ -0.13% ส่วนดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,281.06 จุด ลดลง 38.41 จุด หรือ -1.16%

ออราเคิล-วอลมาร์ทเผย สหรัฐไฟเขียวดีล “ติ๊กต็อก” แล้ว เตรียมเดินหน้าขายหุ้น IPO

          ออราเคิล บริษัทเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ของสหรัฐ เปิดเผยว่า บริษัทไบต์แดนซ์ (ByteDance) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของแอปพลิเคชันติ๊กต็อก (TikTok) ได้รับการอนุมัติเบื้องต้นสำหรับการทำข้อตกลงกับรัฐบาลสหรัฐเพื่อขายธุรกิจให้กับนักลงทุนอเมริกันแล้ว   ข้อตกลงดังกล่าวจะมีออราเคิลและวอลมาร์ทร่วมลงทุนเพื่อซื้อหุ้นเป็นสัดส่วน 20% ในธุรกิจติ๊กต็อก โกลบอล (TikTok Global) ที่ก่อตั้งขึ้นใหม่  ติ๊กต็อก โกลบอล จะเปิดเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก (IPO) ในอีกไม่ถึง 12 เดือนข้างหน้านี้ และจะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ  ข่าวประชาสัมพันธ์จากออราเคิลระบุว่า รัฐบาลสหรัฐได้อนุมัติข้อตกลงครั้งสำคัญนี้ โดยมีเงื่อนไขว่าออราเคิลจะต้องเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ของติ๊กต็อก และติ๊กต็อก โกลบอล จะเป็นบริษัทอิสระของสหรัฐ มีสำนักงานใหญ่ในสหรัฐ และมีชาวอเมริกันเป็นสมาชิกคณะกรรมการ 4 คน จากทั้งหมด 5 คน   นอกจากนี้ เทคโนโลยีทั้งหมดของติ๊กต็อกจะตกเป็นของติ๊กต็อก โกลบอล และต้องปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบด้านความเป็นส่วนตัวของสหรัฐ โดยจะต้องมีการรักษาความเป็นส่วนตัวในข้อมูลของผู้ใช้งานติ๊กต็อกในสหรัฐราว 100 ล้านคนอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ติ๊กต็อก โกลบอล จะช่วยสร้างงานใหม่กว่า 25,000 ตำแหน่งในสหรัฐ และจะชำระภาษีให้กระทรวงการคลังสหรัฐกว่า 5 พันล้านดอลลาร์  

“ดอยซ์แบงก์” คาด GDP โลกดีดตัวสู่ระดับก่อนโควิดระบาดได้ภายในกลางปีหน้า

          ดอยซ์แบงก์คาดการณ์ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ทั่วโลกจะสามารถดีดตัวขึ้นสู่ระดับเดียวกับช่วงก่อนการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ภายในช่วงกลางปี 2564 หลังจากที่เศรษฐกิจฟื้นตัวดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ดี คาดว่าตัวเลขหนี้สินและการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายอาจทำให้สถานการณ์ด้านการเงินทั่วโลกมีความเสี่ยง     ทั้งนี้ ดอยซ์แบงก์ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP โลกในปี 2563 โดยคาดว่า GDP จะหดตัว 3.9% ซึ่งดีกว่าที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนพ.ค.ว่าจะหดตัว 5.9% เมื่อเทียบรายปี นอกจากนี้ ดอยซ์แบงก์ยังคาดการณ์ว่า GDP โลกในปี 2564 จะขยายตัว 5.6% ซึ่งดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะขยายตัวเพียง 5.3%   ปีเตอร์ ฮูเปอร์ นักวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจโลกของดอยซ์แบงก์ กล่าวว่า GDP โลกมีแนวโน้มที่จะดีดตัวขึ้นสู่ระดับเดียวกับช่วงก่อนโควิด-19 ระบาดได้ภายในช่วงกลางปีหน้า ซึ่งเร็วกว่าที่ดอยซ์แบงก์คาดไว้ก่อนหน้านี้ประมาณสองไตรมาส

“ไบเดน”โจมตี”ทรัมป์” กรณีเสนอชื่อผู้พิพากษาศาลสูงสุดคนใหม่ก่อนการเลือกตั้ง

          นายโจ ไบเดน ตัวแทนชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครต เรียกร้องให้วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันคว่ำการโหวตเลือกผู้ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลสูงสุดคนใหม่แทนนางรูธ เบเดอร์ กินส์เบิร์ก ผู้ล่วงลับ  โดยนายไบเดนกล่าวว่า การกระทำของปธน.ทรัมป์เป็นการใช้อำนาจทางการเมืองที่แยบยล   นายไบเดนกล่าวว่า ถ้าการแต่งตั้งดังกล่าวได้รับอนุมัติจากวุฒิสภา ก็จะทำให้ฝ่ายอนุรักษ์นิยมครองเสียงข้างมากในศาลสูงสุดด้วยสัดส่วนสูงถึง 6 ต่อ 3 เสียง ซึ่งอาจส่งผลต่อกฎหมายและชีวิตชาวสหรัฐไปอีกหลายสิบปี นอกจากนี้ นายไบเดนยังปฏิเสธที่จะเปิดเผยชื่อผู้ที่ตนอาจเสนอให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลสูงสุดคนใหม่ โดยให้เหตุผลว่าอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของคณะผู้พิพากษาศาลสูงสุดชุดปัจจุบัน และทำให้คณะผู้พิพากษาถูกโจมตีทางการเมือง     อย่างไรก็ตาม นายไบเดนกล่าวว่า เขาจะเสนอชื่อสตรีชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันขึ้นเป็นผู้พิพากษาศาลสูงสุดคนใหม่ หากเขาได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 3 พ.ย.นี้