ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 27, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 22 ก.ค.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นเก็งกำไรฝั่งซื้อโดยมีแนวรับบริเวณ 1,847 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากราคาขยับขึ้นควรแบ่งขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านโซน 1,873 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าผ่านได้สามารถถือต่อ

แนวรับ : 1,847 1,831 1,818 แนวต้าน : 1,873 1,887 1,900

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดทะยานขึ้น 23.72  ดอลลาร์ต่อออนซ์  พร้อมทะยานขึ้นต่ออีกในช่วงเช้าวันนี้ที่ตลาดเอเชีย  ท่ามกลางแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยไปพร้อมกับการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงทั้งทางเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ นอกจากนี้  ราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนเพิ่มจากการแข็งค่าของสกุลเงินยูโรแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 ปีครึ่งขานรับข่าวผู้นำสหภาพยุโรป (EU) บรรลุข้อตกลงจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูเศรษฐกิจ  ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์ให้อ่อนค่าลง -0.75% จนส่งผลเชิงบวกต่อราคาทองคำเพิ่ม  ไม่ใช่แค่นั้น  ราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ว่าเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจทางการเงินและการคลังจากธนาคารกลางและรัฐบาลทั่วโลกอาจกระตุ้นเงินเฟ้อให้พุ่งขึ้น  และนำไปสู่การอ่อนค่าของสกุลเงิน  อีกทั้งยังมีอีกหนึ่งปัจจัยที่กระตุ้นแรงซื้อทองคำ  คือ  การที่คณะกรรมาธิการฝ่ายกิจการธนาคาร การเคหะ และพื้นที่เขตเมืองของวุฒิสภาสหรัฐฯ (Senate Banking Committee) ลงมติ “อนุมัติ” ให้เสนอรายชื่อ นาย Christopher Waller และนาง Judy Shelton ซึ่งเป็นผู้ถูกเสนอชื่อโดยประธานาธิดบีทรัมป์ให้เข้าดำรงตำแหน่งผู้ว่าการเฟด (Board of Governors)ที่ว่างอยู่  เข้าสู่กระบวนการถัดไปและเป็นกระบวนการสุดท้าย  คือ การโหวตจากวุฒิสภาเต็มคณะ  โดยทั้ง 2 คนเป็นผู้ที่มีแนวคิดสนับสนุนการผ่อนคลายนโยบายการเงิน(Dovish)อย่างมาก  และหากผ่านการอนุมัติจากวุฒิสภาเต็มคณะจะเป็นการเปลี่ยนจุดยืนคณะกรรมการเฟดไปสู่แนวโน้มเชิงผ่อนคลาย(Dovish)ในระยะยาว  เนื่องจากผู้ว่าการเฟดเป็นผู้ที่มีสิทธิลงมตินโยบายการเงินเป็นการถาวร และมีวาระการดำรงตำแหน่งถึง 14 ปี ซึ่งจะถือเป็นข่าวหนึ่งส่งผลบวกต่อราคาทองคำเช่นกัน  ส่งผลให้ราคาทองคำทะยานขึ้นจนทำระดับสูงสุดของปีนี้ครั้งใหม่ที่ 1,866 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงเช้าวันนี้ในตลาดเอเชีย ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองเพิ่ม +7.89 ตัน สู่ระดับ 1,219.75 ตัน ทำให้ในปี 2020 กองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่มแล้วถึง +326.05 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดขายบ้านมือสองและดัชนีราคาบ้าน (HPI)ของสหรัฐ

จจัยทางเทคนิค :

ราคาทองคำทะยานขึ้น สร้างระดับสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง บ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของราคาทองคำและแรงซื้อในระดับสูง อย่างไรก็ตาม  เมื่อราคาปรับตัวขึ้น ก็มีแรงขายทำกำไรสลับเข้ามาเพิ่มขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้ ประเมินแนวรับโซน 1,847-1,831 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ และประเมินแนวต้านโซน 1,866-1,873 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

การเข้าซื้อยังคงเน้นการเก็งกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว โดยเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาใกล้บริเวณแนวรับ 1,847-1,831 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุน 1,831 ดอลลาร์ต่อออนซ์) และอาจพิจารณาแบ่งขายทำกำไรในโซน 1,866-1,873 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แต่หากผ่านได้ให้ชะลอการขายออกไป

