พฤหัส. ต.ค. 17th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 21 ส.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ

รอซื้อในบริเวณ 1,487-1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากหลุด 1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์) ทั้งนี้ ควรพิจารณาการแกว่งตัวของราคาทองคำที่มีการแกว่งตัวลงจากช่วงที่ผ่านเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน

แนวรับ : 1,487 1,479 1,470  แนวต้าน : 1,512 1,524 1.535

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น  11.60  ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยนักลงทุนหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยง  พร้อมกับขายทำกำไรตลาดหุ้นนิวยอร์กซึ่งทะยานขึ้นในช่วง 3 วันทำการก่อนหน้า  นั่นช่วยกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  นอกจากนี้  ราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนเพิ่มจากสกุลเงินดอลลาร์ที่กลับมาอ่อนค่าลง  ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว  ซึ่งกดดันให้ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐปรับตัวลง  ขณะที่การเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐยังมีความไม่แน่นอนสูง  ท่ามกลางคำขู่ของนายไมค์ ปอมเปโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐ ที่กล่าวว่า การทำข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะประสบปัญหา ถ้าหากจีนใช้ความรุนแรงในการกวาดล้างกลุ่มผู้ชุมนุมในฮ่องกง  ประกอบกับนักลงทุนหันจุดสนใจไปยังการประชุมเศรษฐกิจประจำปีของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะจัดขึ้นที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง ในระหว่างวันที่ 22-24 ส.ค.นี้ที่สำคัญ  คือ  นักลงทุนกำลังรอฟังถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด  ที่มีกำหนดบรรยายในวันศุกร์ที่ 23 ส.ค. เวลา 21.00 น.   ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่ม +1.76 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC Meeting Minutesประจำวันที่ 30-31 ก.ค. เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้การดำเนินนโยบายการเงินของเฟดในอนาคต 

จจัยทางเทคนิค :

ความแข็งแกร่งของราคาและแรงซื้อยังคงจำกัด ทำให้การเข้าซื้ออาจต้องเป็นไปในลักษณะรอจังหวะการอ่อนตัวลงของราคาจึงค่อยเข้าซื้อบริเวณ 1,487-1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ  หากราคาทองคำไม่สามารถยืน 1,512-1,524 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ให้แบ่งทองคำออกขายเพื่อทำกำไรบางส่วน แต่หากผ่านได้ให้ชะลอการขายออกไป

กลยุทธ์การลงทุน :

การซื้อขายยังคงเน้นการเก็งกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว โดยเข้าซื้อเมื่อราคาปรับตัวลงมาในบริเวณแนวรับ 1,487-1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่การเปิดสถานะขายอาจเสี่ยงพิจารณาในโซน 1,512-1,524 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุน 1,524 ดอลลาร์ต่อออนซ์)

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก หลังบอนด์ยีลด์สหรัฐปรับตัวลง  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (20 ส.ค.) หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐปรับตัวลง ซึ่งส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ขณะที่นักลงทุนจับตานายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งมีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมเศรษฐกิจประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล ในวันศุกร์นี้ เพื่อหาสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ย  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 106.27 เยน จากระดับ 106.62 เยน  สกุลเงินยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1096 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1081 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.2165 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2132 ดอลลาร์
  • (+) ผู้จัดการเฮดจ์ฟันด์คาดอัตราดอกเบี้ยสหรัฐร่วงแตะ 0%  นายไคล์ เบสส์ ผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ กล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐจะปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับกระแสอัตราดอกเบี้ยในระดับโลก จนกระทั่งแตะระดับ 0%  เราเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสูงกว่า 1% และเรามีตราสารหนี้ที่มีอันดับน่าลงทุนมากถึง 90% ของทั้งโลก เรามีระบบปกครองโดยหลักนิติรัฐ และเรามีเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ขณะที่เม็ดเงินจากทั่วโลกจะไหลมายังสหรัฐ” นายเบสส์กล่าว  ก่อนหน้านี้ นายเบสส์กล่าวว่า สกุลเงินหยวนของจีนจะดิ่งลง 30-40% หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน
  • (+) อดีตประธานเฟดมินเนอาโพลิสเห็นพ้อง”ทรัมป์”กรณีอัตราดอกเบี้ยสูงเกินไป  นายนารายานา โคเชอร์ลาโคตา อดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขามินเนอาโพลิส แสดงความเห็นสอดคล้องกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่ว่า ขณะนี้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับที่สูงเกินไป  ผมเห็นด้วยกับท่านประธานาธิบดีเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจ โดยทั่วไปผมคิดว่าเฟดคุมเข้มมากเกินไป แต่ผมคิดว่าเฟดอาจไม่ต้องลดอัตราดอกเบี้ยถึง 1%” นายโคเชอร์ลาโคตาระบุ  นายโคเชอร์ลาโคตากล่าวว่า เฟดควรปรับลดอัตราดอกเบี้ยต่อไป เนื่องจากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับต่ำ และถ้าเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในขณะนี้ ก็จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
  • (+) สหรัฐเตือนจีนเจรจาการค้าล่ม หากกวาดล้างม็อบฮ่องกงแบบเทียนอันเหมิน  นายไมค์ ปอมเปโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า การทำข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะประสบปัญหา ถ้าหากประธานาธิบดีสี จิ้นผิงใช้ความรุนแรงในการกวาดล้างกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง  นายปอมเปโอกล่าวว่า การบรรลุข้อตกลงการค้าจะมีความยากลำบากขึ้น ถ้าหากการชุมนุมประท้วงจบลงด้วยความรุนแรงแบบจัตุรัสเทียนอันเหมิน  “ผมหวังว่าการเจรจาการค้าจะยังคงเดินหน้าต่อไป และผมหวังว่าฮ่องกงจะได้รับการแก้ไขโดยสันติวิธี ซึ่งจะเป็นผลดีที่สุดสำหรับจีนและสหรัฐ” นายปอมเปโอกล่าว
  • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 173.35 จุด เหตุนลท.ขายทำกำไร,วิตกแนวโน้มศก.สหรัฐ  ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบเมื่อคืนนี้ (20 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากดาวโจนส์พุ่งขึ้นติดต่อกัน 3 วันทำการ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนจับตานายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งมีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมเศรษฐกิจประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล ในวันศุกร์นี้ เพื่อหาสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ย  ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 25,962.44 จุด ลดลง 173.35 จุด หรือ -0.66% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,900.51 จุด ลดลง 23.14 จุด หรือ -0.79% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,948.56 จุด ลดลง 54.25 จุด หรือ -0.68%
  • (+/-) นายกฯอิตาลีประกาศลาออก หลังถูกยื่นมติไม่ไว้วางใจ ท่ามกลางการเมืองป่วน  นายจูเซปเป คอนเต นายกรัฐมนตรีอิตาลี ประกาศลาออกในวันนี้ หลังจากพรรคลีก ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ตัดสินใจยื่นมติไม่ไว้วางใจพรรคร่วมรัฐบาล  นายคอนเตกล่าวว่า เขาจะยื่นจดหมายลาออกต่อนายเซอร์จิโอ แมตตาเรลลา ประธานาธิบดีอิตาลี จะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนด หรือจะรวบรวมเสียงเพื่อตั้งรัฐบาลใหม่