ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 23, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 21 เม.ย.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

แนะนำให้เปิดสถานะขายเพื่อลงทุนระยะสั้น หากราคาขยับขึ้นไม่ผ่าน 1,700-1,703 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับการเข้าซื้อเก็งกำไรให้รอราคาย่อตัวลงมาและไม่หลุดแนวรับ 1,668-1,663 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (สถานะขายตัดขาดทุนหากผ่าน 1,720 ดอลลาร์ต่อออนซ์ )

แนวรับ : 1,663 1,642 1,620 แนวต้าน : 1,703 1,720 1,747

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น  11.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการร่วงลงอย่างหนักของสัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. โดยร่วงถึง 55.90 ดอลลาร์ หรือ -306% ปิดที่ -37.63 ดอลลาร์/บาร์เรล แตะระดับติดลบเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์  จากความวิตกเกี่ยวกับอุปสงค์น้ำมันท่ามกลางความต้องการใช้น้ำมันที่ลดลงจากการระบาดของ COVID-19 อีกทั้งยังเกิดปัญหาไม่มีสถานที่จัดเก็บเนื่องจากคลังเก็บน้ำมันในสหรัฐใกล้เต็มความจุ  สถานการณ์ดังกล่าวฉุดหุ้นกลุ่มพลังงานให้ร่วงลงจนกดดันดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐให้ปิดร่วงลง 592.05 จุด หรือ -2.44%  จึงมีแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเข้ามา ส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นไปทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,702.72 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างวัน  อย่างไรก็ดี ราคาทองคำลดช่วงบวกลงในที่สุด  เนื่องจากสกุลเงินดอลลาร์ซึ่งถือเป็นสกุลเงินปลอดภัยได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์ดังกล่าวเช่นกันจึงเป็นปัจจัยสกัดช่วงบวกของราคาทองคำเอาไว้  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่ม +7.9 ตันสู่ระดับ 1,029.59 ตัน ทำให้ในปี 2020 กองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่มแล้ว +136.34 ตัน  สะท้อนกระแสเงินทุนไหลเข้ากองทุน ETF ทองคำยังคงแข็งแกร่ง  สำหรับวันนี้ติดตามยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐ

จจัยทางเทคนิค :

วานนี้ราคาไม่สามารถสร้างระดับสูงสุดใหม่แต่สร้างระดับต่ำสุดของใหม่จากวันก่อนหน้า บ่งชี้ว่าเมื่อราคาฟื้นตัวขึ้น แรงขายยังคงมาก หากวันนี้ราคาปรับตัวขึ้นแต่ยังไม่สามารถยืนเหนือ 1,700-1,703 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ส่งผลให้แรงซื้อยังคงถูกจำกัด สำหรับวันนี้ประเมินแนวรับระยะสั้นในโซน 1,668-1,663 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (โซน 1,663 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นระดับต่ำสุดของสัปดาห์ก่อนหน้า)หากหลุดแนวโน้มจะเป็นลบเพิ่มขึ้น

กลยุทธ์การลงทุน :