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) สหรัฐเผยมีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 กว่า 10,000 คนในวันเดียวเป็นครั้งแรกนับแต่ต้นมิ.ย.  ผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในสหรัฐเพิ่มขึ้นกว่า 1,000 คนเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดในวันเดียวนับตั้งแต่ต้นเดือนมิ.ย. หลังจากที่จำนวนผู้เสียชีวิตลดลงหลายสัปดาห์ มีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในสหรัฐกว่า 5,200 คนในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 19 ก.ค. ซึ่งเพิ่มขึ้น 5% จาก 7 วันก่อนหน้า นั่นเป็นการปรับขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 2 ของผู้เสียชีวิต  ชาวอเมริกันเกือบ 142,000 คนเสียชีวิตจากโควิด-19 ซึ่งเป็นจำนวนที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า มีแนวโน้มจะทะยานขึ้นหลังการพุ่งขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์เมื่อไม่นานมานี้ของจำนวนผู้ติดเชื้อและการเพิ่มขึ้นอย่างมากของผู้ที่รักษาตัวในโรงพยาบาลในหลายรัฐ
  • (+) สหรัฐยื่นฟ้องชาวจีน 2 คนข้อหาแฮกข้อมูล  สถาบันวิจัยโควิด-19  กระทรวงยุติธรรมสหรัฐยื่นฟ้องชาวจีน 2 คนในข้อหาแฮกข้อมูลของผู้รับเหมาที่ได้รับสัญญาจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐ รวมทั้งข้อมูลของสถาบันวิจัยโควิด-19 รวมทั้งบริษัทอีกหลายแห่งทั่วโลก  ทั้งนี้ ในการยื่นฟ้องต่อศาลในวันนี้ กระทรวงยุติธรรมระบุว่า นายหลี่ เสี่ยวหยู และนายต่ง เจียเฉอ ได้ทำการจารกรรมข้อมูลเกี่ยวกับการออกแบบอาวุธ ข้อมูลในการผลิตยา และอื่นๆ  คำฟ้องระบุว่า ผู้ต้องสงสัยทั้งสองได้ทำการแฮกข้อมูลตั้งแต่ปี 2557-2563 และล่าสุดพยายามขโมยข้อมูลเกี่ยวกับการวิจัยมะเร็ง
  • (+) รัสเซียโต้ข่าวส่งแฮกเกอร์ฉกข้อมูลวัคซีนต้านโควิดจากหน่วยงานทั่วโลก  นายแอนตัน ซิลูอานอฟ รัฐมนตรีคลังรัสเซีย ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาของเจ้าหน้าที่ความมั่นคงของชาติตะวันตกที่ว่า แฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยข่าวกรองของรัสเซียกำลังพยายามขโมยข้อมูลเกี่ยวกับการวิจัยวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 จากหน่วยงานและสถาบันต่างๆ  นายซิลูอานอฟระบุว่า ไม่มีแฮกเกอร์ที่ทำงานให้แก่รัฐบาลรัสเซีย และรัสเซียไม่มีความสนใจในการพัฒนาวัคซีนจากชาติอื่น เนื่องจากรัสเซียกำลังพัฒนาวัคซีนของตนเอง  ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของสหรัฐ แคนาดา และสหราชอาณาจักร ออกแถลงการณ์ระบุว่า แฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยข่าวกรองของรัสเซียกำลังพยายามขโมยข้อมูลเกี่ยวกับการวิจัยวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 จากหน่วยงานและสถาบันต่างๆทั่วโลก
  • (-) เฟดชิคาโกเผยดัชนีกิจกรรมทางเศรษฐกิจดีดตัวขึ้นในเดือนมิ.ย.  ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาชิคาโก เปิดเผยว่า ดัชนี Chicago Fed National Activity Index (CFNAI) ดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 4.11 ในเดือนมิ.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.0 หลังจากแตะระดับ 3.5 ในเดือนพ.ค.  การดีดตัวของดัชนีได้แรงหนุนจากการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ โดยมีการเปิดเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งทำให้ภาคเอกชนมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 159.53 จุดรับแรงซื้อหุ้นวัฎจักร, EU ตั้งกองทุนฟื้นฟู  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (21 ก.ค.) โดยได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อหุ้นที่ปรับตัวตามวัฎจักรเศรษฐกิจ เช่นกลุ่มธนาคารและกลุ่มพลังงาน นอกจากนี้ ตลาดยังขานรับข่าวผู้นำสหภาพยุโรป (EU) บรรลุข้อตกลงจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูเศรษฐกิจ รวมทั้งความหวังที่ว่ารัฐบาลสหรัฐจะออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,840.40 จุด เพิ่มขึ้น 159.53 จุด หรือ +0.60% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,257.30 จุด เพิ่มขึ้น 5.46 จุด หรือ +0.17% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,680.36 จุด ลดลง 86.73 จุด หรือ -0.81%  ยูโรแข็งเทียบดอลล์ ขานรับ EU ตั้งกองทุนฟื้นฟูศก.  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (21 ก.ค.) ขานรับข่าวผู้นำกลุ่มสหภาพยุโรป (EU) บรรลุข้อตกลงในการจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูเศรษฐกิจวงเงิน 7.5 แสนล้านยูโร  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.75% สู่ระดับ 95.1175 เมื่อคืนนี้   ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1530 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1441 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2755 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2662 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7145 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7011 ดอลลาร์สหรัฐ  ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 106.78 เยน จากระดับ 107.29 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ  0.9327 ฟรังก์ จากระดับ 0.9394 ฟรังก์