ซื้อขายเก็งกำไรระยะสั้นได้ โดยแนะนำเปิดสถานะขายหากราคาดีดตัวขึ้นไปทดสอบบริเวณแนวต้าน 1,700-1,703 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (สถานะขายตัดขาดทุนหากผ่าน 1,720 ดอลลาร์ต่อออนซ์ )และ รอเข้าซื้อคืน หากราคาย่อตัวลงมาและไม่หลุดแนวรับ 1,668-1,663 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) เฟดชิคาโกเผยโควิด-19 ฉุดดัชนีกิจกรรมทางเศรษฐกิจวูบในเดือนมี.ค.  ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาชิคาโก เปิดเผยว่า ดัชนี Chicago Fed National Activity Index (CFNAI) ดิ่งลงสู่ระดับ -4.19 ในเดือนมี.ค. หลังจากแตะระดับ +0.06 ในเดือนก.พ.  ดัชนี CFNAI เป็นดัชนีถ่วงน้ำหนักตัวชี้วัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐจำนวน 85 รายการ โดยดัชนี CFNAI ที่มีค่าเป็นบวกจะบ่งชี้ถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจที่สูงกว่าแนวโน้ม ขณะที่ดัชนี CFNAI ที่มีค่าเป็นลบจะบ่งชี้ถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจที่ต่ำกว่าแนวโน้ม  ทั้งนี้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐจำนวน 65 รายการปรับตัวลงในเดือนมี.ค. โดยการผลิตและการจ้างงานต่างดิ่งลงจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
  • (+) “ซิตี้ กรุ๊ป”เตือนวอลล์สตรีทยังไม่ได้ปรับตัวรับโควิดแพร่ระบาดรอบสอง  นายเดวิด ไบลิน หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของซิตี้ กรุ๊ป กล่าวว่า ตลาดหุ้นสหรัฐอาจฟื้นตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดที่ทำไว้ในช่วงที่ผ่านมา แต่ตลาดอาจปรับตัวย่ำแย่ลงในระยะต่อไป  “ตลาดยังไม่ได้ปรับตัวรับสถานการณ์ที่เราอาจเผชิญกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบสองในสหรัฐ ซึ่งจะทำให้มีการปิดเศรษฐกิจต่อไป” นายไบลินกล่าว  นอกจากนี้ เขายังระบุว่า “อีกสิ่งหนึ่งที่ตลาดยังไม่ได้ปรับตัวรับคือความจริงที่ว่า ไวรัสนี้อาจใช้เวลาอีก 18-24 เดือนในการแพร่ระบาดไปทั่วโลก ก่อนที่เราจะมีวัคซีนต้านไวรัส”
  • (-) ดอลล์แข็งเทียบค่าเงินหลัก นักลงทุนแห่ซื้อสกุลเงินปลอดภัยหลังราคาน้ำมันทรุด,วิตกโควิด-19  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (20 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนพากันเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัยและมีสภาพคล่องมากที่สุด หลังจากราคาน้ำมันดิ่งลงอย่างหนัก รวมทั้งความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดทั่วโลก  ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.64 เยน จากระดับ 107.59 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9678 ฟรังก์ จากระดับ 0.9676 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.4133 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.4022 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0861 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0867 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2445 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2482 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.6348 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6353 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (+/-) ดาวโจนส์ปิดร่วง 592.05 จุด วิตกราคาน้ำมันทรุดแตะระดับติดลบ  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (20 เม.ย.) โดยตลาดถูกกดดันจากราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ทรุดตัวลงแตะระดับติดลบเป็นครั้งแรก ซึ่งได้ฉุดราคาหุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงด้วย โดยปัจจัยดังกล่าวได้บดบังรายงานเชิงบวกที่ว่า รัฐบาลในหลายประเทศเตรียมผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ รวมทั้งข่าวทำเนียบขาวและสภาคองเกรสใกล้บรรลุข้อตกลงในการปล่อยสินเชื่อรอบที่ 2 ให้กับธุรกิจรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 23,650.44 จุด ร่วงลง 592.05 จุด หรือ -2.44% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,823.16 จุด ลดลง 51.40 จุด หรือ -1.79% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,560.73 จุด ลดลง 89.41 จุด หรือ -1.03%
  • (+/-) น้ำมัน WTI ปิดร่วง $55.90 แตะระดับติดลบเป็นครั้งแรก เหตุวิตกโควิด-19 ฉุดอุปสงค์น้ำมัน  สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดทรุดตัวลงสู่ระดับติดลบเป็นครั้งแรกเมื่อคืนนี้ (20 เม.ย.) เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับอุปสงค์น้ำมันที่ลดลงจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดทั่วโลก นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากการที่คลังน้ำมันของสหรัฐกำลังกักเก็บน้ำมันใกล้เต็มความจุ ท่ามกลางภาวะน้ำมันล้นตลาด  สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. ร่วงลง 55.90 ดอลลาร์ หรือ 306% ปิดที่ -37.63 ดอลลาร์/บาร์เรล  สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 2.51 ดอลลาร์ หรือ 8.94% ปิดที่ 25.57 ดอลลาร์/บาร์เรล